โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้อนอดีต Disneyland ‘สวนสนุก’ ที่สร้างความสุข ให้คนทั้งโลก

The MATTER

อัพเดต 20 พ.ย. 2561 เวลา 11.21 น. • เผยแพร่ 20 พ.ย. 2561 เวลา 10.17 น. • Quick Bite

เชื่อหรือไม่ว่า Mickey Mouse คาแรกเตอร์หนูขนดำใส่เอี้ยมสีแดงที่คนทั่วโลกคุ้นตา มีอายุครบ 90 ปี ไปเมืิ่อวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา จะเรียกว่า 'คุณปู่มิคกี้' ก็คงจะไม่ผิดนัก

แต่เวลาที่หลายคนเห็นตัวการ์ตูนนี้ เชื่อว่าจะไม่ได้นึกถึงแค่การ์ตูนของ Walt Disney นี้แน่ๆ แต่น่าจะนึกไปถึงอีกสิ่งที่ให้ความสนุกกับผู้คนหลายร้อยล้านคนทั่วโลกในแต่ละปี นั่นก็คือ ‘สวนสนุก’ ทีใช้ชื่อว่า Disneyland

นับแต่สวนสนุก Disneyland แห่งแรก เปิดให้บริการเมื่อปี 1955 ถึงวันนี้ มันได้แตกไลน์ธุรกิจออกไปเป็นธีมปาร์ก สวนน้ำ รีสอร์ต โรงแรม สนามกอล์ฟ และธุรกิจอื่นๆ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อความบันเทิงและการพักผ่อนหย่อนใจ

The MATTER จะพาคุณไปย้อนรำลึกกันดูว่า กว่าจะมาถึงวันนี้ สวนสนุกของดิสนีย์ ทั้ง 6 แห่ง ต้องผ่านอะไรมาบ้าง จากตัวการ์ตูนหนูตัวเล็กๆ ที่เขียนบนรถไฟ ได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์แห่งความสุขของคนทั้งโลกได้อย่างไร

คุณปู่มิคกี้ เม้าส์ มีอายุครบ 90 ปีแล้ว! (ที่มา: www.timesnownews.com)

1928 – กำเนิดคาแรกเตอร์ Mickey Mouse เจ้าหนูขี้เล่นที่คนทั้งโลกหลงรัก

1955 – เปิดสวนสนุกแห่งแรก Disneyland ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ

เดิมจะใช้ชื่อว่า Mickey Mouse Park ก่อนจะเปลี่ยนใจมาใช้ชื่อ Disneyland ภายหลัง และแม้จะเริ่มด้วยอย่างพังๆ เพราะเครื่องเล่นหลายอย่างทำงานไม่ได้ แต่ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นำไปสู่การเปิดสวนสนุกเพิ่มขึ้นอีกหลายแห่ง ในหลายทวีป

หลายๆ คนน่าจะรู้กันแล้วว่า ปราสาทเจ้าหญิงนิทราที่เป็นสัญลักษณ์ของดิสนีย์ มีต้นแบบมาจากปราสาท Neuschwanstein ในแคว้นบาวาเรียของเยอรมนี

มีขนาด 486 เอเคอร์ ประกอบด้วยธีมปาร์ก 2 แห่ง โรงแรม 3 แห่ง และศูนย์การค้า ดิสนีย์เป็นเจ้าของ 100%

1966 – Walt Disney เสียชีวิต จากโรคมะเร็งปอด ด้วยวัย 65 ปี

ทำให้การบริหารงานบริษัทต้องเปลี่ยนมือมายัง Roy Disney พี่ชาย แต่เขาก็บริหารงานได้เพียงระยะเวลาหนึ่ง ก่อนเสียชีวิตจากเลือดออกในเยื่อหุ้มสมอง ต้องส่งมอบบริษัทต่อให้ผู้บริหารรุ่นที่ 3

