โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เพจจวกนโยบายเลิกใช้ถุงพลาสติก แต่ให้ซื้อใช้ 'วราวุธ' บอก ก็รวมหัวกันไม่ซื้อถุง ให้ห้างที่ผลิตถุงเจ๊ง!

MATICHON ONLINE

อัพเดต 29 ต.ค. 2566 เวลา 16.02 น. • เผยแพร่ 29 ต.ค. 2566 เวลา 08.48 น.

เพจจวกนโยบายเลิกใช้ถุงพลาสติก แต่ให้ซื้อใช้ ‘วราวุธ’ บอก ก็รวมหัวกันไม่ซื้อถุง ให้ห้างที่ผลิตถุงเจ๊ง!

เกือบ 3 ปี สำหรับนโยบายขอความร่วมมือเอกชนงดแจกถุงพลาสติกหูหิ้ว ตั้งแต่ที่นายวราวุธ ศิลปอาชา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 แม้ว่านโยบายดังกล่าวจะสร้างกระแสได้ดีในช่วงแรก เนื่องจากบรรดาห้างร้านทั้งหลายงดการแจกถุงพลาสติก จนหลายคนต้องพกถุงผ้าหรือถุงพลาสติกส่วนตัวไปซื้อของ

อย่างไรก็ตาม มีห้างหรือร้านบางแห่งที่มีถุงพลาสติกขายสำหรับผู้ที่ไม่มีถุงมาใส่ และอาจจะไม่สะดวกที่จะถือไป

ล่าสุด เฟซบุ๊กNews AT Now ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว โดยระบุว่า “งงกับนโยบายเลิกใช้ถุงพลาสติกของวราวุธ ห้างใหญ่สนองนโยบายไม่ให้ถุงแล้ว แต่หันมาขายถุงใบละ15บาท มึงช่วยหรือซ้ำเติม ปชช.กันแน่วราวุธ

ซึ่งหลังจากโพสต์นี้เผยแพร่ออกไป นายวราวุธได้เข้ามาตอบโพสต์ดังกล่าว โดยระบุว่า “ก็ลองรวมหัวกันไม่ซื้อถุง ทำให้ห้างใหญ่ที่ผลิตถุงมาขายเจ๊งไปเลยสิครับ ได้ลองดูสถานการณ์โลกบ้างไหมครับ ว่าเข้าขั้นวิกฤตแค่ไหน แล้วก็เป็นเพจข่าวกรุณาใช้คำสุภาพจะดีกว่านะครับ สงสัยในประเด็นใดหรืออยากเปิดโลกทัศน์เพิ่ม ผมยินดีให้ความรู้ครับ

ก่อนที่ทางแอดมินเพจจะเข้ามาตอบนายวราวุธว่า “ตอนที่มีอำนาจทำไมไม่ออกนโยบายให้ประชาชนรวมหัวกันไม่ซื้อถุงละครับ และโลกมีปัญหาทุกคนทราบดีแต่เราต้องยินดีร่วมกันแก้ไขอยู่แล้ว แต่ต้องเป็นนโยบายที่ให้ได้ประโยชน์สูงสุดกับประชาชนและชาวโลกด้วยครับ แต่นี่มันนโยบายให้เลิกใช้ถุง ห้างก็รับนโยบายเพราะห้างได้ประโยชน์มาก แล้วประชาชนได้ประโยชน์อะไรเขาลำบากมาขึ้นเสียเงินซื้อถุงเพิ่มขึ้น เคยย้อนหรือติดตามถามประชานมั้ยว่าเขาชอบหรือไม่ชอบนโยบายนี้ครับ นักข่าวเขาเข้าถึงประชาชนถึงทราบว่าเขาลำบากไงครับ ส่วนเพจนี้ก็เป็นแค่เพจเล็กๆความรู้ไม่มากแค่ค่อนข้างจะรักประชาชนมากๆและเป็นคนใช้ชอบวาจาแบบโบราณมากไปหน่อย ถ้าใช้วาจาไม่ถูกใจขออภัยด้วย (เพจใช้คำว่ามึงไม่ใช่คำด่านะครับ)

