โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

เพราะอะไรผู้ชายอายุน้อยหันมาใช้ไวอะกร้ากันมากขึ้น?

BT Beartai

อัพเดต 09 ม.ค. 2567 เวลา 11.57 น. • เผยแพร่ 09 ม.ค. 2567 เวลา 09.36 น.
เพราะอะไรผู้ชายอายุน้อยหันมาใช้ไวอะกร้ากันมากขึ้น?

ไวอะกร้า (Viagra) หรือซิลเดนาฟิล (Sildenafil) ยารักษาอาการนกเขาไม่ขัน หรืออาการจู๋ไม่แข็ง ดูเหมือนว่าจะเป็นยาของคนที่มีปัญหาด้านนี้โดยเฉพาะ ซึ่งภาพในหัวของเราคงเป็นคุณลุง หรือคุณปู่อายุมากที่ประสบปัญหาด้านการมีเซ็กส์ เพราะไม่เกิดการแข็งตัวใช่ไหมล่ะครับ?

แต่ถ้าบอกว่าทุกวันนี้กลุ่มคนที่ใช้ไวอะกร้าไม่ใช่แค่คนแก่ แต่เป็นผู้ชายอายุน้อยที่ยังไม่พ้นเลข 3 ก็เริ่มใช้ไวอะกร้ากันแล้ว ซึ่งไวอะกร้าดูเหมือนจะเป็นยาวิเศษ แต่ก็มีผลข้างเคียงเยอะเหมือนกัน แล้วปัญหาที่ผู้ชายอายุน้อยใช้ไวอะกร้าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทั่วโลก แต่เพราะอะไรผู้ชายอายุน้อยถึงหันมาใช้ไวอะกร้ากัน บทความนี้มีข้อมูลมาบอก

รู้จักไวอะกร้ากันก่อน

แทบทุกคนรู้จักไวอะกร้าในฐานะของยารักษาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศของผู้ชาย แต่จริง ๆ แล้วไวอะกร้าถูกคิดค้นมาเพื่อรักษาโรคหัวใจ และภาวะความดันโลหิตสูงนะครับ แต่พอดีว่าคนที่เข้าทดสอบยาในช่วงแรกเจอคุณสมบัติพิเศษนี้ หลายปีต่อมาไวอะกร้าเลยกลายเป็นยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ

คุณสมบัติของยานี้ในการรักษาอาการจู๋ไม่แข็ง คือ การขยายหลอดเลือดในอวัยวะเพศชาย ซึ่งจะช่วยให้เลือดไหลเวียนเข้าไปในเนื้อเยื่ออวัยวะเพศได้มากขึ้น ส่งผลให้น้องชายกลับมาแข็งปั๋ง โดยปกติจะใช้ก่อนออกศึกประมาณ 30 นาที และสามารถออกฤทธิ์อยู่ได้นานหลายชั่วโมง แต่ไวอะกร้าไม่ได้ช่วยเพิ่มอารมณ์ทางเพศ ปลุกเซ็กส์ หรือทำให้คุณเสียวขึ้นแต่อย่างใดนะครับ ยาแค่ทำให้จู๋แข็งตัวได้ดีขึ้น มากขึ้น และนานขึ้นเท่านั้นเอง

ด้วยความที่ซิลเดนาฟิลออกฤทธิ์ต่อระบบไหลเวียนเลือด ผู้ที่ใช้ยาหลายคนสามารถพบผลข้างเคียงทั่วไป อย่างใจสั่น ใจเต้นรัว รู้สึกร้อนตามร่างกาย ตาพร่า เวียนหัว หรือปวดหัวได้ บางคนเนี่ยอาจมีอาการอวัยวะเพศชายแข็งจนเกิดอาการปวดเลยก็มี

และยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียงรุนแรงที่เป็นอันตรายราว 1:1,000 คน ถ้าใช้แล้วคลื่นไส้ อาเจียน เวียนหัวรุนแรง คล้ายจะเป็นลม เจ็บแน่นหน้าอก ผิวหนังบวม เกิดผื่นแดง ต้องรีบไปโรงพยาบาลเลย ถ้าคนที่มีโรคประจำตัว หรืออายุมากต้องใช้ตามที่แพทย์แนะนำ

