โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สัปปายะสภาสถาน อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ แลนด์มาร์คใหม่ย่าน เกียกกายริมน้ำเจ้าพระยา

DDproperty

เผยแพร่ 27 ต.ค. 2563 เวลา 09.26 น.
สัปปายะสภาสถาน อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ แลนด์มาร์คใหม่ย่าน เกียกกายริมน้ำเจ้าพระยา

“สัปปายะสภาสถาน” รัฐสภาแห่งใหม่ โครงการเมกะโปรเจกต์ระดับชาติ ทุ่มงบประมาณกว่า 10,000 ล้านบาท เพื่อเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และแวดล้อมด้วยสาธารณูปโภคครบครัน ที่แม้ว่าปัจจุบันยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ แต่เชื่อว่าหากเปิดใช้จะทำให้พื้นที่ละแวกเกียกกาย-บางโพ ที่เคยเป็นเพียงชุมชนแสนสงบ คึกคักและมีชีวิตชีวามากขึ้น ที่สำคัญกำลังจะกลายเป็นทำเลทองที่เนื้อหอมมากที่สุดแห่งหนึ่ง

 

ทำไมต้องสร้างรัฐสภาแห่งใหม่

อาคารรัฐสภาบนถนนอู่ทองใน ซึ่งสร้างเสร็จในปี 2517 และใช้เป็นที่ประชุมสภายาวนานกว่า 30 ปี มีขนาดคับแคบและไม่เพียงพอสำหรับรองรับจำนวนสมาชิกผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และข้าราชการที่เพิ่มมากขึ้น รัฐบาลในสมัยนายสมัคร สุนทรเวชจึงได้อนุมัติโครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ในปี 2551

 

รัฐสภาแห่งใหม่อยู่ที่ไหน

คณะกรรมการที่กำกับดูแลการสร้างรัฐสภาใหม่มีมติเลือกที่ดินของราชพัสดุ ถนนทหาร(เกียกกาย) แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต ให้เป็นสถานที่ตั้งของรัฐสภาแห่งใหม่ เพราะมีความเหมาะรอบด้าน ทั้งภูมิทัศน์ คมนาคม สิ่งแวดล้อม สาธารณูปโภค และเศรษฐกิจ แผนที่รัฐสภาแห่งใหม่

 

สัปปายะสภาสถาน แลนด์มาร์คริมน้ำเจ้าพระยา

รัฐสภาแห่งใหม่ หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า รัฐสภาเกียกกาย ถูกสร้างขึ้นบนพื้นที่ขนาดใหญ่ถึง 119.6 ไร่ ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา (ฝั่งพระนคร) โดยก่อสร้างเป็นอาคารขนาดใหญ่ มีพื้นที่ใช้สอย 424,000 ตารางเมตร

แบ่งอาคารเป็น 2 ส่วน คือ สำหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา มีที่จอดรถรองรับได้ 2,069 คัน และมีพื้นที่สีเขียวมากถึง 115,529 ตารางเมตร ทั้งหมดนี้ใช้งบประมาณก่อสร้างราว 2,987 ล้านบาท

 

ห้องประชุมจันทราในสัปปายะสภาสถาน รัฐสภาแห่งใหม่

ห้องประชุมจันทราในสัปปายะสภาสถาน รัฐสภาแห่งใหม่

 

รัฐสภาแห่งใหม่ ทำไมถึงชื่อ  “สัปปายะสภาสถาน”

รัฐสภาแห่งใหม่นี้มีนามว่า “สัปปายะสภาสถาน” ซึ่งหมายถึง สภาที่มีแต่ความสงบร่มเย็นสบาย สถานที่สำคัญของชาติแห่งนี้ได้รับการออกแบบที่ผสมผสานความเป็นไทยเข้ากับอาคารที่ทันสมัยอย่างลงตัว เป็นผลงานชนะเลิศการประกวดของ คุณธีรพล นิยม ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์

โดยนำแนวคิดพุทธสถาปัตยกรรมตามแบบแผน “ไตรภูมิ” มาใช้ บริเวณกลางอาคารมีเจดีย์จุฬามณี สูง 46 เมตร ประดิษฐานพระสยามเทวาธิราช พระคู่บ้านคู่เมืองไว้บนยอดเจดีย์ และด้านหน้าหันไปทางแม่น้ำเจ้าพระยา

นอกจากนี้ อาคารทั้งหมดยังถูกออกแบบให้ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีของสิ่งปลูกสร้างแห่งอนาคต

 

โครงข่ายคมนาคมรอบรัฐสภาแห่งใหม่

นับตั้งแต่โครงการสร้างรัฐสภาแห่งใหม่เริ่มต้นขึ้น พื้นที่ย่านเกียกกาย บางโพ ศรีย่าน และสามเสนได้รับการพัฒนาสาธารณูปโภคอย่างเต็มที่ ทั้งการสร้างสะพานเกียกกายข้ามไปยังฝั่งธนบุรี

