โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฟาโรห์ไม่ได้มีแต่ชาย พบอียิปต์มี “ฟาโรห์หญิง” อีก 6 พระองค์

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 02 เม.ย. 2568 เวลา 00.53 น. • เผยแพร่ 02 เม.ย. 2568 เวลา 00.40 น.
ศีรษะและไหล่ของสฟิงซ์แห่งฮัตเชปสุต อันนี้เป็นตัวแทนของฟาโรห์หญิงฮัตเชปซุต

ฟาโรห์ไม่ได้มีแต่ชาย พบอียิปต์มี ฟาโรห์หญิง 6 พระองค์

เรามักได้ยินว่าอียิปต์ยุคก่อนมี“ฟาโรห์ชาย” ปกครอง แต่จริงๆ แล้วมี“ฟาโรห์หญิง” ด้วยเช่นกัน และฟาโรห์หญิง ก็ไม่ได้ปรากฏเพียงไม่กี่พระองค์ เพราะเท่าที่มีหลักฐานพบว่า อียิปต์โบราณ มีฟาโรห์หญิง 6 พระองค์ เช่น พระนางฮัตเชปสุต พระนางคลีโอพัตราที่ 7

ประวัติความเป็นมาของอียิปต์ค่อยๆ เลือนหายไป เมื่อความรู้ในการอ่าน เขียน ภาษาอียิปต์โบราณที่ชาว กรีกเรียกว่า ไฮโรกลิฟ (Hieroglyph ซึ่งแปลว่าสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์) ได้สูญสิ้นไป โดยเริ่มจากการเปลี่ยนเป็นภาษากรีก เมื่อศาสนาคริสต์ได้แผ่เข้ามายังอียิปต์ ซึ่งในขณะนั้นมีฐานะเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรไบแซนทีน (Byzantine)

แต่ก็เป็นภาษาที่ไม่มีอะไรเชื่อมโยงกับประวัติความเป็นมาของ “อียิปต์โบราณ” อีกต่อไป จึงกล่าวได้โดยรวมว่า ภาษาอียิปต์โบราณได้ตายจากไปเกือบ 1,500 ปี

นักปราชญ์ทางภาษาหลายคนอาจพอจะจับเค้าการอ่านภาษาอียิปต์โบราณได้บ้าง แต่ผู้ที่ประสบความสำเร็จในการอ่านได้โดยสมบูรณ์คือ ฌอง- ฟรองซัวร์ ฌองโปลิยง (Jean-François Champollion) ผลงานเขียนของเขาถือเป็นตำราพื้นฐานในการศึกษาภาษาอียิปต์โบราณตลอดมา

ผลการศึกษาของฌองโปลิยง ได้ทำให้นักประวัติศาสตร์รุ่นต่อมามีกุญแจสำคัญที่จะไขเข้าไปสู่เรื่องราวต่างๆ ที่เป็นอดีตอันไกลโพ้นของอียิปต์ ทั้งเรื่องชีวิต, ความเป็นอยู่, ความเชื่อศาสนา, เศรษฐกิจ, การ ทหาร, สงคราม, การปกครองโดยเฉพาะกษัตริย์ที่มีฐานะกึ่งเทพเจ้าและเราเรียกกันต่อๆ มาในภาษาอังกฤษว่า ฟาโรห์ (Pharaoh)

ในช่วงเวลาเกือบ 3,000 ปี ของประวัติศาสตร์อียิปต์โบราณนั้น มีฟาโรห์ประมาณ 170 พระองค์ จาก 72 ราชวงศ์ ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นครองราชย์ โดยมีทั้ง ฟาโรห์ชาย และฟาโรห์หญิง

นักโบราณคดีพยายามค้นหามัมมี่ของกษัตริย์หรือบุคคลสำคัญตามรายพระนาม/รายนามที่มีอยู่ ซึ่งก็ประสบความสำเร็จในการค้นพบแตกต่างกันไป เช่น ค้นพบมัมมี่พระศพฟาโรห์ที่สำคัญอย่าง รามเสสที่ 2 (Ramesses II) เซติที่ 1 (Seyt I) ธุตโมสิสที่ 1-3 (Thutmosis I-III) ฯลฯ

