โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับปูนาใส่แบรนด์ “ปูนาอาร์เธอร์” ที่ขอนแก่น ยกระดับฟาร์มปูนาเชิงพาณิชย์ครบวงจร

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 09 ก.ค. 2564 เวลา 04.53 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2564 เวลา 04.53 น.

ทุกวันนี้ปูที่อาศัยตามท้องนาอย่างสมัยดั้งเดิมคงหาได้ไม่ง่าย เพราะหมดสิ้นไปกับปุ๋ยวิทยาศาสตร์ที่นำมาใช้ปลูกข้าว เมื่อปูหายากแล้วยังไม่ปลอดภัยทำให้เดือดร้อนชาวบ้านที่นำปูไปใช้ประกอบอาหาร ขณะที่ตลาดทั่วไปยังมีความต้องการบริโภคปูนาอยู่ตลอด ดังนั้น จึงเกิดเป็นอาชีพเลี้ยงปูนาขึ้น

ผู้ประกอบอาชีพส่วนมากหันไปเพาะพ่อ-แม่พันธุ์ขายมากกว่า ใช้วิธีเลียนแบบธรรมชาติเป็นปูนาระบบน้ำใสในวงบ่อหรือบ่อซีเมนต์ทำให้สามารถเลี้ยงได้ทุกแห่ง เลี้ยงเป็นรายได้หลักหรือรายได้เสริม ลงทุนมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละราย ได้ผลตอบแทนดี

อาชีพปูนาไม่ได้หยุดเพียงการซื้อ-ขายพ่อแม่พันธุ์เท่านั้น เนื่องจากผู้เลี้ยงรุ่นใหม่ยังก้าวหน้าไปอีกระดับด้วยการดึงเทคโนโลยีออนไลน์ร่วมกับการตลาดเปิดคอร์สอบรมการเลี้ยงปูนาเชิงพาณิชย์ขึ้นหวังบูรณาการอาชีพเลี้ยงปูนาให้มีความทันสมัยและครบวงจรเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้ขาย

คุณวธชสิทธิ์ ศรีสร้อย หรือ คุณต้า เจ้าของฟาร์มปูนาอาเธอร์ปาร์ค หมู่บ้านเลคไซด์วิว ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ฟาร์มแห่งนี้ระยะแรกเลี้ยงปูเพื่อขายพ่อ-แม่พันธุ์ ต่อมาพัฒนาระบบการเลี้ยงอย่างมีคุณภาพจนนำไปสู่การขยายตลาดเพื่อแปรรูปปูนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารหลายประเภท พร้อมเปิดคอร์สอบรมการทำอาชีพเลี้ยงปูนาระยะสั้นและยาว ในรูปแบบโนว์ฮาวและการตลาดเพื่อสร้างฐานผู้เลี้ยงปูนาที่มีคุณภาพให้เพิ่มมากขึ้น

คุณต้าทำฟาร์มเลี้ยงปูนาได้ราวปีเศษ ก่อนหน้านั้นคลุกคลีอยู่ในวงการเลี้ยงปูนากับเพื่อน แล้วยังเปิดตลาดออนไลน์ขายปูนาให้กับเพื่อนจนมีรายได้ดี

คุณต้ามองว่าการเลี้ยงปูนาขายพ่อ-แม่พันธุ์อย่างเดียวคงน้อยเกินไป แล้วอาจถึงทางตัน จนทำให้ราคาต่ำในอนาคต อีกทั้งยังมองเห็นว่าปูนายังสร้างมูลค่าเพิ่มได้อีกหลายอย่างจึงได้พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ปูนาอีกหลายชนิดแบรนด์ “ปูนาอาร์เธอร์” ส่งขายเพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกค้า

ฟาร์มปูนาของคุณต้ามีรูปแบบธุรกิจครบวงจร โดยศึกษาหาข้อมูลวิธีเลี้ยงปูนาทั่วประเทศเพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับการวางแผนธุรกิจ จนไปลงตัวที่รูปแบบฟาร์มแบบบูรณาการ 2 ส่วน คือการทำฟาร์มเลี้ยงปูนาแบบเกษตรกรรม และการแปรรูป ดังนั้น ฟาร์มปูนาอาร์เธอร์จึงมีทั้งการเพาะเลี้ยงขายพ่อ-แม่พันธุ์ แปรรูปเป็นสินค้า เป็นศูนย์เรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยว พร้อมกับเปิดหลักสูตรอบรมคอร์สการเลี้ยงปูนาเชิงธุรกิจ 

