โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กำเนิดย่าน "อารีย์" จากพื้นที่เรือกสวนไร่นา และถนนสายประชาธิปไตย

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 16 ก.ย 2564 เวลา 03.03 น. • เผยแพร่ 16 ก.ย 2564 เวลา 03.02 น.

ปัจจุบัน เป็นที่เข้าใจกันว่า ย่าน “อารีย์” จำกัดอยู่ในเฉพาะถนนพหลโยธิน ซอย 7 และซอยใกล้เคียงอีกไม่กี่ซอย และมักเรียกช่วงต้นถนนพหลโยธินว่าย่านสนามเป้า เรียกช่วงถนนพหลโยธินตัดถนนประดิพัทธ์ว่าย่านสะพานควาย ซึ่งบริเวณที่กล่าวถึงนี้อยู่ในแขวงสามเสนใน เขตพญาไท สามารถเรียกรวมกันได้ว่า “ย่านพหลโยธิน” ตามชื่อถนนที่ตัดผ่าน

ย้อนกลับไปในสมัยรัชกาลที่ 5 กรุงเทพฯ ทิศเหนือขยายตัวมากขึ้นหลังจากการสร้างพระราชวังดุสิต และการสร้างทางรถไฟสายกรุงเทพฯ – อยุธยา และกรุงเทพฯ – นครราชสีมา สองฟากทางรถไฟบริเวณแขวงถนนนครไชยศรี แขวงบางซื่อ แขวงจตุจักร แขวงสามเสนใน จึงพัฒนาขึ้นตามลำดับ เป็นที่ตั้งของหน่วยงานราชการหลายหน่วยงาน ครั้นถึงสมัยรัชกาลที่ 6 หน่วยงานทหารจำนวนมากก่อตั้งขึ้นในบริเวณทิศเหนือของเขตดุสิต และอยู่ทางทิศตะวันตกของแขวงสามเสนในหรือย่านอารีย์หรือย่านพหลโยธินนั่นเอง

โดยในช่วงระหว่าง ค.ศ. 1900-1936 (พ.ศ. 2443-2479) พื้นที่เมืองของกรุงเทพฯ ขยายตัวเพิ่มจาก 13 ตารางกิโลเมตร เป็น 43 ตารางกิโลเมตร สำหรับย่านอารีย์นี้ยังไม่มีความสำคัญมากนัก และพื้นที่ความเจริญยังอยู่ตามแนวเส้นทางรถไฟเป็นส่วนมาก เพราะการคมนาคมสะดวกกว่า เมื่อพิจารณาจากแผนที่ของกรมแผนที่ทหารที่จัดทำขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1924 (2467-2468) ในสมัยรัชกาลที่ 6-7 ปรากฏให้เห็นว่า ย่านอารีย์เป็นเพียงพื้นที่เกษตรกรรม ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่นาข้าว และสวนผลไม้ กระทั่งเริ่มขยายตัวและพัฒนาขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง

ย่านอารีย์หรือย่านพหลโยธินนี้ได้เปลี่ยนเป็นย่านชานเมืองของกรุงเทพฯ จากการตัด “ถนนประชาธิปัตย์” เมื่อ พ.ศ. 2479 ซึ่งเป็นถนนที่เชื่อมไปยังดอนเมือง จากนั้น พ.ศ. 2483 ได้สร้างเป็นทางหลวงแผ่นดิน เชื่อมกรุงเทพฯ – ลพบุรี

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา ผู้สำเร็จราชการได้กล่าวถึง “ถนนประชาธิปัตย์” ในวันเปิดใช้ถนนเมื่อ พ.ศ. 2483 ความตอนหนึ่งว่า“…ในโอกาสที่จะได้เปิดใช้ทางหลวงประชาธิปัตย์… เราทั้งหลายต่างย่อมยินดีปราโมทย์ในผลสำเร็จแห่งงานขั้นต้นชิ้นสำคัญของรัฐบาลเป็นอันมาก แต่นี้ไปการคมนาคมระหว่างจุดชุมชนต่าง ๆ ตลอดทางจะมีการจราจรอย่างมีเสรีภาพแบบทันสมัยขึ้นอย่างที่จะเป็นผลในอนาคตอันดีงามทุกอย่าง ตามหลัก 6 ประการของระบอบประชาธิปไตย ท้องถิ่นซึ่งอุดมในวัตถุดิบธรรมชาติ และที่ดินว่างเปล่าจะเกิดเป็นผลประโยชน์ในการทำมาหากินของราษฎรอย่างใหญ่หลวง…”

