หนุ่มช้ำรัก 12 ปีพัง เมียทิ้งพาลูกหนี เหตุทนไม่ไหว ผัวไม่ล้างจาน ทิ้งเสื้อเรี่ยราด
หนุ่มช้ำรัก 12 ปีพัง โดนเมียทิ้ง ขอหย่าพาลูกหนี เหตุทนไม่ไหว ผัวไม่ล้างจาน ทิ้งเสื้อผ้าเรี่ยราดเต็มพื้น ลั่นชีวิตแทบพัง แต่ตอนนี้เข้าใจแล้ว
แมทธิว เฟรย์ เปิดใจอย่างตรงไปตรงมาถึงการล่มสลายของความสัมพันธ์ของเขาในบล็อกบนเว็บไซต์ must be this tall to ride โดยเล่ารายละเอียดของการเลิกรากันระหว่างเขากับภรรยา ที่เขาเชื่อในตอนแรกว่าเหตุผลของภรรยาในการจากไปนั้น "ไร้เหตุผล" และ "ไร้สาระ"
หลังจากวันเกิดปีที่ 34 ของเขา ภรรยาก็ทิ้งเขาไปและพาลูกชายไปด้วย เพราะทิ้งแก้วน้ำดื่มไว้ที่อ่างล้างจาน บ่อยครั้งที่วางจานบนโต๊ะห่างจากเครื่องล้างจานเพียงไม่กี่เซนติเมตร และในบางครั้งเขาก็ไม่เก็บเสื้อผ้า แถมยังทิ้งเรี่ยราดไว้บนเฟอร์นิเจอร์หรือแม้แต่บนพื้น เพราะคิดว่าภรรยาน่าจะเข้าใจดีว่ามันเป็นเรื่องเล็ก ๆ
แมทธิวกล่าวว่า รู้สึกเหมือนชีวิตของเขาพังยับเยิน"ผมเสียใจมาก ผมร้องไห้และตะโกนตำหนิเธอที่ทำลายชีวิตผม ก่อนจะเห็นเธอเริ่มต้นกับคนใหม่ก็ยิ่งรู้สึกแย่ เพราะคิดว่าผู้ชายคนนี้จะมาเป็นครอบครัวที่มีความสุขกับเธอและลูกชายของผม ขณะที่ผมฉันกำลังดูเน็ตฟลิกซ์อย่างเมามายทั้งน้ำตาและดื่มวอดกา แต่วันนี้ 9 ปีต่อมา ผมเชื่อว่าเธอเลือกได้อย่างชาญฉลาด จากประสบการณ์ที่อยู่ด้วยกันมา 12 ปี เธอทำสิ่งที่ถูกต้องโดยทิ้งผม"
เขาตระหนักว่าปัญหามีมากกว่าที่เขาคิดไว้มาก ประเด็นคือ "ภรรยาไม่ชอบสิ่งไม่เป็นระเบียบ แต่เธอไม่ได้จู้จี้และไม่เคยใช้อารมณ์เป็นหลัก เธอมักมีเหตุผลในการตัดสินใจเสมอ ผมเลือกทำตามความรู้สึกและความชอบของผมมากกว่าเธอ"
"ผมแทบไม่เคยคิดว่าการกระทำของผมส่งผลต่*อเธออย่างไร ผมปล่อยให้ภรรยาต้องแบกรับภาระความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ในการแต่งงาน ดูแลบ้านตามลำพัง และเอาใจใส่ครอบครัว ผมคิดว่าผมเป็นคนดี แต่ความจริงก็คือ ผู้ชายดี ๆ อาจเป็นเรื่องเลวร้ายในการแต่งงาน และบ่อยครั้งก็เป็นเช่นนั้น นั่นเป็นบทเรียนที่เจ็บปวด"*
คืนหนึ่ง ในช่วงเวลาที่ยากลำบากเป็นพิเศษ เขาอ้างว่าได้โทรหานักบำบัดโรค ซึ่งสนับสนุนให้เขาระบายความรู้สึกจดบันทึกออกมาเป็นกระดาษ อีกทั้งแมทธิวยังมึนเมาจึงทำการโพสต์เกี่ยวกับการหย่าร้างบนโลกโซเชียล ซึ่งมีผู้ชายจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เริ่มมีส่วนร่วมในบล็อกและแบ่งปันเรื่องราวของพวกเขา ทำให้แมทธิวตระหนักว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาและภรรยาของเขาไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เป็นเรื่องปกติ
เขาได้เรียนรู้ว่าตรงกันข้ามกับความเชื่อทั่วไป การแต่งงานไม่ได้จบลงอย่างกะทันหัน เมื่อความสัมพันธ์ตึงเครียด ความกดดันก็ค่อย ๆ เข้ามา เพียงรอการระเบิดเวลา และสาเหตุที่คนส่วนใหญ่มองไม่เห็นก็คือ ขาดความเห็นอกเห็นใจ ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญอันดับหนึ่งในการมีชีวิตคู่ที่ยั่งยืน
แมทธิวกล่าวว่า “ผมไม่ตระหนักเลยว่าภรรยาของผมกำลังเข้าหมดความอดทนในการแต่งงานของเรามากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่เธอเห็นแก้วใบนั้น เพราะผมปฏิเสธที่จะมองโลกในแง่ของเธอและเชื่อว่าภรรยาควรเคารพผม เพียงเพราะเราแลกเปลี่ยนคำสาบานกัน"
หลังจากประสบความสำเร็จในบล็อก แมทธิวลาออกจากอาชีพการตลาดและหันมาศึกษาและเรียนรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์และความคิดของมนุษย์ รวมถึงเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ โดยช่วยคนอื่น ๆ เอาชนะปัญหาของพวกเขา นอกจากนี้ แมทธิวยังเขียนและพูดเกี่ยวกับการแต่งงานและการหย่าร้างในหนังสือ This Is How Your Marriage Ends