โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

7 เทคนิคดูแลบ้านให้ปราศจากไวรัส โดยใช้ของที่มีติดบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด

becommon.co

เผยแพร่ 09 ส.ค. 2564 เวลา 00.55 น. • common: Knowledge, Attitude, make it Simple

แม้จะเข้าสู่ปีที่สองของการใช้ชีวิตภายใต้ ‘วิถีใหม่’ ที่ต้องใส่ใจเรื่องความสะอาดกันแบบเข้มข้น แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังไม่คลายความกังวล ภายใต้แนวคิดที่ว่า หากชีวิตนี้ขาดน้ำยาฆ่าเชื้อโรคไป ภัยต้องมาถึงตัวแน่นอน 

การใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคในการทำความสะอาดบ้านเป็นวิธีที่ถูกต้องและดีที่สุดในการรักษาความสะอาดและฆ่าเชื้อแบคทีเรีย แต่ก็ยังมีทางเลือกอื่นๆ ในการดูแลบ้านให้สะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย ปราศจากเชื้อโรค โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อน้ำยาฆ่าเชื้อโรคเกินความจำเป็น 

เพราะยังมีอีกหลายตัวช่วยภายในบ้านรวมถึงธรรมชาติรอบตัว ที่คุณสามารถหยิบจับนำมาใช้ดูแลสุขอนามัยของตนเองและคนในครอบครัวแบบประหยัดคุ้มค่าและยั่งยืนกว่า หากปฏิบัติเป็นประจำสม่ำเสมอ แม้ในยามที่ไม่มีโรคระบาดใดๆ เกิดขึ้นเลยก็ตาม 

1.

ใช้น้ำยาซักผ้าขาวแทนน้ำยาฆ่าเชื้อโรค 

House Cleaning

คุณสมบัติของน้ำยาซักผ้าขาว คือ การขจัดคราบฝังแน่นและคราบสกปรกต่างๆ ในใยผ้า ทั้งยังมีความสามารถในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ดี โดยผสมน้ำยาซักผ้าขาวกับน้ำเปล่า ใช้ทำความสะอาดบนพื้นผิววัสดุแข็งที่ไม่มีรูพรุน เช่น สแตนเลส เซรามิก สุขภัณฑ์ ฯลฯ เท่านี้ก็สะอาดหมดจด 

2.

น้ำส้มสายชูใช้ขัดถูได้ทุกซอก 

House Cleaning

น้ำส้มสายชูเป็นหนึ่งในวัตถุดิบอัศจรรย์ที่นอกจากจะเป็นเครื่องปรุงแล้ว ยังใช้ทำความสะอาดได้สารพัด โดยเฉพาะการกำจัดคราบต่างๆ ทั้งคราบน้ำ คราบตะกรัน คราบชากาแฟติดก้นถ้วย รอยไหม้บนเตารีด ฯลฯ 

ใครที่อยากให้ห้องน้ำสะอาด โดยไม่ต้องสูดดมสารเคมีจากน้ำยาล้างห้องน้ำ สามารถใช้น้ำส้มสายชูล้างคราบสกปรกติดแน่นในโถส้วม และกำจัดคราบเชื้อราบนผ้าม่านกั้นอาบน้ำ ซึ่งจุดเล็กจุดน้อยเหล่านี้คือแหล่งสะสมเชื้อโรคที่เราต่างก็ละเลย และควรเริ่มลงมือทำความสะอาดได้แล้ว 

3.

