โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ไขปริศนาความนัยของ "สิงโตหูตั้ง-หูพับ" ในพระราชวังต้องห้ามของจีน

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 23 ก.ย 2567 เวลา 10.51 น. • เผยแพร่ 23 ก.ย 2567 เวลา 06.20 น.
สิงโตสำริด ประตูไท่เหอ

ปริศนาความนัยของสิงโตในพระราชวังต้องห้าม แบบหูตั้ง-หูพับ

พระราชวังสถานที่ประทับของพระจักรพรรดิจีน เป็นที่รู้จักและถูกกล่าวขานจากคนทั่วโลกว่ามีแบบแผนวางไว้เพื่อแสดงให้เห็นถึงพระราชอำนาจที่ยิ่งใหญ่ในฐานะ“โอรสแห่งสวรรค์ผู้ปกครองแผ่นดิน

พระราชวังต้องห้าม ที่กรุงปักกิ่งได้สะท้อนแนวคิดดังกล่าว โดยนับตั้งแต่มีการสร้างบ้านแปงเมืองจากอาณาจักรต้าหมิง ดังที่ ร้อยเรื่องราววังต้องห้าม (อชิรัชญ์ ไชยพจน์พานิช และชาญธนประกอบ(แปล). 2563. น.18) เขียนไว้ว่า

“ภายในวังซึ่งมีพื้นที่720,000 ตารางเมตรแห่งนี้ ปัจจุบันมีอาคารมากกว่า9,000 ห้อง(“ห้อง” ในที่นี้คือหน่วยนับพื้นที่ โดยพื้นที่ระหว่างเสา4 มุมนับเป็น1 ห้อง) หลังจากเปลี่ยนสถานะเป็นพิพิธภัณฑ์ ปัจจุบันเก็บรักษาโบราณวัตถุ1,807,558 ชิ้น(จากการสำรวจ ค.ศ. 2011) ตัวเลขและเรื่องราวที่มากมายจนกล่าวไม่ได้หมดนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวปีละมากกว่าล้านคนให้มาซาบซึ้ง ฮึกเหิม และสะเทือนอารมณ์ไปกับสถานที่ที่อยู่ระหว่างอดีตกับปัจจุบันได้มาอยู่ภายในสมบัติล้ำค่าที่สำคัญที่สุดและใหญ่โตที่สุดในโลก(หมายถึงวังแห่งนี้) เพื่อสัมผัสสิ่งที่เรียกว่าความรุ่งโรจน์และเสื่อมสลายของโลกมนุษย์“

ดังนั้น ในพระราชวังต้องห้ามจึงมีสิ่งที่เป็นปริศนาที่ไว้คอยเตือนผู้คนที่ได้เข้ามาเป็นข้าราชการขององค์พระจักรพรรดิไว้หลายอย่าง ดังปรากฏให้เห็นตามพื้นที่สำคัญ เช่นประตูไท่เหอ” ซึ่งมีประติมากรรม สิงโตสำริด คู่หนึ่ง สูงถึง3 เมตร แผงคอมีลักษณะขดม้วน ที่คอแขวนกระดิ่ง มีสร้อยแกะสลักมีลวดลายมังกรและพรรณพฤกษานานพันธุ์ และศีรษะที่ค้อมลงเล็กน้อย อีกทั้งสายตาที่จับจ้องมองเบื้องหน้า เท้าขวาที่กางกงเล็บออกเหยียบลูกบอลไว้ และหูที่ตั้งขึ้นคอยรับฟังเรื่องราวต่าง ๆ ด้วยความตั้งใจ

ดูเรื่องนี้

อีกฟากหนึ่งในระดับระนาบเดียวกันก็มีสิงโตเพศเมีย ซึ่งกำลังเล่นกับลูกสิงโตตัวน้อยที่นอนหงายยอมแพ้และให้มีความสุขภายใต้กรงเล็บอันแหลมคมของสิงโตผู้เป็นแม่ และที่สำคัญหูของสิงโตทั้งคู่ตั้งเสมออยู่ตลอดเวลานั้นเอง

ส่วนประตูอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกมีชื่อว่า“ประตูเฉียนชิง” ซึ่งเป็นประตูที่ด้านหน้าประดับประติมากรรมทองแดงปิดทองรูปสิงโตคู่ ซึ่งมีขนาดย่อมกว่าและมีลักษณะเด่นพิเศษคือ“หูพับลง“

ปริศนาของ สิงโต ที่ตั้งอยู่ตรง“ประตูไท่เหอ และ “ประตูเฉียนชิง” จึงเป็นสิ่งย้ำเตือนจิตใจของผู้คนที่อาศัยภายใต้พระบรมโพธิสมภารขององค์พระจักรพรรดิได้ตักเตือนตนเองอยู่เสมอเพราะว่า ประตูไท่เหอ นั้น ตามที่อชิรัชญ์ ไชยโรจน์พานิช และชาญ ธนประกอบ(แปล). 2563 น.52 เขียนไว้ว่า

“สมัยพระจักรพรรดิหย่งเล่อจึงใช้ประตูเฟิ่งเทียน(สมัยชิงเรียกประตูไท่เหอ) เป็นสถานที่ออกว่าราชการ เกิดธรรมเนียม“ประตูหลวงฟังข้อราชการ” ในสมัยหมิงและชิง โดยองค์จักรพรรดิประทับ ณ ที่แห่งนี้เพื่อรับการถวายความเคารพจากขุนนาง และออกพระบรมราชโองการต่าง ๆ ไม่ว่าจักรพรรดิจะปรากฏพระองค์หรือไม่ ขุนนางทั้งฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหารก็ต้องมากระทำพิธีเข้าเฝ้าที่ประตูดังกล่าวทุกเช้า”

แต่ในขณะเดียวกัน“ประตูเฉียนชิง” เป็นประตูทางเข้า“ต้าเน่ย” ซึ่งหมายถึง หน่วยงานราชการตลอดจนถึงหมู่พระที่นั่ง หรือตำหนักของพระราชวงศ์ ได้แก่ หวงไท่โฮ่ว และรวมถึงเป็นที่ประทับขององค์พระจักรพรรดิอีกด้วย จนเกิดคำกล่าวว่า“ไท่เหอ” เป็นศูนย์กลางทางการปกครอง ส่วน“ต้าเน่ย” เป็นพื้นฐานของคุณธรรม

สิงโตคู่ที่หน้าประตูไท่เหอ“หูตั้ง” เพราะคอยรับพระบรมราชโองการปฏิบัติหน้าที่ต่างพระเนตรพระกรรณคอยบำบัดทุกข์บำรุงของราษฎร และบนพื้นที่เดียวกันสิงโตคู่ที่หน้าประตูเฉียนชิง“หูพับ” เพราะฝ่ายในต้องรู้จักเก็บความลับ รู้จักการประมาณตนใช้ชีวิตให้เรียบง่าย รู้จักตริตรองเรื่องต่าง ๆ ที่ได้รับฟังมา และอะไรควรทำ อะไรควรรู้ หรือโดยสรุปคือ ความในอย่านำออก ความนอกอย่านำเข้าเท่านี้ก็คงจะเข้าใจ

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

จ้าวกว่างเชา เขียน. อชิรัชญ์ ไชยพจน์พานิช และ ชาญ ธนประกอบ(แปล). (2563). ร้อยเรื่องราววังต้องห้าม. (พิมพ์ครั้งที่3). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มติชน.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 31 มีนาคม 2563

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไขปริศนาความนัยของ “สิงโตหูตั้ง-หูพับ” ในพระราชวังต้องห้ามของจีน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...