โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

กทม. สร้างความมั่นใจปลอดภัยจากโควิด-19 เปิดสายด่วนให้ผู้ป่วยหรือผู้มีความเสี่ยงติดเชื้อ

สวพ.FM91

อัพเดต 07 ก.ย 2563 เวลา 07.39 น. • เผยแพร่ 07 ก.ย 2563 เวลา 07.39 น.

(7 ก.ย.63) พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า สำหรับความคืบหน้าล่าสุดของผลการดำเนินงานควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 โดยศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สำนักอนามัย ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 ก.ย. 63 เวลา 17.00 น. พบว่า ร้าน First cafe at Khao San road ที่มีผู้สัมผัสรวม 127 คน เสี่ยงสูงจำนวน 2 คน โดยได้ทำการเฝ้าระวังและสอบสวนโรค (PUI) ที่โรงพยาบาลวชิระ จำนวน 1 คน ไม่พบเชื้อ และ PUI จำนวน 1 คน ณ โรงพยาบาลกลาง ไม่พบเชื้อ ได้กักตัวทั้ง 2 คน เพื่อติดตามเฝ้าระวังที่โรงพยาบาล(Isolate Quarantine) นั้น ส่วนผู้เสี่ยงต่ำ 125 คน ให้ปฏิบัติตัวตามมาตรการป้องกันควบคุมโรค และ Self Quarantine พร้อมประชาสัมพันธ์ให้คัดกรองโควิดผ่าน Website BKK Covid-19 นอกจากนี้ยังจัดรถพระราชทานให้บริการเก็บสิ่งส่งตรวจของประชาชนที่มีความกังวลบริเวณถนนข้าวสาร จำนวน 112 คน พบว่าไม่มีผู้ติดเชื้อ โดยเจ้าหน้าที่ควบคุมโรคติดต่อได้สั่งปิดสถานที่ดังกล่าวจนกว่าสำนักงานเขตจะอนุญาตให้เปิดบริการต่อไป
อย่างไรก็ดี กรุงเทพมหานคร ได้ดำเนินการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง โดยจัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อสอบสวนโรคและเก็บตัวอย่างสิ่งส่งตรวจจากผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อหรือผู้ที่มีความเสี่ยงสูงเพื่อส่งตรวจหาเชื้อโควิด-19 รวมถึงให้ผู้มีความเสี่ยงกักตัวเฝ้าดูอาการเป็นเวลา 14 วัน และจัดเจ้าหน้าที่ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อบริเวณสถานประกอบการที่ผู้ติดเชื้อทำงาน และสถานที่พักอาศัยของผู้ติดเชื้อ เป็นต้น อย่างไรก็ตามเพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ลดความกังวลปัญหาการแพร่ระบาด หรือกังวลว่าตนจะติดเชื้อ กรุงเทพมหานครจึงได้ดำเนินการจัดทำแบบประเมินความเสี่ยงการติดเชื้อโควิด-19 ด้วยตนเอง ด้วยระบบคัดกรองความเสี่ยง BKK COVID-19 ผ่านเว็บไซต์ http://bkkcovid19.bangkok.go.th ซึ่งไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น โดยระบบจะแบ่งการดำเนินการออกเป็น การคัดกรองผ่านแบบประเมินประวัติเสี่ยง และการคัดกรองผ่านแบบประเมินอาการ ซึ่งเป็นแบบทดสอบที่ออกแบบโดยทีมแพทย์ นักวิชาการ ร่วมกับกรุงเทพมหานคร และเป็นแบบฟอร์มที่ใช้จริงในโรงพยาบาลเพื่อการสอบสวนโรคของกลุ่มเสี่ยง เมื่อประเมินผลแล้วระบบจะวิเคราะห์ว่าบุคคลนั้นอยู่ในกลุ่มใด จาก 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มไม่พบประวัติเสี่ยง (สีเขียว) กลุ่มเฝ้าระวัง (สีเหลือง) กลุ่มเสี่ยง (สีส้ม) และกลุ่มเข้าเกณฑ์สงสัย (สีแดง) เพื่อดำเนินการต่อให้เหมาะสม หากระบบประเมินว่ามีความเสี่ยง เจ้าหน้าที่จะโทรไปสอบถามอาการ ให้ความรู้ และทำการยืนยันอาการ ซึ่งหากเจ้าหน้าที่ทำการประเมินแล้วพบว่าเป็นผู้ที่ต้องได้รับการตรวจ ระบบจะนัดผู้ที่ต้องได้รับการตรวจมาตรวจอาการด้วยวิธีการเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่ง (SWAB) จมูกหรือปาก และส่งไปตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ (LAB) ที่คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช หรือห้อง LAB ของโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานครที่ได้มาตรฐาน อาทิ โรงพยาบาลตากสิน โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ และโรงพยาบาลกลาง เป็นต้น โดยระบบจะจัดให้ประชาชนได้รับการตรวจ ณ สถานพยาบาลที่ใกล้บ้าน เพื่อความสะดวกของประชาชน และลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายของเชื้อ โดยกรุงเทพมหานครจะเก็บข้อมูลทั้งหมดของผู้เข้าใช้ระบบ BKK COVID-19 เป็นความลับ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบในการใช้ชีวิตประจำวันร่วมกับบุคคลอื่น
นอกจากนี้ กรุงเทพมหานคร ได้เปิดสายด่วนเพื่อให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่มีความกังวลต่อความเสี่ยงการติดเชื้อ สามารถแจ้งข้อมูลและขอคำปรึกษาแนะนำเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน 1646 และ 1669 ศูนย์ตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน (EOC) หรือ สายด่วน 1422 กรมควบคุมโรค หรือ 0 2245 4964 , 0 2203 2393 และ 0 2203 2396 (ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง) และ 094 386 0051 , 082 001 6373 (ให้บริการเวลา 08.00 – 16.00 น.) สายด่วนกองควบคุมโรค สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ยังสามารถแจ้งข้อมูลและขอคำปรึกษาแนะนำเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการสาธารณสุขหรือโรงพยาบาลในสังกัดกทม.ใกล้บ้านท่านได้อีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...