โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เกษตรกรนครปฐมเพาะพันธุ์ "ปลาแรด" ลูกปลาดีมีคุณภาพเป็นอาชีพทำเงินมากว่า 10 ปี

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 16 ม.ค. 2563 เวลา 10.31 น. • เผยแพร่ 15 ม.ค. 2563 เวลา 21.26 น.

คุณภานุวัฒน์ ห้วยเรไร อยู่บ้านเลขที่ 6 หมู่ที่ 4 ตำบลศีรษะทอง อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เป็นผู้ที่มีความชื่นชอบในการเลี้ยงปลา จึงได้สนใจที่อยากจะเพาะพันธุ์ปลาแรดเป็นอาชีพ ด้วยสมัยยังเป็นเด็กค่อนข้างมีความชอบในเรื่องของการเลี้ยงปลา ทำให้ได้มีโอกาสมาทำอาชีพทางด้านนี้ จึงทำให้สิ่งที่รักและชอบสร้างความสำเร็จให้กับเขาได้เป็นอย่างดี

คุณภานุวัฒน์ ห้วยเรไร

คุณภานุวัฒน์ ชายหนุ่มผู้มีความมุ่งมั่นและมากด้วยรอยยิ้ม เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนอาชีพดั้งเดิมเมื่อครั้งคุณพ่อคุณแม่นั้น จะเน้นเกี่ยวกับการทำสวนเป็นส่วนใหญ่ ต่อมาเมื่อเขาเจริญวัยจนสามารถประกอบอาชีพได้ จึงมีโอกาสไปอยู่กับญาติที่เพาะพันธุ์ปลากรายจำหน่าย ทำให้ได้เรียนรู้และมีเทคนิคการเพาะพันธุ์ปลาติดตัวมา เมื่อได้กลับมาอยู่บ้านจึงได้นำวิชาความรู้ที่มีมาเพาะพันธุ์ปลาแรด และเริ่มทำเป็นธุรกิจอย่างจริงจัง ประมาณปี 2548

เตรียมส่งจำหน่ายลูกค้า

“เริ่มแรกที่มาทำ ก็ยังไม่ได้ขุดบ่อหรือลงทุนอะไรมาก เพราะที่บ้านทำสวน ภายในสวนก็จะมีร่องน้ำอยู่ ก็เลยใช้ร่องน้ำในสวนให้เป็นประโยชน์ พอมีลูกค้ามาสนใจมากขึ้น ทำให้ตลาดมีความต้องการ เราก็ค่อยๆ พัฒนาฟาร์ม โดยขุดเป็นบ่อและสร้างฟาร์มให้ได้มาตรฐานตามลำดับ ทำให้เวลานี้การเพาะพันธุ์ปลาแรดเป็นอาชีพที่แท้จริงของเราไปเลย” คุณภานุวัฒน์ เล่าถึงที่มาของอาชีพเพาะพันธุ์ปลาในช่วงนั้น

โดยพ่อแม่พันธุ์ส่วนใหญ่ที่ได้มาจะเป็นปลาที่ได้จากแหล่งน้ำธรรมชาติ หรือซื้อมาจากเกษตรกรที่เลี้ยงภายในบ่อ นำมาเลี้ยงให้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ เพราะปลาแรดจะวางไข่ได้ดี พื้นที่เลี้ยงจะต้องมีความเงียบสงบ บรรยากาศต้องเหมือนอยู่ในธรรมชาติจริงๆ ซึ่งพ่อแม่พันธุ์ส่วนใหญ่จึงยังเน้นเลี้ยงให้อยู่ภายในร่องสวน และค่อยเก็บไข่มาฟักให้ลูกเจริญเติบโตจนได้ไซซ์ขนาดที่ตลาดต้องการ

ไรแดง ให้ลูกปลากิน

ในขั้นตอนของการเพาะพันธุ์เพื่อให้ได้ลูกปลาแรดที่ดีมีคุณภาพนั้น คุณภานุวัฒน์ เล่าถึงขั้นตอนให้ฟังว่า จะเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ให้มีอายุอย่างน้อยประมาณ 2 ปี โดยจะซื้อปลาแรดที่เป็นปลาที่เลี้ยงทั่วไปมาทำเป็นพ่อแม่พันธุ์ก็ได้ จากนั้นนำมาเลี้ยงปล่อยให้อยู่ภายในร่องสวน ที่เน้นแบบความเป็นธรรมชาติ

