โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

แบไต๋ ‘Bluebik’ หุ้นคอนซัลต์ดิจิทัลเจ้าแรกของไทย-พร้อมท้าชนคู่แข่งระดับโลก

BT Beartai

อัพเดต 08 ก.ย 2564 เวลา 02.16 น. • เผยแพร่ 07 ก.ย 2564 เวลา 11.48 น.
แบไต๋ ‘Bluebik’ หุ้นคอนซัลต์ดิจิทัลเจ้าแรกของไทย-พร้อมท้าชนคู่แข่งระดับโลก

“Bluebik” เตรียมเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์ MAI ภายในเดือนกันยายน 2564 หลังเปิดให้บริการที่ปรึกษาด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีมา 8 ปี ซึ่ง “Bluebik” ถือเป็นหุ้นคอนซัลต์ดิจิทัลเจ้าแรกของไทย หลังบริษัทต่างชาติครองตลาดมาเนิ่นนาน แล้วจุดประสงค์ในการระดมทุนครั้งนี้คืออะไร? ทำไมบริษัทคนไทยจึงหาญกล้าท้าชนคู่แข่งระดับโลก วันนี้แบไต๋ให้รู้ครับ!

ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นจากความต้องการผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เข้ามาเร่งตลาดให้เกิดการปรับตัวอยู่ตลอดเวลา สิ่งเหล่านี้เรียกว่า “Digital Transformation” ผมได้เห็นหลายองค์กรที่เร่งปรับตัวไปก่อนหน้าแล้ว ตอนนี้ก็ดำเนินธุรกิจต่อไปได้สบาย ๆ ท่ามกลางการ Lockdown แต่หลายองค์กรที่ยังปรับตัวไม่ทัน ไม่ว่าด้วยความไม่พร้อมของบุคลากร หรือไม่มีความรู้เรื่องเทคโนโลยีและนวัตกรรม ผมก็ต้องบอกว่าคุณกำลังเสียโอกาสทางธุรกิจหลาย ๆ อย่างครับ

แต่มีอยู่คนหนึ่งที่เขามองเห็น Pain Point นี้ และสร้างโซลูชันขึ้นมาเพื่อให้องค์กรที่ต้องการปรับตัวในยุค “Digital Transformation” แต่ยังขาดความพร้อมในหลาย ๆ ด้าน ได้มีโอกาส ‘อีกครั้ง’ ในการเอาตัวรอด คนที่ว่าก็คือ “Bluebik” บริษัทให้คำปรึกษาด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีอย่างครบวงจร หรือ Digital Transformation Consulting Firm ซึ่งในวันนี้เขาสามารถพลิกฟื้นหลายองค์กรให้ต่อสู้ได้ในโลกยุคดิจิทัล การันตีความสำเร็จโดยการเตรียมพร้อมเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ MAI วันนี้ผมแบไต๋ ‘Bluebik’ หุ้นคอนซัลต์ด้าน Digital Transformation เจ้าแรกของไทยครับ

พูดคุยกับคุณพชร อารยะการกุล ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

เรารู้ว่า Bluebik คือบริษัทให้คำปรึกษาด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีอย่างครบวงจร (Digital Transformation Consulting Firm) ซึ่งหลายคนยังไม่ค่อยเข้าใจสิ่งนี้ สรุปแล้ว Bluebik ทำกิจการหรือให้บริการอะไรบ้าง?

คนที่ทำธุรกิจก็จะรู้อยู่แล้วในปัจจุบันมีการแข่งขันสูงมาก ทุกบริษัทกำลังเจอกระแสของดิจิทัลเข้ามาไม่ว่าเราจะเป็นบริษัทประเภทอะไรก็ตาม ธนาคาร หรือประกันภัย บริษัทค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ ทุกบริษัทกำลังอยู่ในช่วงที่กำลังแข่งขันและก็มีเรื่องของดิจิทัลเข้ามาเกี่ยวข้องเพราะฉะนั้นบริษัทเหล่านี้ต้องมีการปรับตัว ปรับตั้งแต่กลยุทธ ปรับวิธีการทำงาน ปรับรูปแบบธุรกิจไปจนถึงการปรับใช้เทคโนโลยี เพื่อเอาเรื่องของเทคโนโลยีเข้าไปใช้ในทุกภาคส่วน ตรงนี้ก็จะเป็นกระบวนการที่เราเรียกว่า Digital Transformation ซึ่งบริษัททุกบริษัทเรียกได้ว่ากำลังเปลี่ยนเข้าสู่ยุค Digital Transformation เราเองก็เป็นบริษัทที่ปรึกษาในด้านนี้โดยตรง จะเข้ามาช่วยให้บริษัทต่าง ๆ สามารถผ่านกระบวนการในช่วงนี้ไปได้