อย่างไรก็ตาม มีผู้เข้าไปแสดงความเห็นที่หลากหลายต่อเรื่องดังกล่าว โดยมีฝ่ายหนึ่งที่มองว่า เรื่องการรณรงค์งดใช้ถุงพลาสติก เป็นเรื่องที่ถูกต้องอยู่แล้ว และประชาชนก็มีสิทธิที่จะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้

“เทรนด์ของโลก ทุกเวทีการประชุมนานาชาติ เรื่องการลดการใช้ถุงพลาสติก และขยะทะเล เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าถามแบบนักธุรกิจ ทุกห้างอยากใช้ถุง มากกว่าขายถุง เพราะที่ถุงมีแบรนด์ของห้าง เป็นการ PR การเป็นผลดี ทำให้เราต้องพกถุงผ้าเหมือนฝรั่ง คนบ้านเราก็แบบนี้แหละ อยากมีรายได้แบบฝรั่ง แต่พฤติกรรมแบบไทยๆ”

หรือ “ประชาชนมีสิทธิจะเลือกว่าจะซื้อถุงหรือไม่ซื้อ ถ้าประชาชนไม่อยากจะซื้อถุงก็เอามาจากบ้านครับมันจากตรงไหนครับ ไม่ได้ลำบากอะไรเลย ถ้าขี้เกียจเอาถุงมาก็ไปซื้อครับ”

“ผมพกถุงผ้ามา 2-3 ปีแล้ว เงินไม่กี่สตางค์ ช่วยโลกไว้ให้ลูกๆ คุณเถอะ”

ขณะที่อีกส่วนหนึ่ง ก็เห็นด้วยกับทางเพจ เช่น

“ผมว่าคุณไปห้ามห้างไม่ให้ขายถุงด้วย จะดูฉลาดกว่าที่ทำอยู่นะท็อป อย่าสักแต่โทษประชาชน”

“งั้นช่วยอธิบายด้วยว่า นโยบายที่ออกไปนั้นมีแค่ห้างใหญ่ที่ทำเหรอครับแล้วประโยชน์ที่คนไทยได้รับยังไง แต่ที่ ปชช.ได้เห็นคือ ห้างลดรายจ่ายในการให้ถุงกับลูกค้ามหาศาล นี่คือลดรายจ่ายให้ห้าง ต่อมาห้างขายถุงพลาสติกได้มาก ยิ่งเพิ่มรายได้ให้กับห้างใหญ่อีก ส่วน ปชช.ที่เขาเป็นแม่ค้าหรือชาวบ้านต้องหาถุงผ้ามาเองหรือก็ไม่มีต้องลำบากมากกว่า นี่คืออะไร นักข่าวเขาลงข่าวเพื่อให้รู้ให้เห็นความแตกต่างและประโยชน์ของประชาชน ไม่ได้เข้าข้างนักการเมือง”

“เป็นนโยบายที่ทำจริงแล้วเปล่าประโยชน์..หายเลยครับทะรั่นน ประชาชนเสียประโยชน์ แล้วอะไรๆ ที่โม้ไว้ว่าจะดีขึ้นก็เหมือนเดิม ไม่เห็นจะดีขึ้นตรงไหนผมว่านโยบายคุณแ..ร่งแก้ไม่ตรงจุดวะ…พอเหอะ เอาถุงฟรีของกรุคืนมา”

“งดก็งดไปเลยไม่ต้องมาขายครับ ไม่มีก็ไม่ต้องใส่”

“เข้าใจเรื่องโลกร้อน แต่อย่าชงหวานให้นายทุน สรุปให้แก้ที่ตัวประชาชนเอง รมต.ออกนโยบายอะไรก็ได้ แต่ถ้านายทุนรวย ก็เพราะประชาชนไม่รวมตัวกันแบนเอง คิดแบบนี้ไม่ต้องมี รมต.ก็ได้มั้ง”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...