โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เผาตำรา-ฆ่าบัณฑิต วิธีกำจัดคนเห็นต่าง สร้างเอกภาพทางการเมืองของจิ๋นซี

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 16 ก.พ. 2567 เวลา 10.00 น. • เผยแพร่ 16 ก.พ. 2567 เวลา 09.53 น.
จิ๋นซีฮ่องเต้ วีรบุรุษที่เกิดจากสถานการณ์ช่วงเสื่อมของราชวงศ์โจวตะวันตก รวบรวมเมืองต่างๆ ขึ้นเป็นจักรวรรดิเอกภาพ

“เผาตำรา ฆ่าบัณฑิต” วิธีกำจัดคนเห็นต่าง สร้างเอกภาพทางการเมืองของ “จิ๋นซี”

เมื่อ “ฉินสื่อหวง” หรือ “จิ๋นซี” รวบรวมอาณาจักร สถาปนาราชวงศ์ฉินจนเป็นปึกแผ่น ได้แต่งตั้ง “หลี่ซือ” ขุนนางสำคัญเป็นอัครมหาเสนาบดี หลี่ซือผู้นี้เป็นต้นคิดที่เสนอให้จิ๋นซีรวมศูนย์อำนาจการปกครองไว้ที่จักรพรรดิแต่ผู้เดียว ขุนนางผู้ปกครองแคว้นต่างๆ ทั้งทหารและพลเรือนแต่งตั้งหรือถอดถอนโดยพระองค์เท่านั้น

ต่อมาในช่วง 213 ปีก่อน ค.ศ. เหล่าปัญญาชนแสดงความคิดให้รื้อฟื้นระบอบเจ้าที่ดินศักดินาอย่างสมัยก่อนรวมอาณาจักร ซึ่งเจ้าที่ดินปกครองดินแดนเขตแคว้นใหญ่น้อย หลี่ซือยืนกรานคัดค้านอย่างเด็ดขาดเขาเห็นว่าความคิดดังกล่าวเป็นภัยต่อบ้านเมืองและราชวงศ์ฉิน

หลี่ซือตำหนิปัญญาชนนักศึกษาเหล่านี้มีแต่ความดื้อรั้น นำความรู้เล่าเรียนมาคัดค้านลบหลู่ดูหมิ่นกฎหมายของบ้านเมือง ปลุกระดมผู้คนปล่อยข่าวลือไปทั่ว พฤติกรรมเช่นนี้ หากไม่ปราบปรามให้หมดสิ้น จะเสื่อมเสียพระเกียรติภูมิ

เขาเสนอให้เผาประวัติศาสตร์ที่บันทึกเรื่องราวของทั้ง 6 แคว้น, เผาบทนิพนธ์ของสำนักปรัชญาการเมืองต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างมากในยุคร้อยสำนัก, บทเพลงโบราณ, ตำรากฎหมาย ฯลฯ สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษากฎหมายต้องไปเรียนยังสำนักอาจารย์เท่านั้น ส่วนตำราที่ได้รับข้อยกเว้นไม่ถูกทำลาย ได้แก่ ประวัติศาสตร์ของแคว้นฉิน, ตำราแพทย์, โหราศาสตร์ และการเกษตร

หากใครเก็บตำราดังกล่าวให้ทางการดำเนินริบตำราดังกล่าวและเผาทำลายเสีย ส่วนปัญญาชนที่บังอาจอ้างอิงตำราเหล่านั้น และเจ้าหน้าที่ที่รู้เห็นปิดบังความจริง ให้ประหารชีวิตในที่สาธารณะ

แนวคิดของหลี่ซือ ได้รับความเห็นชอบจากจิ๋นซีเห็น มาตรการ “เผาตำรา ฆ่าบัณฑิต” กลายเป็นกฎหมายบ้านเมือง และมีการบังคับใช้

หลังจากพระบรมราชโองการออกมาภายใน 30 วัน ถ้าเจ้าของหนังสือตามที่กล่าวมาข้างต้น ยังไม่ทำลายหนังสือเหล่านั้น แม้จะไม่ถูกประหารชีวิต แต่จะถูกสักหน้าและใช้แรงงาน 4 ปี โดยให้ไปทำงานหนักก่อสร้างกำแพงหมื่นลี้

เวลาผ่านไป 2 ปี แต่เสียงวิพากษ์วิจารณ์พระองค์ยังไม่สงบ จิ๋นซียังคงได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์พระองค์ การถูกลบหลู่เช่นนี้ทำให้กริ้ว และมีรับสั่งให้ดำเนินการสอบสวนเหล่าปัญญาชนและนักศึกษาจำนวนมาก จากเหตุการครั้งนี้ปรากฏว่า มีบัณฑิตถูกฝังทั้งเป็นกว่า 460 คน

ซี.พี.ฟิตซเจอรัลด์ ชาวอังกฤษผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์จีน อธิบายต่อกรณี “เผาตำรา ฆ่าบัณฑิต” ว่า เสนาบดีหลี่ซือ มองเห็นอันตรายอันเกิดจากการโฆษณาชวนเชื่อของเหล่าปัญญาชน ที่เป็นศัตรูของระบอบการปกครอง คำโฆษณาของเหล่าบัณฑิตที่เผยแพร่แก่สาธารณะ มีพื้นฐานจากวรรณคดี ตลอดจนตำราต่างๆ ซึ่งเป็นปฏิปักษ์โดยสิ้นเชิงต่อระเบียบแบบแผนของทางการ เป็นอาวุธที่มีอันตรายต่ออาณาจักรใหม่

หลี่ซือก็ตัดสินใจทำลายระบอบการปกครองเดิมที่มีเจ้าที่ดินครอบครองเขตแดนศักดินาที่ต่างก็เป็นอิสระเหนือเขตแดนของตน ในลักษณะการกระจายอำนาจ แต่แค่นั้นยังไม่เพียงพอ แม้แต่ความทรงจำในอดีตก็ต้องกำจัดให้หมดสิ้น ประวัติศาสตร์โดยตัวของมันเองจึงต้องลบล้างออกไปให้หมด หลี่ซือจึงทูลองค์จักรพรรดิเสนอแผนเผาหนังสือของเขาขึ้น ทำให้ชื่อของหลี่ซือและจิ๋นซี เป็นที่เกลียดชังไม่มีวันจางหายไปได้ของบรรดานักศึกษาปัญญาชนรุ่นหลังๆ

ซึ่งจุดประสงค์สำคัญของการเผาตำรา ฆ่าบัณฑิต ของฉินสื่อหวงก็เพื่อทำให้เกิดเอกภาพทางความคิด แต่วิธีการเช่นนี้นับเป็นวิธีที่โหดร้ายและโง่เขลา ก่อให้เกิดความเสียหายใหญ่หลวงต่อแหล่งวิทยาการความรู้และการพัฒนาเติบโตทางวัฒนธรรม

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

ข้อมูลจาก :

ทวีป วรดิลก. ประวัติศาสตร์จีน, สำนักพิมพ์สุขภาพใจ, พิมพ์ครั้งที่ 4 กุมภาพันธ์ 2574

หลี่เฉวี่ยน เขียน, เขมณัฏฐ์ ทรัพย์เกษมชัย แปล, ประวัติศาสตร์จีนฉบับย่อ, สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก มกราคม 2556

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก 23 กรกฎาคม 2564

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เผาตำรา-ฆ่าบัณฑิต วิธีกำจัดคนเห็นต่าง สร้างเอกภาพทางการเมืองของจิ๋นซี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...