การขยายช่องทางการจราจร 4 สายให้เป็น 8 ช่องจราจร ได้แก่ ถนนสามเสน-ประชาราษฎร์สาย 1 และถนนทหาร พร้อมทั้งก่อสร้างทางคู่ขนานถนนสามเสน เพื่อเชื่อมต่อกับถนนกรุงเทพ-นนทบุรี ทำให้การเดินทางของฝั่งพระนครและธนบุรีสะดวกมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีเส้นทางรถไฟฟ้า 2 สายที่ช่วยเพิ่มศักยภาพด้านคมนาคมมากขึ้น ได้แก่ เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน บางซื่อ-ท่าพระ ที่เปิดให้บริการแล้ว และรถไฟฟ้าสายสีม่วง เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2569

เส้นทางแผนที่รถไฟฟ้า BTS-MRT ฉบับเต็ม พร้อมอัปเดตทำเลศักยภาพใหม่

พร้อมสร้างท่าเรือโดยสารที่สถานีพระนั่งเกล้า เพื่อเชื่อมต่อเส้นทางรถ ราง และเรือให้สมบูรณ์ จึงทำให้ย่านเกียกกายที่เคยเงียบเหงากลายเป็นศูนย์กลางคมนาคมแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ในอีกไม่นานนี้

 

กระตุ้นมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและพื้นที่ใกล้เคียง

โครงการสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ทำให้พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาย่านเกียกกาย บางโพ ศรีย่าน และสามเสน รวมถึงทำเลแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงเหนือโดยเฉพาะเตาปูน บางซ่อน และวงศ์สว่าง ได้รับความสนใจมากขึ้นจากนักพัฒนาที่ดินและผู้ประกอบการธุรกิจ

เนื่องด้วยกระแสความต้องการที่อยู่อาศัยของกลุ่มลูกค้าข้าราชการและข้าราชการการเมือง ทั้งยังกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ให้คึกคักยิ่งขึ้นจากห้างสรรพสินค้าและมาร์เก็ตเพลสต่าง ๆ ด้วย

นอกจากนี้ ยังมีการปรับลดกฎกระทรวงในการควบคุมอาคาร-สิ่งก่อสร้างที่บดบังทัศนียภาพอาคารรัฐสภาใหม่ เกียกกาย โดยอนุญาตให้สร้างตึกสูงไม่เกิน 5 ชั้น ในรัศมี 100 เมตร และ 8 ชั้นในรัศมี 200 เมตร ในพื้นที่ริมแม่น้ำฝั่งพระนครได้ จึงช่วยเปิดโอกาสให้ที่พักอาศัย ทั้งที่มีอยู่เดิมและจะถูกสร้างใหม่ มีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างรวดเร็ว

 

รัฐสภาแห่งใหม่ ความคืบหน้า และเส้นตายที่เลื่อนออกไป

โครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งนี้ไม่สามารถสร้างให้เสร็จสิ้นตามกำหนด 900 วัน นับตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 ได้ เพราะมีปัญหาเรื่องการส่งมอบพื้นที่และปรับรายละเอียดแบบก่อสร้าง ทำให้ต้องขยายเวลาก่อสร้างถึง 3 ครั้ง

อย่างไรก็ดี ตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม 2562 เป็นต้นมา ได้มีการประเดิมใช้รัฐสภาแห่งใหม่สำหรับการประชุมวุฒิสภาและการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยพบความไม่พร้อมในหลายจุด เช่น การตกแต่งผนังห้องประชุมจันทรา จำนวนเก้าอี้และไมโครโฟนที่ไม่เพียงพอ เป็นต้น

ทั้งนี้ จากกำหนดเดิมที่จะต้องแก้ไขและก่อสร้างให้เสร็จทั้งหมดภายในวันที่ 15 ธันวาคม 2562 ปรากฎว่าในที่สุดก็แล้วเสร็จไม่ทันกำหนด และขยายเวลา (ซึ่งนับแล้วเป็นครั้งที่ 4) อีกจำนวน 382 วัน

 

นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร ตรวจความเรียบร้อยบริเวณด้านนอกอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ via: www.parliament.go.th

 

โดยอัปเดตล่าสุด มีความคืบหน้าโดยรวมทั้งภายนอกและภายในอาคารรัฐสภา 85% (ณ วันที่ 10 สิงหาคม 2563) โดยคาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2563 นี้ อย่างแน่นอน รวมแล้วใช้เวลาก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ทั้งหมดเกือบ 8 ปี งบค่าก่อสร้างอยู่ที่ประมาณ 1.22 หมื่นล้านบาท

 

อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่ต้องการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือหาที่พักอาศัยในทำเลทอง ที่ราคายังไม่สูงมาก พื้นที่ย่านเกียกกาย-บางโพเป็นอีกแหล่งที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะได้รับการพัฒนารอบด้านจากโครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่แล้ว ย่านนี้ยังเป็นตลาดบลูโอเชียนหรือตลาดใหม่ที่มีความต้องการใหม่ ซึ่งมีโอกาสทางธุรกิจสูงเพราะยังไม่มีคู่แข่งมากนัก ลองศึกษาข้อมูลการเตรียมตัวก่อนซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์กันล่วงหน้าได้เลย

 

สนใจรับบทความดีดี อัปเดต ข่าวอสังหาริมทรัพย์ และ อ่านคู่มือซื้อขาย พร้อม รีวิวโครงการคอนโดฯ ใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคา รวมถึง ทำความรู้จักกับทำเลฮอตทั่วกรุง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการซื้อ-ขาย-เช่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...