ที่สำคัญ คือ ไวอะกร้าห้ามใช้ร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สารเสพติด เอมิลไนไตรต์ (Amyl nitrite) หรือป๊อปเปอร์ เพราะอาจทำให้ความดันต่ำเกินจนเกิดอาการช็อกได้ ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ไวอะกร้าเลยเป็นยาที่มีประโยชน์มาก แต่ก็มีความเสี่ยงไม่น้อย ทุก ๆ การใช้จึงมีความเสี่ยงไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม อย่างไรก็ตาม คนส่วนใหญ่สามารถใช้ยาไวอะกร้าได้อย่างปลอดภัย ภายใต้คำแนะนำของแพทย์

ทำไมผู้ชายอายุน้อยหันมาใช้ไวอะกร้ามากขึ้น?

แน่นอนว่าผู้ชายอายุน้อยส่วนใหญ่ที่ใช้ไวอะกร้าไม่ได้มีปัญหาสุขภาพทางเพศที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของน้องชาย เพราะฮอร์โมน และความแข็งแรงของร่างกายยังคงอยู่ในระดับที่ปกติ แล้วทำไมคนอายุน้อยถึงหันมาใช้ไวอะกร้ากัน?

ในความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ อย่าง ดร.เอ็ดเวิร์ด ราตุช (Dr. Edward Ratush) และ ดร.ปีเตอร์ แซดดิงตัน (Dr. Peter Saddington) ที่ได้เล่าในพอดแคสต์ In Conversation ของเว็บไซต์ Medical News Today ว่าผู้ชายอายุน้อยเหล่านี้ใช้ยาไวอะกร้ามากขึ้นในฐานะของเครื่องมือเพื่อความมั่นใจในการมีเซ็กส์เท่านั้น และส่วนมากของผู้ใช้กลุ่มนี้มักหยุดใช้ยาเมื่อผ่านไปหลายเดือน เพราะพวกเขาเริ่มมั่นใจในสมรรถภาพของตัวเองมากขึ้น

ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าความไม่มั่นใจที่นำไปสู่การใช้ยาช่วยให้เกิดการแข็งตัวส่วนหนึ่งอาจมาจากปัจจัยเรื่องสภาพจิตใจ และสังคม เพราะสิ่งที่เด็กผู้ชาย หรือแม้แต่ผู้ชายวัยผู้ใหญ่ประสบพบเจอคือมาตรฐานของความเป็นชายที่ดูเหมือนจะสูงเกินความเป็นจริงไปมาก เช่น ต้องมีน้องชายที่ใหญ่ ไม่ก็ยาวแบบพระเอกหนังผู้ใหญ่ อวัยวะเพศต้องแข็งนาน อึดถึกทน เสร็จช้าอะไรแบบนั้น ทั้งที่จริงแล้ว ค่าเฉลี่ยในความเป็นจริง สวนทางกับมาตรฐานความเป็นชายในอุดมคติของคนทั่วโลกอยู่มากโข

ส่วนปัญหาทางด้านจิตใจที่ส่งผลต่อความไม่มั่นใจ คือ ปัจจัยภายนอก อย่างความตื่นเต้นที่จะได้มีเซ็กส์ การพบเจอกับคู่นอนคนใหม่ ๆ ที่ทำให้เกิดความประหม่า ความกังวล และความไม่มั่นใจ ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้ส่งผลต่อการแข็งตัวของน้องชายได้ โดยผู้เชี่ยวชาญสรุปว่า พวกเขาแค่อยากรู้สึกมั่นใจว่าเขาสามารถแข็งตัวได้ในทุกสถานการณ์นั่นเอง และส่วนใหญ่จะใช้เพื่อการมีเซ็กส์ในความสัมพันธ์ระยะสั้นมากกว่าระยะยาว

