โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

ฟาร์มฮัก 888... เลี้ยงกุ้งก้ามกรามอินทรีย์สำเร็จ แห่งแรกในภาคเหนือ

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 18 มิ.ย. 2564 เวลา 10.01 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2564 เวลา 23.00 น.

ผู้เขียนได้รับทราบข่าวจาก คุณศิริฉัตร สุนทรวิภาต ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดจังหวัดลำพูน ว่ามีเกษตรกรรายหนึ่งประสบผลสำเร็จเป็นรายแรกของภาคเหนือ ที่ทำการเพาะเลี้ยงกุ้งก้ามกรามอินทรีย์สำเร็จ ผู้เขียนจึงมีโอกาสไปเยี่ยมชมที่ ฟาร์มฮัก 888 เจ้าของฟาร์มคือ คุณสุวัฒฑ์ ราศรี หนุ่มวัย 43 ปี ฟาร์มอยู่ในเขตตำบลหนองหนาม อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน

คุณสุวัฒฑ์ ราศรี หรือคนทั่วไปจะเรียกนิคเนมว่า อั๋น เล่าให้ฟังว่า ในอดีตนั้นเป็นคนภาคกลาง พ่อแม่เคยทำนา เลี้ยงวัว ควาย มาก่อน ตนเองเลยต้องขวนขวายหาเงินส่งตัวเองเรียนหนังสือด้านอิเล็กทรอนิกส์ จนจบออกมาทำงานบริษัทแห่งหนึ่งเป็นเวลาหลายปี ต่อมาเกิดความเบื่อหน่ายการใช้ชีวิตในเมืองกรุง จึงรวบรวมเงินได้ก้อนหนึ่งหาซื้อที่ดินที่บ้านหนองหนาม จำนวน 18 ไร่ เริ่มทำฟาร์มเลี้ยงกุ้ง ระยะแรกตั้งชื่อว่า “ฟาร์มฮัก” แต่บังเอิญชื่อนี้มีคนอื่นตั้งชื่อไว้แล้ว ดังนั้น เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว อีกทั้งเลข 8 มีความหมายทางภาษาจีน ว่า ร่ำรวย จึงใช้ชื่อ ฟาร์มฮัก 888

ด้วยแนวคิดทั่วไปที่ว่า การเลี้ยงกุ้งก้ามกราม เลี้ยงได้เฉพาะเขตจังหวัดนครปฐม ราชบุรี สมุทรสาคร หรือจังหวัดในแถบนี้เท่านั้นหรือ จึงคิดว่าภาคเหนือน่าจะเพาะเลี้ยงได้ จึงเริ่มการลงทุนครั้งแรกด้วยการขุดสระน้ำ จำนวน 4 บ่อ ลงทุนเป็นเงินหลายล้านบาท ด้วยความที่ตนเองไม่ได้เรียนจบมาทางด้านเกษตร หรือมีความรู้การเลี้ยงสัตว์น้ำมาก่อน จึงสอบถามกับผู้รู้และเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จหลายราย นำมาปฏิบัติในฟาร์มของตนเอง ตลอดเวลา 3 ปี ก็ประสบความล้มเหลวมาโดยตลอด เพราะว่าบางคนแนะนำที่ผิดๆ บางคนให้คำแนะนำไม่ถูกต้อง แต่เพื่อต้องการขายลูกกุ้งให้แก่ตนเองเท่านั้น หรือขายสารเคมี ยาปฏิชีวนะที่ต้องใช้ในการเลี้ยงกุ้งในราคาแพง

ต่อมาได้รับทราบเกี่ยวกับผลงานพระราชดำริ โครงการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 จึงเกิดความศรัทธาต่อพระองค์เป็นอย่างยิ่ง จึงศึกษาและเจริญรอยตามแนวคิดของพระองค์ท่าน การดำเนินงานในฟาร์มจึงค่อยเป็นค่อยไป เริ่มขยายการเลี้ยงกุ้งตั้งแต่เล็กน้อย จึงค่อยขยายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบันนี้

ช่วงเวลาต่อมา ได้ไปติดต่อที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดจังหวัดลำพูน ได้พบและขอคำปรึกษาจากนักวิชาการประมง คือ คุณสมพร เลิศพรกุลรัตน์ เข้ามาดูงานในฟาร์มของตนเอง พร้อมให้คำแนะนำต่างๆ ตั้งแต่การเตรียมบ่อเพื่อเลี้ยงกุ้งก้ามกรามรุ่นต่อไป เริ่มตั้งแต่การใช้ปูนขาวปรับสภาพดิน การตรวจวิเคราะห์สภาพความเป็นกรด-ด่าง ของน้ำในบ่อ การป้องกันกำจัดศัตรูกุ้งด้วยการใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ซึ่งเป็นวิธีการที่ถูกต้องและประหยัดค่าใช้จ่าย