เมื่อเลี้ยงและดูแลพ่อแม่พันธุ์ไปเรื่อยๆ จนมีอายุพร้อมที่จะผสมพันธุ์ได้ จะเตรียมในเรื่องของการจับคู่ผสมพันธุ์ โดยจะเริ่มทำในช่วงต้นปี หรือถ้ามีการเตรียมความพร้อมที่ดี จะเริ่มก่อนช่วงปีใหม่ก็ได้ ก็จะช่วยทำให้ที่ฟาร์มสามารถมีลูกพันธุ์ออกจำหน่ายได้อย่างต่อเนื่อง

ขนาดไซซ์ที่ไม่ลอดผ่านตะแกรง

“สภาพแวดล้อมที่ปล่อยพ่อแม่พันธุ์ลงไป ต้องเป็นธรรมชาติจริงๆ อย่างเช่น ในร่องสวนที่ไม่มีความวุ่นวายมาก ซึ่งรังของปลาแรดที่ปลาจะวางไข่เข้าไป ปลาจะทำรังเอง มีลักษณะคล้ายรังกระรอก โดยไข่ที่เข้าไปแล้วจะไม่สามารถออกมาข้างนอกได้เลย รังปลาแรดนี่ถือว่าแข็งแรงมาก เวลาที่ออกไข่มาแล้วลูกอยู่ในรังนี่ ถือว่าโอกาสรอดจะมีน้อย เพราะรูปิดสนิทหมด เพราะฉะนั้นเราเก็บมาฟักดูแลเอง ก็จะช่วยให้โอกาสรอดมีมากยิ่งขึ้น” คุณภานุวัฒน์ บอก

โดยสภาพร่องสวนที่พ่อแม่พันธุ์อยู่ ต้องมีร่มเงาของต้นไม้ เพื่อไม่ให้น้ำภายในบ่อร้อนจนเกินไป เพราะบ่อมีความลึกอยู่ที่ 1-1.5 เมตร เท่านั้น ซึ่งพ่อแม่พันธุ์ที่ปล่อยลงในบ่อจะมีอัตราส่วน 2 ต่อ 1 ตัว ตัวเมีย 2 ตัว ต่อตัวผู้ 1 ตัว แม่พันธุ์จะวางไข่ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคมไปจนถึงปลายเดือนสิงหาคม พร้อมทั้งมีการกระตุ้นให้แม่พันธุ์วางไข่ด้วยการถ่ายน้ำเก่าออก และเติมน้ำใหม่เข้าไปเป็นระยะ

ไข่ที่รอการฟักเป็นตัว

อาหารที่ใช้สำหรับเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ คุณภานุวัฒน์ บอกว่า จะให้กินพืชผักผลไม้จำพวก ผักบุ้ง กล้วย และเสริมอาหารเม็ดสำหรับปลากินพืชเข้าไปด้วย เพราะปลาแรดถือว่าเป็นปลาที่กินง่าย ดังนั้น จึงสามารถให้อาหารที่อยู่ในท้องถิ่นมาให้กิน เพื่อเป็นการประหยัดต้นทุนได้อีกหนึ่งช่องทาง

“พอปลาเริ่มวางไข่ เราก็จะหมั่นคอยไปเก็บไข่มาฟัก โดยจะเอามาใส่ลงในกะละมังทรงกลม ช่วงนี้ยังไม่ต้องใส่ออกซิเจน เพราะยังเป็นไข่อยู่ พอผ่านมาได้ประมาณ 7 วัน ก็จะเริ่มเป็นตัวออกมาให้เห็น จากนั้นก็เตรียมอนุบาลลงในบ่อปูน ขนาด 3×3 เมตร พออายุลูกปลาได้ 10 วัน ก็จะเริ่มให้กินอาหารพวกลูกไรแดง ปลาจะอยู่ในบ่อปูน ประมาณ 10 วัน หลังจากนั้น ก็จะย้ายลงไปอนุบาลในบ่อดินอีกครั้ง” คุณภานุวัฒน์ บอกถึงวิธีการอนุบาลลูกปลา

บ่อดินที่ใช้อนุบาลลูกปลาแรด มีขนาดอยู่ที่ 5×8 เมตร ปล่อยลูกปลาลงไปอนุบาลอยู่ที่ 30,000-40,000 ตัว ต่อบ่อ โดยในระยะนี้ก็ยังเลี้ยงด้วยลูกไรแดงเหมือนเดิม เมื่อเริ่มเห็นว่าลูกปลามีขนาดที่ใหญ่ขึ้น ก็จะเสริมด้วยอาหารเม็ดเล็กที่มีเปอร์เซ็นต์โปรตีนอยู่ที่ 38-40 ให้กินวันละ 3 มื้อ ในช่วงเช้า กลางวัน และเย็น อนุบาลดูแลในบ่อดินอย่างนี้ไปประมาณ 1 เดือนครึ่ง ก็จะคัดไซซ์ส่งจำหน่ายให้กับลูกค้าต่อไป