การเลี้ยงปูนาแบบเกษตรกรรม

คุณต้ามีฟาร์มปูนา 2 แห่ง แห่งแรกอยู่ในตัวเมืองมีพื้นที่ประมาณ 2 งาน เป็นฟาร์มที่ไม่ได้เน้นเลี้ยงปูขาย แต่ต้องการจัดทำเป็นศูนย์เรียนรู้ แหล่งท่องเที่ยว อีกแห่งมีพื้นที่จำนวน 4 ไร่ อยู่อำเภอโคกโพธิ์ไชย สร้างเป็นฟาร์มเพาะเลี้ยงอย่างเดียว เป็นฟาร์มบ่อดินทั้งหมด ผลิตและขายพันธุ์ปูได้ 3-4 เดือนในรอบปี

ฟาร์มที่จัดทำเป็นศูนย์เรียนรู้ แบ่งพื้นที่ 50 เปอร์เซ็นต์เป็นบ่อเลี้ยงจำนวน 14 บ่อ มีทั้งบ่อดิน บ่อซีเมนต์ และกระชังบก

บ่อดิน จะมีลักษณะเหมือนหรือใกล้เคียงธรรมชาติ ลักษณะการสร้างบ่อดินจะทำแนวล้อมคอกจากวัสดุ อาทิ กระเบื้อง ฟิวเจอร์บอร์ด ทั้งนี้ เพื่อป้องกันปูไต่หนี ด้านในให้ขุดเป็นร่อง เป็นบ่อใส่น้ำแล้วปลูกพืชน้ำในบ่อให้มากที่สุด ความลึกบ่อดินถ้าอยู่ในเขตเมืองควรลึกประมาณ 50 เซนติเมตร ส่วนความกว้าง ยาวขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของพื้นที่แต่ละแห่ง อย่างบ่อของฟาร์มคุณต้ามีขนาด 4 คูณ 8 เมตร

ข้อดีของบ่อดินคือมีอัตรารอดสูง การขยายพันธุ์สูง ส่วนข้อเสียคงเป็นเรื่องความสะอาดตัวปูเพราะปูที่เลี้ยงในบ่อดินจะไม่สะอาด กับบ่อดินไม่เหมาะกับในเมืองเพราะในเมืองไม่ค่อยมีพื้นที่ดิน ขณะเดียวกัน การเลี้ยงปูนาในบ่อดินเหมาะกับพื้นที่แบบทุ่งนาซึ่งจะต้องดูแลเรื่องระบบน้ำ ไฟ รวมถึงการป้องกันความปลอดภัยหากมีพวกมิจฉาชีพ

บ่อซีเมนต์น้ำใส และกระชังบก เป็นวิธีเลี้ยงปูนาที่ได้รับความนิยมเพราะดูแลจัดการง่าย ใช้พื้นที่ไม่มาก ตัวปูสะอาด สะดวกและรวดเร็วต่อการจับขาย บ่อที่แนะนำควรมีขนาด 2 คูณ 3 เมตร ลึก 50 เซนติเมตร สำหรับการเลี้ยงในแบบกระชังเหมาะสำหรับผู้เลี้ยงมือใหม่หรือยังไม่มีความแน่นอนในเรื่องสถานที่เลี้ยง โดยกระชังสามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวกหากมีการเปลี่ยนแปลง กระชังบกหาซื้อได้ง่าย มีผลิตจำหน่ายทั่วไป

ฟาร์มคุณต้าจะเลี้ยงปูขายพ่อ-แม่พันธุ์ ปูนาที่เลี้ยงมี 2 สายพันธุ์คือ พันธุ์พระเทพ มีกระดองเป็นสีพื้น สีม่วงคล้ำเข้ม กับพันธุ์กำแพง มีกระดองเป็นลายกระสีน้ำตาลอ่อน โดยทั้งสองพันธุ์มีจุดเด่นเรื่องขนาดใหญ่ ให้จำนวนลูกได้มากเมื่อเทียบกับสายพันธุ์อื่น ตัวโตเต็มวัยมีน้ำหนักประมาณ 1 ขีด มีอายุ 1 เดือนครึ่ง ถึง 2 ปี