ขยันนำหมอนและผ้าห่มไปผึ่งแดด 

House Cleaning

ข้อดีของเมืองไทยคือ มีแสงแดดแผดแสงแรงกล้าช่วยฆ่าเชื้อโรคได้โดยอัตโนมัติ ดังนั้น จึงควรเป็นอย่างยิ่งในการหมั่นดูแลความสะอาดเครื่องนอนเป็นประจำทุกสัปดาห์ ด้วยการนำหมอนและผ้าห่มออกมาผึ่งลมบ่มความร้อนจากพระอาทิตย์ ให้หอมแดดตอนหยิบมาใช้งาน 

เช่นเดียวกับการหมั่นซักปลอกหมอนและผ้าปูที่นอนทุก 1-2 สัปดาห์ เพราะแม้จะใช้งานแค่ตอนนอน แต่ปลอกหมอนก็เป็นแหล่งสะสมเหงื่อไคล รังแค เซลล์ผิวที่ตายแล้ว หรือแม้แต่น้ำลายที่ไหลลงไปบนหมอน ที่ทำให้พื้นที่ (ที่คุณคิดว่า) ปลอดภัย กลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและแบคทีเรียโดยไม่รู้ตัว

4.

เปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศทุกวัน 

House Cleaning

การเปิดประตูและหน้าต่างเพื่อให้อากาศจากภายนอกไหลเวียนเข้ามาในบ้าน จะช่วยลดการสะสมของเชื้อโรคได้เป็นอย่างดี ดังนั้น ควรหาช่วงเวลาเหมาะๆ ในการปิดเครื่องปรับอากาศสักวันละ 1-2 ชั่วโมง แล้วเปิดหน้าต่างและประตูที่อยู่ในทิศตรงข้ามกัน เพื่อให้ลมจากธรรมชาติช่วยระบายอากาศให้ถ่ายเท

สำหรับห้องที่มีหน้าต่างบานเดียว ให้เปิดหน้าต่างแล้วเปิดพัดลมเป่าไปทางหน้าต่าง ก็สามารถช่วยระบายอากาศได้ดี 

5.

วางสบู่ล้างมือทุกจุดที่มีก๊อกน้ำ 

House Cleaning

ไม่เฉพาะแค่บริเวณอ่างล้างหน้าในห้องน้ำเท่านั้นที่ควรวางสบู่ไว้สำหรับล้างมือเพื่อฆ่าเชื้อโรค แต่ควรวางสบู่ไว้ทุกจุดที่มีก๊อกน้ำ ไม่ว่าจะเป็นอ่างล้างจาน ก๊อกน้ำหน้าบ้านและหลังบ้าน เพื่อความสะดวกในการล้างมือทันทีหลังจากรับหรือแกะพัสดุที่มาส่ง 

6.

แยกขยะติดเชื้อทิ้งให้เด็ดขาด 

House Cleaning

หากทำได้ ควรแยกทิ้งขยะแต่ละประเภท แต่ถ้ารู้สึกยุ่งยากเกินไป อย่างน้อยก็ควรแยกขยะติดเชื้อออกจากขยะประเภทอื่นให้เด็ดขาด โดยทิ้งกระดาษเช็ดปาก กระดาษทิชชู่ในห้องน้ำ หน้ากากอนามัยใช้แล้ว และถุงมือใช้ครั้งเดียวทิ้ง มัดใส่ถุงแยกจากขยะประเภทอื่น

หากทำได้ควรทิ้งลงถังขยะอันตราย (ถังสีแดง) เพื่อสุขอนามัยของทั้งตัวเรา คนในครอบครัว และเจ้าหน้าที่เก็บขยะ 

7.

แบ่งพื้นที่ปลูกผักสวนครัว 

House Cleaning

บ้านไหนที่เข้าครัวทำกับข้าวทุกวัน ควรเริ่มปลูกผักสวนครัวง่ายๆ อย่างพริกขี้หนู กะเพรา โหระพา มะกรูด ฯลฯ ไว้กินเองในครัวเรือน จะได้ลดความถี่ในการออกไปจ่ายตลาดเพื่อซื้อวัตถุดิบกระจุกกระจิกให้น้อยลง แค่พื้นที่บริเวณข้างบ้าน หลังบ้าน หรือริมระเบียงแคบๆ ที่มีแสงแดดส่องถึง ก็สามารถปลูกผักปลอดสารพิษไว้กินเอง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต้านทานโรคได้แล้ว 

 

อ้างอิง 

  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ.คู่มือชีวิตวิถีใหม่.https://bit.ly/36HP4Qx 
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...