โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

10 บทเรียนที่การสูญเสียและความไม่สมหวังได้สอนให้เรียนรู้

a day BULLETIN

อัพเดต 30 ธ.ค. 2562 เวลา 00.09 น. • เผยแพร่ 28 ธ.ค. 2562 เวลา 15.59 น. • a day BULLETIN

ถ้า ‘ความสุขความสำเร็จ’ เป็นแรงผลักดันที่ทำให้ทุกชีวิตสามารถก้าวต่อไปได้ในแต่ละวัน ‘ความสูญเสียหรือการไม่สมหวัง’ ก็ย่อมมีส่วนสำคัญไม่แพ้กัน—หากกล้าพอที่จะเผชิญหน้าและยอมรับ—หนึ่งชีวิตที่ต้องผ่านพบกับโชคชะตาอันโหดร้ายก็ย่อมได้เรียนรู้และแข็งแกร่งพอที่จะก้าวย่างต่อไปอย่างมั่นคงมากขึ้น

        ในปีที่ผ่านมา เราได้สนทนากับบุคคลหลากหลายสาขาอาชีพ รับฟังหลากหลายเรื่องราวที่สะท้อนความเจ็บปวดและไม่สมหวัง ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ การเมือง การเงิน สงคราม หรือแม้กระทั่งการผิดหวังในความรัก ฯลฯ 

        แม้หยาดน้ำตาที่เคยหลั่งไหลจะเลือนหายไปแล้ว แต่การอดทนเผชิญหน้ากับวันร้ายๆ ย่อมให้บทเรียนที่สำคัญ และมีคุณค่ามากพอที่จะถ่ายทอดมาสู่ผู้คนที่อยู่ร่วมสังคมเดียวกัน 

         ในวาระของการส่งท้ายปีเก่า เข้าสู่ปีใหม่ a day BULLETIN ขอสรุปหลากหลายบทเรียนจากความสูญเสียและไม่สมหวัง เป็นข้อคิดที่อยากมอบให้ผู้อ่านทุกท่าน และหวังว่าบทเรียนเหล่านี้จะอยู่เคียงข้างและคอยนำทางในวันที่ชีวิตของพวกเราต้องเผชิญกับโชคร้าย 

 

บทเรียนจากการสูญเสีย

01 | อย่ากลัวความเสียใจ และจงกล้าที่จะเริ่มต้นใหม่ 

‘ฝน ’- ศนันธฉัตร ธนพัฒน์พิศาล, นักแสดง 

        “เราเป็นคนไม่กลัวการมีแฟนเลยนะ ส่วนใหญ่เราเป็นคนลุยก่อนด้วยซ้ำ แต่เราก็พร้อมจะเริ่มต้นใหม่ตลอดเวลา เพราะถ้ามันไปกันไม่รอดจริงๆ ต้องกลับมาเยียวยาตัวเองให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง เราไม่ชอบตอนที่ตัวเองเสียใจฟูมฟาย เพราะมันกระทบเรื่องอื่นในชีวิตไปหมด เราจะให้เวลาตัวเองแค่วันสองวันเท่านั้นสำหรับความเสียใจ แล้วจะต้องฟื้นขึ้นมาให้ได้ เพราะเรามีหน้าที่อย่างอื่นต้องทำอีกเยอะแยะ”

อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มที่: http://bit.ly/35WQkNH  

 

บทเรียนจากการสูญเสีย

02 | อย่าใช้ชีวิตอยู่กับสิ่งที่ไม่ได้เลือก 

ฮีซัมร์ เจ๊ะมามะ, ผู้กำกับหนังสั้น I’m Not Your F***ing Stereotype

        “เราไม่ได้อยากเลิกนับถืออิสลาม แต่แค่อยากพักไปใช้ชีวิตก่อน เงื่อนไขหลายอย่างของมุสลิมกับวิถีชีวิตของเราไม่ตรงกัน ที่เห็นได้ชัดเลยคือเราเป็นพวกชอบฟังเพลงหรือชอบไปดูหนังจนดึกดื่นจนกลับหอมาทำละหมาดไม่ทัน เลยรู้สึกว่าฉันขอพักก่อนได้ไหม มันตลกมากนะ ที่ประเทศไทยเรียกการเปลี่ยนข้อมูลส่วนตัวว่าอกตัญญู”  

อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มที่: http://bit.ly/2SslfNK

 

บทเรียนจากการสูญเสีย

03 | สิ่งที่เกิดแล้วย่อมดีเสมอ

ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์, นักแสดง

        “เราเป็นคนเข้าใจอะไรง่าย เราก็ต้องใช้ชีวิตต่อไป เราเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วดีที่สุดเสมอ วันเวลาผ่านไปหากเราจะต้องไม่มีมันก็ต้องยอมรับให้ได้ คนเราชอบคิดว่าการปล่อยวางคือความเศร้าอย่างหนึ่ง แต่จริงๆ มันไม่ใช่ เราปล่อยวางเพราะสิ่งของทำหน้าที่ไปเรียบร้อยแล้ว ความคิดถึงก็ทำหน้าที่เหมือนกับสิ่งของได้เหมือนกัน”

อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มที่: http://bit.ly/2EWRFrC 

 

บทเรียนจากการสูญเสีย

04 | แม้จะเป็นเรื่องที่แย่ แต่อย่างน้อยยังมีสิ่งที่ดี 

อารักษ์ อาภากาศ, ศิลปิน 

        “ชื่อเสียงทำอะไรไม่ได้ เลี้ยงลูกเลี้ยงเมียก็ไม่ค่อยได้ เลี้ยงตัวเองก็แสนจะยาก ผมไม่ได้มีอะไรน่าอวดเลย นอกจากจิตวิญญาณที่ใส่ไว้ในเพลง… แต่ผมยังภูมิใจในตัวเองนะ สิ่งที่ผมตัดพ้อไปเมื่อกี้ก็ยังมีเรื่องดนตรีคอยมาทำให้รู้สึกดีอยู่บ้าง ถ้าจากไปแล้วผมให้คะแนนตัวเอง ผมก็ให้คะแนนดีพอผ่าน”

อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มที่: http://bit.ly/2SpJSL6 

 

บทเรียนจากการสูญเสีย

05 | อย่าขังตัวเองไว้ในภาพจำของคนอื่น

‘เป้’-อารักษ์ อมรศุภศิริอารักษ์, ศิลปิน

        “ภาพจำแบบนั้นเราไปเปลี่ยนเขาไม่ได้หรอก นอกจากเขาจะได้รับทราบสิ่งใหม่ที่เราทำอยู่ แต่ภาพที่เราจำตัวเองอันนั้นสำคัญกว่า เราต้องจำให้ได้ว่าครั้งหนึ่งเราทำอะไรบ้าง มันไม่สำคัญว่าเราต้องเปลี่ยนแปลงความทรงจำในหัวใคร เราแค่ทำเพื่อความตื่นเต้นของเราไปเรื่อยๆ”

อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มที่: http://bit.ly/2EQMHgc 

 

บทเรียนจากการสูญเสีย

06 | ไม่คาดหวัง ไม่ผิดหวัง

ญารินดา บุนนาค, นักแสดงและสถาปนิก

        “เราคบกับแฟนเรามาตั้งแต่อายุ 19-20 ปี ซึ่งนานมาก แต่ช่วงแรกๆ ก็ทะเลาะกันมากๆ เลย จนเหมือนรู้ไส้รู้พุงกันหมด พอเราโตขึ้นเรื่องพวกนี้ก็หายไป แล้วก็โชคดีที่ไม่มีปัญหาใหม่เข้ามา เราเข้าใจว่าเขาเป็นแบบนี้ แล้วก็ไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะต้องมีอะไรที่เราชอบ เขาเองก็ไม่เคยคาดหวังอะไรจากเราเหมือนกัน เลยทำให้พวกเราไม่ผิดหวังกันเองเท่าไหร่”

อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มที่: http://bit.ly/2QiTB3c 

 

บทเรียนจากการสูญเสีย

07 | ไม่ชอบแค่บางสิ่ง ไม่ได้แปลว่าต้องเกลียดทั้งหมด

เดชา ปิยะวัฒน์กูล, ผู้กำกับภาพยนตร์ ชะตาธิปไตย

        “ผมเชื่อว่าต่อให้เห็นต่างกันยังไงก็ตาม แต่เราเป็นมนุษย์เท่ากัน ต่อให้มีความเห็นทางการเมืองไม่ตรงกัน หรือต่อให้ผมเกลียดคุณมากมายแค่ไหน แต่ถ้าวันหนึ่งคุณเกิดเจ็บป่วยหรือมาเป็นอะไรต่อหน้าต่อตา ถ้าช่วยชีวิตได้ ผมยืนยันจะช่วย”

อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มที่: http://bit.ly/39fnIBi 

 

บทเรียนจากการสูญเสีย

08 | เปลี่ยนความเสียใจให้เป็นแรงบันดาลใจ

‘อู๋’ – ยศทร บุญญธนาภิวัฒน์, ศิลปิน

        “เราชอบมองโลกในแง่ร้ายตลอดเวลา แต่การมองโลกในแง่ร้ายของเราเอามาต่อยอดทำงานได้ตลอดเลย เป็นแรงบันดาลใจทุกครั้งเวลาจะขึ้นเพลง จะจับกีตาร์ สุดท้ายมันกลายเป็นเราโดยที่ไม่ได้ตั้งใจด้วยซ้ำว่าโตขึ้นจะเป็นคนที่มาสายนี้ เหมือนเรารู้แล้วว่าสิ่งที่เรานำเสนอและหลงใหลคือความรู้สึกแบบนี้ บรรยากาศแบบนี้”

อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มที่: http://bit.ly/35ZGNVQ

 

บทเรียนจากการสูญเสีย

09 | อย่าปล่อยให้ตัวเองมีช่องโหว่ในใจ

วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, นักเดินทาง

        “แต่สิ่งที่น่าจะน่ากลัวที่สุดคือกลัวการไร้ตัวตน ไร้ความหมาย สำหรับผม มันเหมือนเป็นข้อบกพร่องหรือช่องโหว่ในใจ ต้องหาสิ่งภายนอกมาเติมเต็มตลอดเวลา ทำให้ในช่วงหนึ่งของชีวิตจึงเสพติดการเดินทาง ต้องการขึ้นเครื่องบินไปไหนสักที่เพราะนี่คือสิ่งที่ให้ความสุขและความสงบกับเรา”

อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มที่: http://bit.ly/2n6OrwF 

 

บทเรียนจากการสูญเสีย

10. จงเข้าใจว่าชีวิตมนุษย์ต้องสูญเสีย

ผศ. ดร. ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี, อาจารย์ และนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐสวัสดิการ

        “การตายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์ เราจะมองว่าการตายเป็นเรื่องธรรมชาติเมื่อเราเข้าใกล้ความเป็นมนุษย์ แต่ระบบทุนนิยมทำให้เราห่างจากความเป็นมนุษย์ ทำให้เรากลายเป็นเครื่องจักร คนไทยบางคนใช้ชีวิตราวกับว่าตัวเองเป็นอมตะเลยนะ ไม่กลัวตาย ทำงานหนักเพื่อหาเงิน”

อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มที่: http://bit.ly/35W9WkQ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...