คุณต้าบอกว่าเวลาเลี้ยงไม่ได้แยก จะเลี้ยงรวมทั้งสองพันธุ์ ดังนั้น ลูกปูทุกรุ่นจึงมีลักษณะสีและแบบแตกต่างกัน แต่ที่เหมือนกันคือมีขนาดใหญ่ ปูที่พร้อมจะผสมพันธุ์หรือได้เวลาขายจะใช้วิธีวัดกระดองที่มีขนาด 4.5 เซนติเมตรขึ้นไป หรือมีอายุเกือบ 6 เดือน

วิธีดูเพศให้สังเกตใต้ท้องปู ถ้าเป็นตัวผู้บริเวณกลางหน้าอกจะมีแท่งแหลมซึ่งเป็นอวัยวะเพศ ส่วนตัวเมียใต้ท้องจะเรียบเป็นทรงป้าน

ช่วงฤดูผสมพันธุ์จะเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม ส่วนการผสมพันธุ์และวางไข่ของปูนา ถ้าเป็นบ่อดินจะเลี้ยงรวมตั้งแต่เล็กไปจนมีลูก แต่บ่อซีเมนต์หรือกระชังจะแยกตัวเมียออกเมื่อท้องแก่ ทั้งนี้ การจัดระบบนิเวศในบ่อแต่ละชนิด ถ้าเป็นบ่อดินจะปลูกพืชน้ำให้มากเพื่อคลุมบ่อให้มีลักษณะเป็นธรรมชาติ ส่วนบ่อซีเมนต์และกระชังจะใช้กระบอกไม้ไผ่เพื่อให้ตัวเมียท้องแก่เข้าไปวางไข่ ควรตรวจกระบอกไม้ไผ่อาทิตย์ละครั้ง หรือสังเกตใต้ท้องปูถ้ามีสีเทาเข้มแสดงว่าใกล้คลอด แล้วจึงแยกแม่ปูออกมาไว้อีกแห่งหนึ่ง

ระดับน้ำในบ่อซีเมนต์และกระชังควรสูงประมาณ 8-15 เซนติเมตร ต้องเปลี่ยนน้ำในบ่อเลี้ยงทุก 3 วัน ตัวเมียที่ผสมพันธุ์แล้วจะไปอยู่ในกระบอกไม้ไผ่ที่ตั้งวางอยู่ด้านบน โดยมีแผ่นกระเบื้องที่วางไขว้เป็นกากบาทอยู่ด้านล่าง แล้วให้ปิดทับด้วยใบตาลหรือใบลาน ส่วนตัวเมียที่ผสมพันธุ์ตั้งท้องแล้วในบ่อดินจะขุดรูแล้วเข้าไปอยู่ในรูแล้วเขี่ยดินปิดปากรู

ปูนากินอาหารได้หลายชนิด

คุณต้าบอกว่าอาหารที่ใช้เลี้ยงปูนาที่ต้องมีติดไว้อย่าให้ขาดคือ อาหารปลาดุกเบอร์เล็ก นอกจากนั้น อาจใช้ผลไม้สุกรสหวาน เช่น มะละกอ มะม่วง หรือกล้วย แล้วยังมีปลาสด โครงไก่ต้ม และพืชน้ำ โดยจะให้ปูกินสลับกันไปทีละอย่างเวียนไปจนครบ ทั้งนี้ อาหารและผลไม้อาจขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละพื้นที่ แต่ควรต้องมีอาหารปลาดุกเบอร์เล็กติดไว้อย่าให้ขาด

การให้อาหารปูเพียงวันละครั้ง ในช่วงก่อนค่ำ ปริมาณการให้ถ้าเป็นปลาสดให้สับเป็นชิ้นขนาดนิ้วโป้ง ถ้าเป็นอาหารเม็ดให้จำนวน 8-10 เม็ด

จำนวนปูกับขนาดพื้นที่ควรมีสัดส่วนที่สมดุลกัน เพราะเมื่อปูที่ความเป็นอยู่อย่างสะดวก ไม่แออัด ไม่ทำให้ปูเครียด จะช่วยเพิ่มคุณภาพความสมบูรณ์ให้มากขึ้น คุณต้าชี้ว่าจำนวนกับขนาดที่เหมาะสมคือพื้นที่ 1 ตารางเมตรให้เลี้ยงพ่อ-แม่พันธุ์จำนวนไม่เกิน 30 ตัวสำหรับบ่อน้ำใสและกระชัง ส่วนบ่อดินพื้นที่ 1 ตารางเมตรควรเลี้ยงพ่อ-แม่พันธุ์เพียง 20 ตัว

