ผู้เชี่ยวชาญลุยสอบเหตุทัวร์มรณะ ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่นั่งด้านซ้าย เผยเด็ก 2 ราย รอดชีวิต
ประจวบคีรีขันธ์ ผู้เชี่ยวชาญกรมการขนส่งทางบก พร้อม ปภ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุและรถทัวร์คันเกิดเหตุ หาชนวนเหตุ โศกนาฏกรรมดับสลด 14 ราย
เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จากสำนักวิศวกรรมยานยนต์ (สนว.) กรมการขนส่งทางบก พร้อมด้วย ขนส่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, ปภ.เขต 4, ปภ.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, ตำรวจทางหลวง 3 กองกำกับการ 2, สภ.ห้วยยาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบ จุดเกิดเหตุ ถนนเพชรเกษม กม.331+450 ด้านหน้าอุทยานแห่งชาติหาดวนกร ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อตรวจสอบเส้นทางตั้งแต่บริเวณยูเทิร์นก่อนถึงจุดเกิดเหตุ ระยะทางกว่า 400 เมตร ว่ามีพิกัดส่วนใดที่อาจเป็นอันตรายจนส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุได้หรือไม่
รวมทั้ง ตรวจสอบร่องรอยการเบรกของล้อรถ พิกัดจุดที่รถทัวร์เริ่มเสียการทรงตัว จุดที่ล้อรถทัวร์เริ่มลงข้างทางก่อนพุ่งชนต้นพะยอมขนาดใหญ่ ขนาดประมาณ 2 คนโอบ ซึ่งมีร่องรอยเปลือกต้นพะยอมฉีกขาด แต่ส่วนเนื้อในไม่เสียหายแต่อย่างใด รวมถึงตรวจสอบสภาพพื้นที่ถนนว่าเป็นหลุมเป็นบ่อหรือไม่ แสงไฟส่องสว่าง ตลอดจนภาพรวมทั้งหมด
จากนั้นคณะได้ไปตรวจสอบรถทัวร์โดยสารประจำทาง (กรุงเทพฯ-นาทวี) ยี่ห้อวอลโว่ สีฟ้า-ขาว หมายเลขทะเบียน 14-3301 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ลากจูงไปเก็บรักษาไว้ห่างจาก สภ.ห้วยยาง ประมาณ 200 เมตร โดยพบว่าสภาพรถฉีกขาดเสียหายจากการชนอย่างรุนแรง วัดความยาวจากส่วนหัวรถไปถึงจุดที่แผลฉีกขาดได้ 6 เมตร
จากนั้นได้ตรวจสอบสภาพโดยรวมของรถทัวร์ ทั้งเครื่องยนต์ ล้อ ยางรถ ส่วนโครงสร้างรถ ฯลฯ เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาร่วมกับหลักฐานอื่นๆ เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริงของโศกนาฏกรรม 14 ศพ ในครั้งนี้ต่อไป
พันจ่าอากาศเอก ฉัตรชัย สวียานนท์ หัวหน้าหน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.ห้วยยาง กล่าวว่า ตนพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัย อบต.ห้วยยาง ได้มาช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุ โดยหากหันหน้าเข้าหารถทัวร์ พบว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ จะอยู่บริเวณด้านซ้ายของตัวรถ เบาะที่นั่งปิดทับ โดยชั้นบน มีผู้เสียชีวิต 7 ราย ด้านล่าง 3 ราย และร่างกระเด็นหลุดตกออกมานอกรถอีก 4 ราย รวมผู้เสียชีวิตทั้งหมด 14 ราย
ทั้งนี้ มี 2 รายที่หลุดออกมานอกรถแล้วรอดชีวิต คือ เด็กอายุ 4 ขวบ ไม่บาดเจ็บ และมีผู้ชาย อายุประมาณ 17 ปี นั่งด้านหน้าก็หลุดออกมาจากรถ และไม่ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน
นายเดชา เรืองอ่อน หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ทีมผู้เชี่ยวชาญฯ จากหน่วยงานต่างๆ ยังไม่สรุปสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ หลังลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุแล้ว โดยจะต้องนำข้อมูลไปวิเคราะห์ และประกอบกับหลักฐานอื่นเพื่อประกอบการพิจารณาหาสาเหตุที่แท้จริง อาทิ ประกอบกับข้อมูลของเจ้าหน้าที่ตำรวจจากการสอบปากคำผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ฯลฯ
สำหรับความเร็วของรถทัวร์นั้น ทราบข้อมูลจากขนส่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ว่า ตรวจสอบความเร็วได้ประมาณ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด แต่ต้องไปดูเรื่องอื่นประกอบด้วย เช่น หลับในหรือไม่ เพื่อประกอบการพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