1971 – เปิดสวนสนุกแห่งที่สอง Walt Disney World ที่รัฐฟลอริด้า สหรัฐฯ

มีขนาด 25,000 เอเคอร์ ถือว่าใหญ่ที่สุด (เท่ากับสวนลุมพินี 175 แห่ง) ประกอบด้วยธีมปาร์ก 4 แห่ง โรงแรมหลายแห่ง ศูนย์การค้า สนามกีฬา ศูนย์การประชุม ที่ตั้งแคมป์ สวนน้ำ และที่ว่างสำหรับใช้สันทนาการ ดิสนีย์เป็นเจ้าของ 100%

1983 – เปิดสวนสนุกแห่งที่สาม แห่งแรกนอกสหรัฐฯ ที่ Tokyo Disneyland ในเมืองชิบะ ญี่ปุ่น

แม้จะชื่อโตเกียว ดิสนีย์แลนด์ แต่แท้จริงแล้วอยู่ที่เมืองชิบะ

มีขนาด 494 เอเคอร์ มีธีมปาร์ก 2 แห่ง โรงแรม 10 แห่ง และศูนย์การค้า ดิสนีย์ไม่ได้เป็นเจ้าของ แต่ได้ค่าลิขสิทธิ์และส่วนแบ่งรายได้จากบริษัทท้องถิ่น

1992 – เปิดสวนสนุกแห่งที่สี่ แห่งแรกในยุโรป Disneyland Paris ที่กรุงปารีส ฝรั่งเศส

มีขนาด 5,510 เอเคอร์ ประกอบด้วยธีมปาร์ก 2 แห่ง โรงแรม 7 แห่ง ศูนย์การค้า และสนามกอล์ฟ ก่อนหน้านี้ ดิสนีย์เป็นเจ้าของไม่เต็ม 100% เพิ่งมาซื้อหุ้นทั้งหมดในปี 2017 นี่เอง

2005 – เปิดสวนสนุกแห่งที่ห้า Hong Kong Disneyland ที่เขตบริหารพิเศษฮ่องกง จีน

มีขนาด 310 เอเคอร์ เล็กที่สุด (แต่ก็ยังเท่ากับสนามหลวง 10 แห่ง) ประกอบด้วยธีมปาร์ก 1 แห่ง และโรงแรมอีก 3 แห่ง ดิสนีย์เป็นเจ้าของแค่ 47%

2007 – สวนสนุกของดิสนีย์ทั้งหมดทำรายได้เกิน 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็นครั้งแรก

2016 – เปิดสวนสนุกแห่งที่หก แห่งล่าสุด Shanghai Disneyland ที่นครเซี่ยงไฮ้ จีน

มีขนาด 1,000 เอเคอร์ ประกอบด้วยธีมปาร์ก 1 แห่ง โรงแรม 2 แห่ง และศูนย์การค้า ดิสนีย์เป็นเจ้าของแค่ 43%

2018 – สวนสนุกของดิสนีย์ทั้งหมดทำรายได้เกิน 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็นครั้งแรก

โดยจากข้อมูลที่มีการเปิดเผย (เนื่องจากดิสนีย์เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ จึงต้องเปิดเผยข้อมูลผลประกอบการให้สาธารณชนรับทราบ) ดิสนีย์ทำรายได้จากสวนสนุกในปี 2017 อยู่ที่ 20,296 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็น 34% ของรายได้ทั้งเครือ

และเมื่อตรวจสอบย้อนหลังระหว่างปี 1991-2018 พบว่ามีรายได้เพิ่มมากกว่า 726% โดนตลอดช่วงเวลาดังกล่าว รายได้จากสวนสนุกคิดเป็นสัดส่วน 22 - 46% ของรายได้ดิสนีย์ทั้งเครือ

แม้จะเสียดายที่เราไม่สามารถหาได้ว่า สัดส่วนรายได้จากสวนสนุกดังกล่าว มาจากดิสนีย์แลนด์สาขาใดมากที่สุด แต่ถ้าดูผลประกอบการโดยรวมก็จะเห็นได้ว่า สวนสนุกในเครือดิสนีย์น่าจะเป็นสวนสนุกนอันดับหนึ่งของโลกไปอีกนานแสนนาน

Illustration by Naruemon Yimchavee

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...