อย่างไรก็ตาม ระหว่างเลี้ยงจะมีทั้งปูตายและเกิดใหม่ หากเป็นบ่อน้ำใส อาจสังเกตประชากรปูได้ง่าย แต่ถ้าเป็นบ่อดินคงยาก ดังนั้น ควรต้องประเมินประชากรในบ่อดินทุก 3 เดือน โดยเฉพาะหน้าฝนจะมีลูกปูเกิดใหม่จำนวนมากกว่าปกติ หากพบว่ามีประชากรมากเกินไปควรจับขายหรือขยายบ่อใหม่

โดยเริ่มขายปูตั้งแต่อายุ 2 เดือนซึ่งถือเป็นพ่อ-แม่พันธุ์รุ่น ขายราคาตัวละ 7 บาท ซึ่งบางแห่งจะซื้อไปเพื่อเลี้ยงขุนต่ออีก 3 เดือนเพื่อให้เป็นพ่อ-แม่พันธุ์ที่สมบูรณ์แล้วขายต่อในราคาที่สูง คุณต้ามีรายได้ขายพ่อ-แม่พันธุ์ตก 3-4 แสนบาท ต่อเดือน โดยใช้ปูจากฟาร์มตัวเองและเครือข่ายที่มีอยู่จำนวน 200 แห่งทั่วประเทศ

การแปรรูป

การแปรรูปปูนาเป็นผลิตภัณฑ์ถือเป็นการต่อยอดอาชีพเลี้ยงปูอีกระดับและจำเป็นต้องใช้ปูเป็นจำนวนมากเพื่อให้กระบวนการผลิตและสินค้าไม่ขาดตอน ลำพังปูในฟาร์มอาร์เธอร์ไม่เพียงพอ คุณต้าจึงไปซื้อปูนาจากหลายแหล่งที่มีกระดองใหญ่จากพ่อค้าที่ไปจับตามธรรมชาติมาเข้ากระบวนการผลิตแปรรูปคราวละ 500 กิโลกรัม

โดยการแปรรูปจะจ้างวิสาหกิจชุมชนให้ชำแหละตัวปูแยกออกเป็นส่วนเพื่อส่งเข้าตามโรงงานแต่ละแห่งเพื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลายชนิด ได้แก่ กลุ่มอาหาร อาทิ จ่อมมันปูนา น้ำพริกมันปูนา ลูกชิ้นมันปูนา ปูนาสามรส ปูนาเขย่า และข้าวเกรียบปูนา

นอกจากนั้นแล้ว ยังนำกระดองจากปูที่ตายแล้วมาสร้างมูลค่าด้วยการขายเพื่อใช้เป็นภาชนะใส่จ่อมตามร้านอาหาร ขายราคากิโลกรัมละ 300 บาท อกปูแปรรูปขายได้ตั้งแต่กิโลกรัมละ 350 บาทใช้ทำปูทอด ปูชุบแป้ง ปูสามรสหรือน้ำพริกปู หากเป็นมันปูมีร้านอาหารมารับซื้อกิโลกรัมละ 1,300 บาท

คุณต้ามองว่าการทำเกษตรกรรมควรปรับรูปแบบให้ทันยุคสมัย เกษตรกรควรคิดใหม่ อย่าเป็นเพียงผู้ผลิต แต่ควรเปลี่ยนทัศนคติใหม่ด้วยการเป็นผู้ขายด้วย ควรนำผลผลิตมาใส่แบรนด์เป็นสินค้าตัวเอง ทำตลาดเอง ใช้เทคโนโลยีให้คุ้มค่า

ไม่ว่าคุณต้องการซื้อปูนาเพื่อกินหรือเป็นตัวแทนขาย รวมถึงกำลังมองหาอาชีพใหม่ ขอให้นึกถึง “ฟาร์มปูนาอาร์เธอร์” สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่คุณอิ๊ก โทรศัพท์ (084) 659-7899 เพจ-ปูนาอาร์เธอร์ฟาร์มขอนแก่น

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...