สองฟากถนนประชาธิปัตย์จึงเริ่มมีความสำคัญหลังการตัดถนนเส้นนี้ กระทั่ง จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้เปลี่ยนชื่อถนนประชาธิปัตย์ เป็น “ถนนพหลโยธิน” เมื่อ พ.ศ. 2493 เพื่อเป็นเกีรยติแก่พระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน) นายกรัฐมนตรีคนที่ 2 ของไทย และผู้นำคนสำคัญของคณะราษฎร

เมื่อพิจารณาจากภาพแผนที่อีกฉบับหนึ่งที่จัดทำขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1955 (พ.ศ. 2498-2499) ก็ปรากฏให้เห็น ถนนพหลโยธิน, ซอยราชครู (ถนนพหลโยธิน ซอย 5), และซอยอารีย์ (ถนนพหลโยธิน ซอย 7) รวมทั้งมีบ้านเดี่ยวบนพื้นที่ขนาดใหญ่ และบริเวณหัวมุมถนนพหลโยธินตัดกับซอยอารีย์ก็ปรากฏตึกแถว

ดังนั้น ย่านอารีย์จึงเริ่มพัฒนาเป็นพื้นที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในช่วงทศวรรษ 2480-2490 นี้เอง แต่สำหรับชื่อ “อารีย์” นั้น ยังไม่ทราบข้อมูลแน่ชัดว่ามีที่มาจากไหน

ดังที่กล่าวไปแล้วว่า ย่านนี้เป็นที่ตั้งของสถานที่ราชการมานับตั้งแต่อดีต ในระยะต่อมาก็ปรากฏว่า มีการตั้งสำนักงานของหน่วยราชการขึ้นหลายหน่วยงาน (ทั้งทหารและราชการพลเรือน) โดยเฉพาะในบริเวณพื้นที่ราว 100,000 ตารางเมตร ซึ่งเป็นที่ตั้งของ กระทรวงการคลัง, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กรมประชาสัมพันธ์ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานอื่นอีก เช่น กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน, กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ และสถานีโทรทัศน์กองทัพบก (ช่อง 5) เป็นต้น จึงอาจเรียกว่าเป็น “เมืองราชการ” ก็ว่าได้

ต่อมา ในช่วงทศวรรษ 1990 (พ.ศ. 2533-2543) ย่านอารีย์ได้กลายเป็นแหล่งที่ตั้งของสำนักงานธุรกิจหลายบริษัท มีการสร้างตึกสูงหลายแห่ง เช่น อาคารธนาคารกสิกรไทย, อาคารชินวัตร 1 และ 2, อาคาร S.P. (อาคาร IBM) และอาคาร EXIM Bank เป็นต้น ทำให้ย่านอารีย์กลายเป็นย่านที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว และยิ่งเติบโตมากขึ้นหลังเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม เมื่อ พ.ศ. 2542

ปัจจุบัน ย่านอารีย์จึงเป็นทั้งย่านราชการ ย่านธุรกิจ ย่านที่พักอาศัย และย่าน “ของกิน” ขึ้นชื่อทั้งคาวและหวาน เป็นอีกหนึ่งย่านที่พลุกพล่านมากที่สุดของกรุงเทพฯ

 

อ้างอิง :

โจนัส โฮฟ, ดอกเตอร์. (2557). อารีย์ : พลวัตการเปลี่ยนเเปลงสังคมเมืองร่วมสมัยในย่านหนึ่งของกรุงเทพมหานคร, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สมพงษ์ เกรียงไกรเพชร. (2526). บันทึกเรื่องเมืองสยาม, ประจักษ์การพิมพ์

ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย. (2551). ชื่อบ้านนามเมืองในกรุงเทพฯ. พิมพ์ครั้งที่ 7, สำนักพิมพ์มติชน.

เผยแพร่เนื้อหาในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 19 สิงหาคม 2563

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...