โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

TRV เปิดบวก 105% ร้อนเกินราคาเป้าหมาย ซีอีโอมองดีธุรกิจมีอนาคต

Wealthy Thai

อัพเดต 10 ส.ค. 2566 เวลา 00.17 น. • เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2564 เวลา 11.09 น. • This’s Alano

หุ้นไอพีโอตัวแรกของเดือนบริษัท ที.อาร์.วี. รับเบอร์ โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TRVได้เข้าเทรดในตลาดตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ในวันนี้ (2 ธันวาคม 2564) ทำราคาเปิดการซื้อขายที่ระดับ 4.72 บาท เพิ่มขึ้น 105%จากราคาไอพีโอที่หุ้นละ 2.30 บาท
TRV เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าจำแนกตามกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม ได้แก่ ชิ้นส่วนยางขึ้นรูปในยานยนต์ อาทิ ท่อยางกันกระแทก ยางร้อยสายไฟในรถยนต์ ปะเก็นยาง ยางโอริง ลูกยาง ซีลยาง ยางแป้นเบรก ยางกันลื่น เป็นต้น ชิ้นส่วนยางขึ้นรูปในเครื่องใช้ไฟฟ้า อาทิ ชิ้นส่วนยางในหม้อหุงข้าว ปั๊มน้ำ เครื่องซักผ้า เครื่องดูดฝุ่น ไมโครเวฟ คอมเพรสเซอร์ ตู้เย็น เครื่องกรองอากาศ เป็นต้น และชิ้นส่วนยางขึ้นรูปอื่นๆ อาทิ ชิ้นส่วนยางในเครื่องจักรการเกษตร ท่อประปา เป็นต้น
นายธีรวุฒิ นวมงคลชัยกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ที.อาร์.วี. รับเบอร์ โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TRV กล่าวว่า บริษัทพอใจในราคาเปิดการซื้อขายในวันแรกดังกล่าว เนื่องจาก บริษัทดำเนินธุรกิจที่ยังมีอนาคต โดยมีความตั้งใจดำเนินธุรกิจด้วยเทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อผลิตสินค้าที่มีคุณภาพออกสู่ตลาด สร้างผลงานให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในอนาคต
แนวโน้มผลประกอบการช่วงไตรมาส 4/64จะเติบโตดีกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ดังนั้นจึงจึงคาดว่าผลประกอบการทั้งปี 2564 จะสามารถทำได้ตามเป้าหมาย และเติบโตมากกกว่าปี 2563 ที่มีรายได้รวมจำนวน 159.66 ล้านบาท ขณะที่ปี 2565 วางเป้าหมายจะมีรายได้เติบโตกว่า 10% จากฐานปี 2564โดยในปี 2565 บริษัทมีแผนซื้อเครื่องจักรใหม่เข้ามาเพิ่มเติม เพื่อขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น รวมทั้งยังเดินหน้าขยายตลาดยานยนต์ทั้งหมด เพื่อสร้างการเติบโต
ทั้งนี้เงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ประมาณ 125.50 ล้านบาท ส่วนใหญ่จะนำเงินไปใช้ลงทุนซื้อเครื่องจักรจำนวน 15 เครื่อง ซึ่งจะสนับสนุนให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นประมาณ 94 ล้านชิ้น ในช่วงปี 2565-2568 นอกจากนี้ นำไปใช้ชำระคืนเงินกู้ระยะสั้น และส่วนที่เหลือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับโอกาสการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
“ธุรกิจยางขึ้นรูปเป็นธุรกิจที่มีความสำคัญในการใช้งาน มีคุณสมบัติเฉพาะตัว ทดแทนกันยาก มีความละเอียด โดยเชื่อวางตลาดยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ซึ่งบริษัทพร้อมมองหาโอกาสในการขยายฐานลูกค้า ซึ่งคาดจะมีลูกค้ารายใหมเข้ามาเพิ่มเติมในอนาคต”นายธีรวุฒิ กล่าว

สำรวจราคาเป้าหมาย

สำหรับบทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด จำกัด (มหาชน) ประเมินกรอบราคาเหมาะสมของ TRV อยู่ในกรอบที่ 3.50 บาทต่อหุ้น โดยบริษัทมีวัตถุประสงค์ที่จะนำเงินที่ได้จากการลงทุน ซื้อเครื่องจักรเพิ่มขึ้นอีก 15 เครื่อง เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตทั้งในกลุ่มยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นเท่าตัวจากปี 2563 จำนวน 104.10 ล้านชิ้นต่อปี เป็น 198.10 ล้านชิ้นต่อปี ภายใน 3 ปี ข้างหน้า สอดคล้องกับจำนวนรถยนต์ที่จะผลิตได้ที่ 1.55-1.60 ล้านคัน เพิ่มขึ้นราว 9-12% YoY นอกจากการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าในไทยมีการเพิ่มขึ้น 2-4 % ต่อปี ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และสถานการณ์ COVID-19 ที่ดีขึ้น
ฝ่ายวิจัยคาดการณ์กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 39.24% YoY อยู่ที่ 29.52 ล้านบาท และโตต่อเนื่องเป็น 52.29 ล้านบาท ภายในปี 2023 คิดเป็นการเติบโตเฉลี่ยที่ 21% มีปัจจัยสนับสนุน คือ 1. อุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้าฟื้นตัวเนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ดีขึ้นรวมถึงการส่งออก 2. อัตรากำไรอยู่ในระดับที่ดีและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ มีประมาณการรายได้ในปี 2021-2024 อยู่ที่ 178.04 , 194.00, 225.62 และ 270.75 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งอัตราการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 15% อัตรากำไรขั้นต้นประมาณ 39% และ อัตรากำไรสุทธิระหว่าง 17-19% ซึ่งภายหลังการระดมทุนและทยอยซื้อเครื่องจักรแล้วเสร็จจะส่งผลให้กำลังการผลิตของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นจากเดิมเท่าตัว
ด้านบทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ประเมินมูลค่าพื้นฐานที่ 3.00 บาท คาดกำไรปกติปี 2021-2023 ประมาณ 18% CAGR ประเมินกำไรปี 2021-2022 จะเติบโต 14.2% และ 16.9% ตามลำดับ เนื่องด้วยยอดขายฟื้้นตัวของกลุ่มยานยนต์ ที่ 5.4% และ 11.5% ตามลำดับ แต่อย่างไรก็ตาม ราคาวัตถุดิบมีราคาสูงขึ้น เนื่องจากการปรับตัวของราคาน้ำมันโลก คาดการณ์ว่า GPM ปี 2021-2022 อยู่ระหว่าง 38.9-39.4% ในปี 2023 มีการขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นจากการคำสั่งซื้อใหม่ คาดการณ์ว่ายอดขายเพิ่มขึ้น 14.7% และในส่วน GPM ยังคงอยู่ที่ 39.2% ภายใต้วิธี PE Valuation อิงกำไรต่อหุ้นปี 2022 ที่ 0.162 บาทต่อหุ้น และ Forward/PE ที่ 18.5 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ 15 เท่า เพื่อสะท้อนความสามารถเติบโตที่เด่นกว่ากลุ่มฯ จากทั้งฐานกำไรที่ยังต่ำและอัตรากำไรของบริษัทที่สูงเป็นอันดับต้นๆเทียบกับอุตสาหกรรม
จุดแข็งของ TRV คือ อัตรากำไรขั้นต้นที่สูงระดับ 37.77% ในปี 2563 เกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ประกอบธุรกิจคล้ายกันที่เพียงราว 20% หนุนความยืดหยุ่นการใช้กลยุทธ์แข่งขันเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดได้อีกมาก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...