รังสำหรับวางไข่ของปลาแรด

เมื่อลูกปลาแรดที่อนุบาลครบกำหนดเวลาและได้ขนาดไซซ์ที่พร้อมจะส่งจำหน่ายแล้ว คุณภานุวัฒน์ บอกว่า จะนำตะแกรงสำหรับคัดไซซ์ร่อนลูกปลา เพื่อให้ได้ขนาดมาตรฐานที่กำหนดสำหรับส่งจำหน่าย ตัวไหนที่ไม่ลอดหล่นลงตะแกรงไป จะถือว่าเป็นไซซ์ขนาดที่สามารถส่งจำหน่ายได้ ส่วนตัวที่เล็กก็จะเลี้ยงต่อไปให้มีขนาดที่ใหญ่

“ลูกปลาแรดที่ส่งขาย ก็จะอยู่ที่ไซซ์ขนาด 1.8-2 นิ้ว หรือที่กะกันก็ประมาณเหรียญ 5 บาท ราคาจะอยู่ที่ ตัวละ 2.50 บาท ลูกค้าก็จะซื้อไปเลี้ยงเพื่อสร้างเป็นปลาเนื้อสำหรับขาย ซึ่งลูกค้าที่ลงมาซื้อส่วนใหญ่ก็จะเป็นทางภาคอีสาน จะติดต่อมาขอซื้อค่อนข้างมาก แต่จริงๆ มีมาซื้อทั่วประเทศนะ จากที่ติดต่อเข้ามา ส่วนใหญ่ก็จะเลี้ยงภายในบ่อดินและเลี้ยงในกระชัง แล้วแต่ละพื้นที่นั้นๆ เพื่อให้มีขนาดใหญ่และส่งขาย ซึ่งลูกค้าที่ซื้อลูกพันธุ์ไป ก็จะเลี้ยงให้มีขนาดไซซ์ประมาณ 800 กรัม-1 กิโลกรัม เป็นปลาจานขึ้นโต๊ะไซซ์กำลังดี” คุณภานุวัฒน์ บอก

ไซซ์ขนาดที่เตรียมจำหน่าย

จากความสำเร็จของการเพาะพันธุ์ปลาแรดสร้างรายได้ที่ดีนั้น คุณภานุวัฒน์ บอกว่า ถือเป็นความโชคดีที่ฟาร์มของเขา อยู่ติดกับแหล่งน้ำชลประทานที่ดี จึงทำให้มีน้ำสะอาดในการเพาะพันธุ์ ปลาจึงไม่เกิดโรคและเกิดความเสียหาย ทำให้สามารถผลิตลูกปลาส่งจำหน่ายให้กับลูกค้าที่สั่งจองได้อย่างครบถ้วนทุกราย

สำหรับผู้ที่สนใจอยากจะเลี้ยงปลาแรดเป็นอาชีพ หรือต้องการเพาะลูกพันธุ์เพื่อจำหน่าย คุณภานุวัฒน์ แนะนำว่า ต้องมองเรื่องของการประหยัดต้นทุนเป็นสำคัญ โดยพยายามหาเหยื่อให้ปลาแรดกินอยู่เสมอ เช่น ผักบุ้ง ชมพู่ กล้วย ที่มีอยู่ภายในสวน ก็จะช่วยเรื่องของการประหยัดต้นทุนในการเลี้ยงได้มากยิ่งขึ้น

ปลาแรดไซซ์ขนาดพ่อแม่พันธุ์

“ใครที่สนใจเริ่มแรก อาจจะไม่ต้องเริ่มเลี้ยงเป็นจำนวนมากก็ได้ อาจจะลองซื้อไปปล่อยเลี้ยงอยู่ในพื้นที่ร่องสวนที่มีอยู่บริเวณบ้านก่อน พอเลี้ยงได้ประมาณ 1 ปี ค่อยจับออกมาจำหน่าย ก็สามารถสร้างเป็นรายได้เสริมได้เหมือนกัน ทีนี้อยากเลี้ยงเยอะๆ จึงค่อยขยับขยายการเลี้ยงต่อไป ใครสนใจอยากจะสอบถามวิธีการเลี้ยง วิธีการเพาะพันธุ์ติดต่อกันเข้ามาได้ หรือจะเข้ามาสอบถามพูดคุยที่ฟาร์มเลย ผมก็ยินดีให้คำปรึกษาครับ” คุณภานุวัฒน์ กล่าวด้วยใบหน้าเปี่ยมความสุข

บ่ออนุบาล

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณภานุวัฒน์ ห้วยเรไร หมายเลขโทรศัพท์ (092) 269-6300

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...