ผมรู้สึกเหมือนไอ้จ้อนผมมันจะระเบิด! เจมส์กล่าว

ข้อความนี้อาจดูทะลึ่งตึงตังปนตลก แต่นี่คือสิ่งที่เจมส์ ชายหนุ่มสุขภาพดี วัย 27 ปี (ขณะนั้น) ที่ไม่ได้มีปัญหานกเขาไม่ขันให้สัมภาษณ์กับสื่ออย่าง The Indepentdent เกี่ยวกับประสบการณ์การใช้ไวอะกร้าของเขา โดยเขาบอกเขาเริ่มใช้ซิลเดนาฟิลหลังจากเลิกกับแฟนสาวที่คบมา 5 ปี และอยากลองเริ่มมีเซ็กส์กับสาวหน้าใหม่ แต่เขากลับเกิดความกังวลเกี่ยวกับฝีไม้ลายมือในการมีเซ็กส์ของตัวเอง และเขาก็เริ่มเข้าสู่วงการไวอะกร้า ซึ่งยานี้ก็ช่วยให้น้องชายของเขาแข็งปั๋งราวกับเวทมนตร์

โดยเจมส์ก็ใช้ไวอะกร้าเพื่อมีเซ็กส์อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเขาได้เริ่มคบกับสาวคนใหม่ และเพื่อให้แน่ใจว่าน้องชายของเขาจะไม่หักหลัง และทำเขาขายหน้าขณะเข้าได้เข้าเข็ม เขาเลยเพิ่มโดสของไวอะกร้าเป็น 2 เท่า

ปกติแล้ว มาตรฐานของยาไวอะกร้าจะมี 2 โดสด้วยกัน คือ 50 มิลลิกรัม และ 100 มิลลิกรัม ซึ่งใช้แยกตามความรุนแรงของอาการ สูงสุดไม่เกิน 1 เม็ดต่อวัน โดยเจมส์ได้ซัดไวอะกร้า 100 มิลลิกรัมไป 2 เม็ด แต่สาวคนใหม่ของเขากลับไม่ได้มีอารมณ์ร่วม และนอนหลับไป ปล่อยเขาคิดกับตัวเองว่า “ผมรู้สึกเหมือนไอ้จ้อนผมมันจะระเบิด!”

พร้อมด้วยอาการหน้ามืดเหมือนจะเป็นลม และร่องรอยของเส้นเลือดฝอยที่ปรากฏในดวงตาอันแดงก่ำ กับความรู้สึกถึงความผิดปกติที่ชัดเจนมาก ๆ แต่เคราะห์ดีที่เขารอดมาได้ และเขาก็ยังคงใช้ไวอะกร้าในการมีเซ็กส์อยู่โดยที่ไม่ได้บอกคู่นอนของเขา และจากที่คุยกับเพื่อน เพื่อนของเขาก็ใช้ไวอะกร้าด้วยเหมือนกัน เพราะทำให้เขารู้สึกเหมือนกับไปเป็นเด็กชายอายุ 14 ปี

ผลกระทบเมื่อผู้ชายอายุน้อยคิดว่าไวอะกร้าเป็นที่พึ่งทางใจ

ดร. ชิริน ลาคานี (Dr. Shirin Lakhani) แพทย์เฉพาะทางภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศให้ความเห็นถึงผลกระทบในการใช้ไวอะกร้าเป็นตัวช่วยสร้างความมั่นใจในการมีเซ็กส์ว่าในระยะยาวนั้นมีความเป็นไปได้ที่ประสิทธิภาพยาลดน้อยลง และผู้ชายเหล่านั้นจะยิ่งต้องการยาชนิดนี้เพื่อเป็นที่พึ่งทางใจ และขาดมันไม่ได้ ทั้งที่พวกเขาไม่ได้มีอาการอะไร และยาก็ไม่ได้ทำให้เกิดอาการเสพติด

ข้อมูลทางการแพทย์พบว่าในกรณีที่พบได้น้อยมาก การใช้ยาซิลเดนาฟิลในระยะยาวอาจมีความเสี่ยงของการสูญเสียการมองเห็น และได้ยินได้ ไม่นับรวมผลข้างเคียงจากการใช้ยาโดยขาดความรู้ อย่างการใช้ร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสารเสพติดที่อาจทำให้เสียชีวิตได้

บางทีแข็งมาก บางครั้งแข็งน้อยเป็นเรื่องปกติ?

