โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนุ่มช้ำรัก 12 ปีพัง เมียทิ้งพาลูกหนี เหตุทนไม่ไหว ผัวไม่ล้างจาน ทิ้งเสื้อเรี่ยราด

Khaosod

อัพเดต 01 เม.ย. 2565 เวลา 11.11 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. 2565 เวลา 11.11 น.

หนุ่มช้ำรัก 12 ปีพัง โดนเมียทิ้ง ขอหย่าพาลูกหนี เหตุทนไม่ไหว ผัวไม่ล้างจาน ทิ้งเสื้อผ้าเรี่ยราดเต็มพื้น ลั่นชีวิตแทบพัง แต่ตอนนี้เข้าใจแล้ว

แมทธิว เฟรย์ เปิดใจอย่างตรงไปตรงมาถึงการล่มสลายของความสัมพันธ์ของเขาในบล็อกบนเว็บไซต์ must be this tall to ride โดยเล่ารายละเอียดของการเลิกรากันระหว่างเขากับภรรยา ที่เขาเชื่อในตอนแรกว่าเหตุผลของภรรยาในการจากไปนั้น "ไร้เหตุผล" และ "ไร้สาระ"

หลังจากวันเกิดปีที่ 34 ของเขา ภรรยาก็ทิ้งเขาไปและพาลูกชายไปด้วย เพราะทิ้งแก้วน้ำดื่มไว้ที่อ่างล้างจาน บ่อยครั้งที่วางจานบนโต๊ะห่างจากเครื่องล้างจานเพียงไม่กี่เซนติเมตร และในบางครั้งเขาก็ไม่เก็บเสื้อผ้า แถมยังทิ้งเรี่ยราดไว้บนเฟอร์นิเจอร์หรือแม้แต่บนพื้น เพราะคิดว่าภรรยาน่าจะเข้าใจดีว่ามันเป็นเรื่องเล็ก ๆ

แมทธิวกล่าวว่า รู้สึกเหมือนชีวิตของเขาพังยับเยิน"ผมเสียใจมาก ผมร้องไห้และตะโกนตำหนิเธอที่ทำลายชีวิตผม ก่อนจะเห็นเธอเริ่มต้นกับคนใหม่ก็ยิ่งรู้สึกแย่ เพราะคิดว่าผู้ชายคนนี้จะมาเป็นครอบครัวที่มีความสุขกับเธอและลูกชายของผม ขณะที่ผมฉันกำลังดูเน็ตฟลิกซ์อย่างเมามายทั้งน้ำตาและดื่มวอดกา แต่วันนี้ 9 ปีต่อมา ผมเชื่อว่าเธอเลือกได้อย่างชาญฉลาด จากประสบการณ์ที่อยู่ด้วยกันมา 12 ปี เธอทำสิ่งที่ถูกต้องโดยทิ้งผม"

เขาตระหนักว่าปัญหามีมากกว่าที่เขาคิดไว้มาก ประเด็นคือ "ภรรยาไม่ชอบสิ่งไม่เป็นระเบียบ แต่เธอไม่ได้จู้จี้และไม่เคยใช้อารมณ์เป็นหลัก เธอมักมีเหตุผลในการตัดสินใจเสมอ ผมเลือกทำตามความรู้สึกและความชอบของผมมากกว่าเธอ"

"ผมแทบไม่เคยคิดว่าการกระทำของผมส่งผลต่*อเธออย่างไร ผมปล่อยให้ภรรยาต้องแบกรับภาระความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ในการแต่งงาน ดูแลบ้านตามลำพัง และเอาใจใส่ครอบครัว ผมคิดว่าผมเป็นคนดี แต่ความจริงก็คือ ผู้ชายดี ๆ อาจเป็นเรื่องเลวร้ายในการแต่งงาน และบ่อยครั้งก็เป็นเช่นนั้น นั่นเป็นบทเรียนที่เจ็บปวด"*

คืนหนึ่ง ในช่วงเวลาที่ยากลำบากเป็นพิเศษ เขาอ้างว่าได้โทรหานักบำบัดโรค ซึ่งสนับสนุนให้เขาระบายความรู้สึกจดบันทึกออกมาเป็นกระดาษ อีกทั้งแมทธิวยังมึนเมาจึงทำการโพสต์เกี่ยวกับการหย่าร้างบนโลกโซเชียล ซึ่งมีผู้ชายจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เริ่มมีส่วนร่วมในบล็อกและแบ่งปันเรื่องราวของพวกเขา ทำให้แมทธิวตระหนักว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาและภรรยาของเขาไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เป็นเรื่องปกติ

เขาได้เรียนรู้ว่าตรงกันข้ามกับความเชื่อทั่วไป การแต่งงานไม่ได้จบลงอย่างกะทันหัน เมื่อความสัมพันธ์ตึงเครียด ความกดดันก็ค่อย ๆ เข้ามา เพียงรอการระเบิดเวลา และสาเหตุที่คนส่วนใหญ่มองไม่เห็นก็คือ ขาดความเห็นอกเห็นใจ ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญอันดับหนึ่งในการมีชีวิตคู่ที่ยั่งยืน

แมทธิวกล่าวว่า “ผมไม่ตระหนักเลยว่าภรรยาของผมกำลังเข้าหมดความอดทนในการแต่งงานของเรามากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่เธอเห็นแก้วใบนั้น เพราะผมปฏิเสธที่จะมองโลกในแง่ของเธอและเชื่อว่าภรรยาควรเคารพผม เพียงเพราะเราแลกเปลี่ยนคำสาบานกัน"

หลังจากประสบความสำเร็จในบล็อก แมทธิวลาออกจากอาชีพการตลาดและหันมาศึกษาและเรียนรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์และความคิดของมนุษย์ รวมถึงเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ โดยช่วยคนอื่น ๆ เอาชนะปัญหาของพวกเขา นอกจากนี้ แมทธิวยังเขียนและพูดเกี่ยวกับการแต่งงานและการหย่าร้างในหนังสือ This Is How Your Marriage Ends

ขอบคุณที่มาจาก Mirror Dailymail

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...