โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Dream Catcher ตาข่ายดักฝัน มีที่มาจากไหน?

INN News

เผยแพร่ 02 มิ.ย. 2564 เวลา 03.00 น. • INN News

          หลายคนที่ชอบเดินตลาดช้อปปิ้ง โดยเฉพาะตลาดแนวอินดี้ ตลาดชิลๆ คงเคยเห็นตาข่ายรูปร่างแปลกๆ แขวนขายอยู่เต็มไปหมด แล้วคนขายจะเขียนหรือบอกเราว่าสิ่งนี้ช่วยดักฝันร้ายได้ ว่าแต่ที่มาของมันมาจากไหนกัน INN หาคำตอบไว้ให้แล้ว เราไปอ่านพร้อมๆกันเลย!

          Dream Catcher คืออะไร?

          Dream Catcher หรือ ตาข่ายดักฝัน ว่ากันว่ามาจากชนเผ่าอินเดียโบราณที่มีชื่อว่า เผ่าโอจิบวี(Ojibwe) 

          ตามความเชื่อของเผ่าโอจิบวี มีเทพธิดาแมงมุมที่เรียกกันว่า Asibikaashi ที่เธอคอยดูแลผู้คน คอยดูแลเด็กๆในหมู่บ้าน คอยปกป้องจากสิ่งชั่วร้ายต่างๆ โดยพลังแมงมุมของเธอนั้นจะคอยดักจับสิ่งชั่วร้ายต่างๆที่อาจจะเข้ามาได้ 

          จากความเชื่อนี้เองชนเผ่าอินเดียนแดงเลยสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นเครื่องรางสำหรับเด็ก โดยออกแบบมาให้มีลักษณะเป็นห่วงวงกลม (วิลโลว์) โดยตอนนั้นสิ่งนี้จะทำจากไม้พวกหลิว ถักทอด้วยเส้นใย เป็นตาข่ายคล้ายใยแมงมุม ในรูปแบบดั้งเดิมตาข่ายจะมีทั้งหมด 8 จุด หมายถึงขาแมงมุมทั้ง 8 ขา จากนั้นก็ตกแต่งด้วยสิ่งของต่างๆแล้วทำพิธีกรรม 

          ตาข่ายแมงมุม

          ด้วยลักษณะที่เป็นตาข่ายแมลงมุมนี้เองเลยมีความเชื่อกันว่าสามารดักจับความฝันได้ โดยเฉพาะฝันร้าย จะถูกดักเอาไว้ ทำให้ผู้ใช้หลับฝันดี ยังมีความเชื่ออีกว่าช่วยป้องกัน ปัดเป่าสิ่งร้ายๆออกไป

          ตาข่ายดักฝัน แขวนตรงไหนดี

          ตามความเชื่อให้แขวนเหนือเตียงนอนของเด็กๆหรือของตัวเรา ที่สำคัญ ตาข่ายดักฝัน ต้องสัมผัสกับแสงแดดด้วย เพราะตอนกลางคืนตาข่ายทำหน้าที่ดักจับสิ่งชั่วร้าย ฝันร้ายต่างๆ ตอนเช้าต้องได้รับพลังงานธรรมชาติเพื่อสลายสิ่งชั่วร้ายออกไป 

          เป็นอีกหนี่งความเชื่อที่น่าสนใจเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังเป็นอีกหนึ่งของแต่งบ้านที่สวยและมีความหมายที่ดีเลยทีเดียว ลองซื้อมาไว้ก็ไม่เสียดาย น่าจะเหมาะกับสายมูทั้งหลายแน่นอน ว่าแต่มีใครรู้ไหม คำว่า มูเตลู มาจากไหน ถ้าไม่รู้อ่านเลย มูเตลูมาจากไหน และสำหรับใครที่ไม่อยากพลาดทุกเรื่องอินเทรนด์ สามารถติดตาม ข่าวหรือ ไลฟ์สไตล์ต่างๆได้ที่ INN Lifestyle

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...