จนถึงขณะนี้ตนเองคิดว่ามาถูกทางแล้ว เริ่มขุดบ่อบาดาลเพื่อนำน้ำเข้ามาในสระเลี้ยงกุ้ง ด้วยเหตุผลที่ว่า หากนำน้ำจากแหล่งน้ำภายนอกแล้ว จะมีศัตรูอื่นติดเข้ามาด้วย โดยเฉพาะปลาช่อน จะกัดกินตัวอ่อนของลูกกุ้งก้ามกราม นับเป็นศัตรูที่ร้ายที่สุดของฟาร์มกุ้งก้ามกราม

ส่วนวิธีการปล่อยลูกกุ้งลงในสระนั้น หลังจากที่สั่งซื้อลูกกุ้งมาแล้ว จะพักตัวให้แข็งแรงในบ่ออนุบาลก่อน จากนั้นจะนำลงในกระด้งแบบแขวนเหนือน้ำ เมื่อลูกกุ้งแข็งแรงจะกระโดดออกจากกระด้งออกไปเอง

ด้านอาหาร จะใช้อาหารผสมเพียงครั้งละ 1 กิโลกรัม แล้วสังเกตว่า ลูกกุ้งกินอิ่มพอหรือไม่ หากไม่พอก็จะเพิ่มปริมาณครั้งละเล็กละน้อย เพราะหากให้อาหารมากเกินไป น้ำในสระจะเน่าเสีย ที่ฟาร์มใช้เวลาเลี้ยงกุ้งก้ามกราม แค่ 5 เดือน ก็สามารถจับส่งตลาดได้แล้ว น้ำหนักประมาณ 3-4 ตัว ต่อ 1 กิโลกรัม

ด้านการจัดการภายในฟาร์มนั้น ด้วยที่ตนเองเคยทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์มาก่อน ได้นำความรู้นั้นเข้ามาใช้ในฟาร์ม เช่น ระบบการพ่นฝอยในบ่อกุ้ง ได้ดัดแปลงเอาวัสดุเหลือใช้ประเภทยางรถนต์เก่า นำมาดัดแปลงเป็นใบพัดวิดน้ำ เชื่อมต่อกับเพลากลางให้พ่นกระจายน้ำตามขนาดของบ่อเลี้ยง ประกอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บรรจุกล่องเพื่อติดตั้งระบบพ่นน้ำให้อากาศในแต่ละบ่อตามเวลาที่กำหนดได้เอง หรือที่เรียกกันว่า ไทม์เมอร์

อุปกรณ์ชุดนี้ตนเองทำได้ในราคาถูกกว่าการสั่งซื้อจากต่างประเทศ ออกแบบอุปกรณ์เพื่อใช้ระบบในการลดค่าใช้จ่ายไฟฟ้าในแต่ละเดือน ทำให้ลดเงินค่าไฟฟ้าได้มากกว่า ร้อยละ 80 ติดตั้งกังหันลมเพื่อใช้ความเร็วรอบของกังหันลมมาต่อกับมอเตอร์ นำมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าได้เองในตัว

ภายในฟาร์มติดตั้งวงจรปิดให้ครอบคลุมทั้งฟาร์ม จากผลงานที่ผ่านมา ทางฟาร์มได้ผ่านการรับรองเกษตรอินทรีย์ ได้รับความสนใจจาก อธิบดีกรมประมง พร้อมด้วยประมงจังหวัดในเขตภาคเหนือมาเยี่ยมชมฟาร์มแล้ว

ฟาร์มฮักได้รับการจัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ เพื่อถ่ายทอดวิชาการแก่บุคคลที่สนใจการเลี้ยงกุ้งก้ามกราม รุ่นแรกผ่านไปแล้วเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 ที่น่าทึ่งของฟาร์มนี้คือ ทีมงานที่ช่วยกันในฟาร์มนี้ จำนวน 4 คน จบมาทางด้านช่างกล ช่างยนต์ ไฟฟ้า ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามเลย แต่ด้วยให้ความสนใจ ศึกษา สะสมประสบการณ์ จึงสามารถเลี้ยงกุ้งก้ามกรามและเป็นวิทยากรให้แก่ผู้ที่มาศึกษาดูงานได้เป็นอย่างดี เมื่อเร็วๆ นี้ได้ส่งทีมงานที่มีความรู้ด้านการประกอบอาหาร เข้ารับการอบรมการแปรรูปอาหารจากกุ้งก้ามกราม เพื่อการรองรับสำหรับการทำอาหารเลี้ยงรับรองผู้เข้ารับการอบรมและผู้สนใจภายในฟาร์ม

สนใจติดต่อขอทราบข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอศึกษาดูงาน “ฟาร์มฮัก 888” โทร. (083) 020-8008, (061) 936-9542

………………….

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก  เมื่อวันที่ 28 /06/2020

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...