ลูกค้าของ Bluebik มีค่อนข้างเยอะ ตั้งแต่บริษัทขนาดใหญ่ก็จะเป็นพวกธนาคาร บริษัทประกันภัย และก็บริษัทในด้านค้าปลีก รวมไปถึงเรื่องของโทรคมนาคม ส่วนใหญ่ที่บริษัท Bluebik ไปช่วย Digital Transformation ก็เป็นบริษัท set50 set100 รวมถึงบริษัทข้ามชาติและก็มีบรัษัทในต่างประเทศด้วยที่เราเข้าไปช่วยก็มีหลายบริษัทที่ประสบความสำเร็จ ยกตัวอย่างชิ้นที่ชอบเลยก็คือบริษัท TQM โบรกเกอร์ประกันภัยที่ใหญ่ทีี่สุดในประเทศไทย ซึ่งเราทำงานกับทาง TQM ตั้งแต่เขายังไม่เข้าตลาดหลักทรัพย์ จนวันนี้เขากลายมาเป็นบริษัท Set100 ในปัจจุบัน ถ้าเทียบกันในอดีตก็จะต่างไปเยอะ ปัจจุบันจะมีช่องทางที่เรียกว่า Omni Channel มีช่องทาง In Person เป็นบุคคลที่เข้าไปเจอกับลูกค้า

ในส่วนของทีมงานต้องบอกว่า ผู้ร่วมก่อตั้ง Bluebik เป็นบุคลากรชั้นนำของโลก ซึ่งตรงนี้เป็นแรงดึงดูดชั้นดีที่จะมีเครือข่ายเน็ตเวิร์กของที่ปรึกษาที่มาจากบริษัทชั้นนำ พอเรารวมตัวกันก็จะทำให้เกิความน่าสนใจมากขึ้นและที่สำคัญ Bluebik แตกต่างจากบริษัทหลายบริษัทที่มีอยู่ในตลาดตอนนี้ คนที่เข้ามาร่วมงานกับ Bluebik เหมือนทำงานร่วมกับสิบบริษัท ไม่ต้องไปเลือกว่าจะอยู่บริษัทไหน เพราะเราทำงานให้กับหลายที่และนี่คือความแตกต่าง

ทำไม Bluebik จึงตัดสินใจเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ทั้งที่ทั้งกระดานของประเทศไทยไม่มี Digital Transformation Consulting Firm เลย

ต้องบอกว่าธุรกิจของ Bluebik อยู่ในกระแสของ Mega Trend ของโลกอยู่แล้ว ตรงนี้เรามีอัตรการขยายตัวที่สูงมากอยู่แล้วประมาณ 20-30% ของทุกปี ถึงจุดหนึ่งเราต้องขยายตัวต่อไปอีกหลายเท่า ต้องเริ่มมีการลงทุนหลาย ๆ ส่วนเพื่อเสริมความแข็งแกร่งรองรับการขยายตัวและที่สำคัญต้องหารบริการใหม่เพื่อมาตอบโจทย์ให้กับความต้องการลูกค้าองค์กรของเรา เพราะตอนนี้บริษัทไทยไม่ได้แข่งขันกันเองแล้วเราต้องไปแข่งระดับโลก เพราะฉะนั้นสิ่งที่ Bluebik จะช่วยบริษัทไทยเหล่านั้นได้รวมถึงบริษัทต่างชาติที่เราทำงานด้วยก็คือการเสริมความแข่งแกร่งในเรื่องของบริการและผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เราจะมีการลงทุนตั้งแต่อันแรกเราก็จะมีการขยายตัวที่เพิ่มขึ้น เราก็จะมีการลงทุนในเรื่องของอุปกรณ์เรื่องของสำนักงานต่าง ๆ แน่นอนว่าเราจะต้องขยายตัวไปอีกหลาย ๆ เท่าในอนาคต

การที่เราจะไปลงทุนใน Digital Product เราต้องสร้างผลิตภัณฑ์บางอย่างซอฟต์แวร์บางอย่างที่จะทำให้องค์กรของลูกค้าเขาสามารถเอาไปใช้แล้วก็พัฒนาตัวองค์กรได้ดีขึ้น อาจจะไม่ต้องใช้บริการที่ปรึกษาของเรา 100% ก็ได้ เพราะบริการที่ปรึกษาค่อนข้างที่จะมีค่าใช้จ่ายสูง แต่การทำตัวผลิตภัณฑ์ขึ้นมาทำให้สามารถรองรับได้ทั้งเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ได้

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...