ระดับความแข็งของน้องชายเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ซึ่งตราบที่คุณสามารถแข็งตัว และสอดใส่จนเสร็จสมอารมณ์หมายได้ โดยอาจแข็งเต็มที่แบบสุด ๆ หรืออาจไม่เต็มที่แต่ยังสอดใส่ และมีเซ็กส์ได้ปกตินั้นเป็นเรื่องธรรมดา หรือบางทีเซ็กส์ครั้งนี้อาจไม่แข็งเลย แต่ครั้งถัดไปแข็งเต็มที่ก็อาจเป็นผลได้จากหลายปัจจัย ทั้งทางร่างกาย และอารมณ์ เช่น ความกังวล ความเครียด หรือพักผ่อนน้อย

แต่ถ้าน้องชายไม่แข็งเลย ไม่ขยายตัวเลยนั่นแปลว่าคุณอาจมีปัญหาบางอย่าง ไม่ว่าจะทางร่างกาย หรือจิตใจ โดยในทางการแพทย์ได้แบ่งการแข็งตัวออกเป็น 5 ระดับ ตั้งแต่ 0–4 ดังนี้

  • 0 = ไม่ขยายตัว และไม่แข็ง
  • 1 = ขยายตัว แต่ไม่แข็ง
  • 2 = ขยายตัว และแข็ง แต่ไม่แข็งพอที่จะสอดใส่
  • 3 = ขยายตัว และแข็งพอที่จะสอดใส่ได้
  • 4 = ขยายตัว และแข็งแบบเต็มที่

ลดความสำคัญของมาตรฐานความเป็นชายเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น

มาตรฐานความเป็นชายที่สูงเกินไป ทั้งในมุมมองของผู้หญิง และผู้ชายอาจทำให้คุณค่าของผู้ชายนั้นลดลงได้ เพราะการพูดเรื่องปัญหาทางเพศกลายเป็นเรื่องที่น่าอาย และขบขัน ส่งผลให้คนที่มีปัญหาเรื่องนี้ไม่กล้าที่จะปรึกษาแพทย์ และหาทางออกด้วยตนเอง โดยเฉพาะผู้ชายอายุน้อยที่ให้ความสำคัญกับเรื่องเซ็กส์มากเป็นพิเศษ

จนเกิดความเสี่ยงต่าง ๆ ตามมา อย่างการใช้ยาไวอะกร้าเกินขนาด หรือการใช้ยาปลอม ในเคสของสหราชอาณาจักรที่ไวอะกร้าปลอมระบาด จนรัฐบาลต้องอนุญาตให้ขายไวอะกร้าแท้ในร้านขายยา

จากข้อมูลทางการแพทย์ทั่วโลก อาการนกเขาไม่ขัน จู๋ไม่แข็ง หย่อนสมรรถภาพทางเพศพบได้น้อยมาในคนช่วงวัย 20 ปี ซึ่งอย่างที่ได้บอกไว้คนในช่วงวัยนี้มักแข็งแรง แต่ส่วนหนึ่งอาจมีคนที่กำลังเผชิญกับอาการของโรคนี้จริง ๆ แต่รู้สึกอายที่จะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

นอกจากนี้ อาจเกิดผลกระทบด้านความมั่นใจ และด้านจิตใจที่ทำให้ผู้ชายหลายคนกังวลจนปัญหาที่สามารถแก้ได้ไม่ยาก เลยเถิดไปเป็นปัญหาด้านภาวะอารมณ์ และปัญหาสมรรถภาพทางเพศจริง ๆ ที่ส่งผลต่อการมีความสุข และคุณภาพชีวิตของคนที่เจอกับปัญหานี้ได้

สุดท้ายนี้ การแข็งตัวของอวัยวะเพศชายเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตเซ็กส์ หากเกิดปัญหา ไม่ว่าจะจากอวัยวะเพศ หรือความรู้สึก การปรึกษาแพทย์ดูเหมือนจะเป็นทางออกที่ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพที่สุด ไม่ว่าคุณจะเป็นวัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุก็ตาม และการใช้ไวอะกร้าอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีเสมอไป เพราะทุกการใช้ยังคงมีความเสี่ยงเสมอ

ที่มา 1, 2, 3, 4, 5

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...