ฮัตเชปสุตแห่งอียิปต์

บุคคลสำคัญมากๆ อีกพระองค์หนึ่งซึ่งเป็นที่หมายปองของนักโบราณคดีคือพระนางฮัตเชปสุต (Hatshepsut) ฟาโรห์หญิงผู้ครองราชย์อยู่นานกว่า 20 ปี และเป็นยุคสมัยที่จัดว่าเจริญรุ่งเรืองที่สุดสมัยหนึ่ง

พระนางฮัตเชปสุต เป็นพระราชธิดาของฟาโรห์ธุตโมสิสที่ 1 ((Thutmosis I ครองราชย์ระหว่างปี 1504-1492 ก่อนคริสตกาล) แต่งงานกับพี่ชาย (หรือน้องชาย) ของพระนางเอง คือ ธุตโมสิสที่ 2 (ซึ่งครองราชย์อยู่ระหว่าง 1492-1479 ก่อนคริสตกาล) ต่อเมื่อสวามีของพระองค์สิ้นพระชนม์ลง พระนางฮัตเชปสุตก็ก้าวขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการ ใช้อำนาจร่วมกันกับโอรสบุญธรรมอยู่ 3 ปี พอมาถึงปีที่ 3 พระนางก็ประกาศตนเป็นฟาโรห์ และปกครองโดยลำพังต่อไปถึง 21 ปีกว่า (1479-1458/7 ก่อนคริสตกาล)

รัชสมัยของพระนาง อียิปต์ได้ขยายการค้ากว้างไกลไปยังพันต์ (Punt) และนูเบีย ซึ่งอยู่ลึกลงไปในทวีปแอฟริกา ดังที่ปรากฏอยู่ในภาพจำหลักบนฝาผนังของมหาวิหารบูชาพระนางเองในหุบผาแห่งกษัตริย์บริเวณที่ปัจจุบันเรียกว่า ดีร์ เอล บาฮารี (Deir el-BA-hari)

ส่วนหนึ่งของภาพจำหลัก เป็นรูปการลำเลียงเรือข้ามทะเลทรายฟากทิศตะวันออก จนกระทั่งถึงทะเลแดง แล้วจึงแล่นในเลาะชายฝั่งลงไปทางใต้ ต่อจากนั้นจึงเดินเท้าไปยังดินแดนพันต์ และนูเบีย เพื่อเอาสิ่งมีค่า 2 ชนิด คือ ผงทองคำ และยางไม้หอม ซึ่งใช้เป็นเครื่องหอมในพิธีกรรมต่างๆ แม้กระทั่งการทำมัมมี่

ที่นี่ยังมีภาพจำหลักของพระนางฮัตเชปสุต ซึ่งแต่งพระองค์เช่นเดียวกับฟาโรห์ชาย คือ นุ่งผ้าอัดเป็นกลีบละเอียด นุ่งโดยโอบรอบสะโพกมาทบกันด้านหน้า ผ้านุ่งยาวถึงเข่า เปิดเผยให้เห็นช่วงขาที่เปลือยเปล่าเช่นเดียวกับเบื้องพระองค์ท่อนบน ผิวเป็นสีน้ำตาลแดง (ตามที่นิยมทาสีนี้สำหรับบุรุษเพศ) สวมกรองพระศอขนาดใหญ่ทำด้วยทองคำ ศิราภรณ์นั้นมีต่างๆ แล้วแต่วาระที่กำลังกระทำ และที่สำคัญคือ จะต้องทรงประดับเคราปลอม (ceremonial beard) ที่ใต้คางอย่างที่ฟาโรห์ทุกพระองค์มี พระองค์ทรงเฉลิมพระนามในฐานะฟาโรห์ว่า “มาอัตคารา (Maatkara) ผู้เป็นที่รักของสุริยเทพอามูน และได้รับพรให้มีชีวิตนิ รันดร์”

ฟาโรห์หญิง 6 พระองค์

แม้ฟาโรห์เกือบทุกพระองค์ตลอดระยะเวลาเกือบ 3,000 ปี จะเป็นชาย แต่ก็มีข้อยกเว้นอย่างน้อย6 พระองค์ ที่เป็น “ฟาโรห์หญิง” อันได้แก่

นิโตคริส (Nitocris) ครองราชย์อยู่ประมาณ 3 ปี ระหว่าง 2218-2216 ก่อนคริสตกาล ไม่มีประวัติชัดแจ้ง ยกเว้นถูกกล่าวถึงโดยเฮโรโดตัส (Herodotus)

