โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

One Day with แพทย์นิติเวช

ทันข่าว Today

เผยแพร่ 09 ม.ค. 2567 เวลา 04.30 น. • ทันข่าว Today

“การค้นหาหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่สามารถเอาไปใช้ในทางคดี เพื่อให้เกิดความยุติธรรม กับศพที่พูดไม่ได้ให้ได้มากที่สุด” นี่เป็นภารกิจของเรา อ. พญ.หทัยชนก พึงเจริญพงศ์ หรือคุณหมอหมิว อาจารย์ประจำสาขาวิชานิติเวชศาสตร์ ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ได้ร่วมถ่ายทอดความรู้ การทำงานของแพทย์สาขานิติเวชศาสตร์
ห้องทำงานก็คือห้องผ่าศพ หรือเรียกว่าห้องปฏิบัติการชันสูตรศพ ซึ่งเป็นห้องเก็บพยานหลักฐานต่าง ๆ ทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อนำไปใช้ในทางคดีให้เกิดความยุติธรรมกับศพที่พูดไม่ได้ให้ได้มากที่สุด
การทำงานเริ่มต้นเวลา 9.00 น. และก็ไม่แน่นอนว่าจะต้องผ่าศพกี่เคส หรือออกนอกพื้นที่กี่ครั้ง ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในวันนั้น ๆ บางวันอาจจะ 1 - 4 เคส บางวันอาจจะไม่มีเลยก็ได้
การใช้เวลาในการผ่าพิสูจน์ศพ ก็ไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับแต่ละเคส ในเคสปกติ โดยเฉลี่ยจะใช้เวลา 30 - 40 นาที ในเคสที่ต้องใช้ความละเอียดมากขึ้น อาจจะต้องเก็บวัตถุพยาน มีการดูบาดแผลที่ละเอียดมากขึ้น เช่นบาดแผลถูกยิงหรือถูกแทง ยิ่งมีหลายแผลก็จะใช้เวลานานมากขึ้น อาจลากยาวถึง 3 - 4 ชั่วโมงก็ได้
อ. พญ.หทัยชนก พูดถึงความคุ้นเคยของคนทั่วไปที่มองมายังการทำงานด้านนิติวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะการผ่าพิสูจน์ศพ คนอาจจะนึกไปถึงฉากหนัง ซีรี่ส์ในภาพยนตร์ ที่มโนว่าห้องผ่าพิสูจน์ คงจะเป็นห้องมืด สลัว ๆ บรรยากาศวังเวง ชวนให้น่ากลัว ผีพร้อมจะโผล่ขึ้นมาในตอนไหนก็ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ห้องชันสูตรศพนั้น มีแสงไฟสว่างจ้ามาก เพื่อการทำงานได้สะดวกมีทีมผู้ช่วยหลายคนช่วยกันทำงาน
เตียงจะเป็นเตียงแบบน้ำไหล ระหว่างที่ผ่าหากมีน้ำหรือเลือดผสมออกมาจะได้ง่ายต่อการล้างทำความสะอาด มีระบบกรองน้ำด้านล่างเตียง เวลาผ่าศพก็จะผ่าเปิดมีการชั่งน้ำหนักอวัยวะต่าง ๆ เพราะความผิดปกติของอวัยวะต่าง ๆ อาจะเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตได้ รวมทั้งการตรวจสารพิษในเลือด หรือปัสสาวะ
เมื่อมีเคสผ่าพิสูจน์ เช่น กรณีที่เสียชีวิตจากการถูกทำร้ายร่างกาย ถูกฟัน ถูกยิง ก็จะมีการวัดบาดแผล ถ่ายรูปภายนอก การทำงานด้านการเก็บพยานหลักฐาน อาจจะตัดเล็บไว้ด้วย เผื่อพิสูจน์ DNA เทียบกับของคนร้ายได้
ถ้ามีเสื้อ ก็เก็บเสื้อเป็นวัตถุพยานด้วย และการผ่าพิสูจน์ก็จะได้รู้ว่าถูกแทงจากจุดไหน นอกเสื้อหรือในเสื้อ เพื่อประเมินว่าเลือดออกมากแค่ไหน
วัดบาดแผล การตรวจดูเป็นประมาณไหน กรณีที่มีดหรือปืนไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุแล้ว ก็จะใช้สิ่งที่ตรวจพบบอกไป เพื่อที่จะได้ตีวงแคบมากยิ่งขึ้น จะได้นำมีดเหล่านั้นมาตรวจ DNA
ในกรณีที่เป็นการผ่าพิสูจน์เพื่อเก็บพยานหลักฐานทางคดี ก็จะมีการเก็บชิ้นเนื้อชิ้นเล็กๆเอาไว้ ซูมลงไปถึงระดับเซล เพื่อดูว่าเป็นไปตามที่สงสัยหรือไม่ หรือ กรณีปอดติดเชื้อ ก็จะนำชิ้นเนื้อชิ้นเล็กที่เก็บตัวอย่างไว้ ส่องกล้องจุลทรรศน์เพื่อดูว่ามีการอักเสบจริงหรือไม่
อีกงานที่ทางนิติวิทยาศาสตร์ต้องทำคือ การตรวจพิสูจน์ DNA เพื่อหาความสัมพันธ์เชื่อมโยง ทางสายเลือด พ่อ - แม่ - ลูก ได้
เมื่อขั้นตอนการผ่าพิสูจน์เสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็จะเป็นการเขียนรายงานเพื่อส่งให้กับตำรวจ ผู้ที่เขียนรายงานคือแพทย์ Resident คือแพทย์เรียนจบแล้ว และเรียนต่อเฉพาะทางนิติเวชศาสตร์ จากนั้นก็จะมาตรวจควบคู่ไปกับรูปอวัยวะต่างๆ ที่ถ่ายไวตั้งแต่ตอนแรก รวมทั้งที่เก็บ DNA เพื่อไป Match กับ DNA คนร้ายและมีดที่ต้องสงสัย
▪️ เคสประทับใจ
เคสของคุณป้าท่านหนึ่ง สามีเสียชีวิตไป ขณะนอนอยู่ข้าง ๆ ก็เลยรู้สึกผิดว่า ไม่ได้ดูแลให้ดี และสามีจากไปโดยไม่ได้จากลา ในเคสนี้ได้อธิบายข้อเท็จจริงทางการแพทย์ให้ฟังว่า แม้แต่คุณป้าได้ตื่นขึ้นมา ขณะที่สามียังไม่เสียชีวิต ก็ไม่อาจจะช่วยอะไรได้ เพราะโรคบางชนิดจะเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว เขาก็ขอบคุณที่ทำให้ไม่ต้องโทษตัวเองอีกต่อไป
▪️ แรงบันดาลใจ
“แบ่งเป็น 2 ส่วน ในส่วนแรก นอกจากเป็นหมอนิติเวชแล้ว ยังเป็นอาจารย์แพทย์ด้วย มีความสุขทุกวันที่ได้ถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ ถ่ายทอดเพื่อให้แพทย์รุ่นต่อ ๆ ไป นำไปใช้ประโยชน์ กับประชาชนต่อไป
และอีกส่วนหนึ่งคือการทำงาน เคสที่ทำให้เราอยากมาทำงานตรงนี้ คือเคสการทำร้ายร่างกาย อยากใช้ความรู้ของเรา อธิบายเขา เป็นกำลังใจ และให้พลังเพื่อสู้ต่อไป” อ. พญ.หทัยชนก กล่าว
รับชมวิดิโอเพิ่มเติม : https://youtu.be/A3ZvR2pWUxE

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...