เนฟรูโซเบก (Nefrusobek) ครองอำนาจ 4 ปี ระหว่าง 1785-1781 ก่อนคริสตกาล ต่อจากฟาโรห์อาเมนเนมฮัตที่ 4 (Amenemhat IV) พี่ชายและพระสวามีของพระนาง

ฮัตเชปสุต (Hatshepsut) ครองอำนาจต่อจากธุตโมสิสที่ 2 พี่(น้อง)ชาย/สวามีที่สิ้นพระองค์ ทรงครองราชย์ในฐานะฟาโรห์หญิงต่อไปอีก 21 ปี

เนเฟอร์ตีติ (Nefertiti) ทรงมีบทบาทในการบริหารร่วมกับฟาโรห์อาเมนโฮเตปที่ 4 ทั้งสองร่วมกันใช้อำนาจจากปี 1346-1333

เทาสเรต (Tausret) มเหสีของฟาโรห์เซติที่ 2 (Seti II) เมื่อฟาโรห์สิ้นพระชนม์ลง พระนางได้ใช้อำนาจร่วมกับฟาโรห์ซิปทาห์ (Siptah) โอรสบุญธรรมในระหว่างปี 1193-1185 ก่อนคริสตกาล

และฟาโรห์ที่คนส่วนใหญ่รู้จักพระนางดี ก็คือ พระนางคลีโอพัตราที่ 7 (Cleopatra VII) ฟาโรห์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ ปโตเลมี (Ptolemy) อันเป็นราชวงศ์สุดท้ายของอียิปต์โบราณ ก่อนจะตกเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรโรมัน พระนางมักถูกวาดภาพให้เป็นหญิงงามแต่แพศยาด้วยทัศนะของนักประวัติศาสตร์ชายชาวโรมัน ซึ่งต้องการทำลายความชอบธรรมในการครองอำนาจของพระนางร่วมกับจูเลียส ซีซาร์ (Julius Caesar)

แต่มองจากมุมของอียิปต์บทบาทของพระนางระหว่างปี 51 ก่อนคริสตกาล (?) จนถึงคริสตกาล โดยเฉพาะการแต่งงานการเมือง กับผู้นำทางการเมืองโรมัน 2 ครั้ง ก็ล้วนเป็นไปเพื่อรักษาอียิปต์ทั้งสิ้น พระนางฆ่าตัวตายในฉลองพระองค์ฟาโรห์สตรีอย่างสมพระเกียรติ เมื่อแม่ทัพของโรมันบุกยึดอเล็กซานเดรีย อียิปต์ ในปีที่ 30 ก่อนคริสตกาล

โดยสรุปแล้ว แม้ฟาโรห์เกือบทั้งหมดจะเป็นชาย แต่ก็ไม่ทราบอย่างแน่ชัดว่า มีข้อห้ามมิให้สตรีเป็นฟาโรห์หรือไม่ ส่วนกรณีของฟาโรห์สตรีทั้ง 6 พระองค์ ดังที่กล่าวแล้วนั้น พบว่า 5 ใน 6 มักเป็นช่วงที่บ้านเมืองระส่ำระสาย

การขึ้นสู่อำนาจของบรรดาสตรีเหล่านี้จึงเป็นไปเพื่อสืบทอดราชวงศ์ให้ดำเนินต่อไปได้ และพบว่าทุกกรณีเป็นการใช้อำนาจร่วมกันกับพระราชสวามีหรือโอรสบุญธรรมทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามกรณี พระนางฮัตเชปสุต และพระนางคลีโอพัตราที่ 7 ฟาโรห์หญิงซึ่งครองราชย์ยาวนานถึง 20 ปีเศษไล่เลี่ยกันนั้น ต้องถือว่าเป็นกรณีพิเศษและวิเศษจริงๆ

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ทรงยศ แววหงษ์. การ”ค้นพบ” ฟาโรห์สตรี, ศิลปวัฒนธรรม ฉบับกุมภาพันธ์ 2551

เผยแพร่ในระบบออนไน์ครั้งแรกเมื่อ 9 พฤศจิกายน 2561

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ฟาโรห์ไม่ได้มีแต่ชาย พบอียิปต์มี “ฟาโรห์หญิง” อีก 6 พระองค์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...