โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กินวิตามินซี มันดีต่อสุขภาพลูกยังไงบ้าง

Motherhood.co.th

เผยแพร่ 22 ส.ค. 2562 เวลา 12.30 น. • Motherhood.co.th Blog

กินวิตามินซี มันดีต่อสุขภาพลูกยังไงบ้าง

การ "กินวิตามินซี" มีความสำคัญต่อสุขภาพและการพัฒนาการของเด็ก คุณพ่อคุณแม่ลองอ่านบทความนี้ต่อไปเพื่อดูว่าลูกรักของคุณต้องการวิตามินซีมากน้อยเพียงใด แหล่งอาหารที่ดีที่สุดในการได้รับวิตามินซีคืออะไรบ้าง และค้นพบวิธีหลีกเลี่ยงการได้รับวิตามินซีน้อย หรือมากเกินไป

ทำไมวิตามินซีถึงสำคัญ?

เพราะวิตามินซีช่วยสร้างและซ่อมแซมเซลล์เม็ดเลือดแดง กระดูก และเนื้อเยื่อ อีกทั้งช่วยให้เหงือกของลูกแข็งแรง และทำให้หลอดเลือดของลูกแข็งแรงด้วย ช่วยลดรอยช้ำที่เกิดจากการล้มหรืออุบัติเหตุต่างๆ วิตามินซียังช่วยลดและรักษาบาดแผล เพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน และป้องกันการติดเชื้อโรค

มีผักผลไม้มากมายที่เป็นแหล่งวิตามินซี

ยิ่งไปกว่านั้น วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ ซึ่งหมายความว่ามันช่วยปกป้องร่างกายจากโรคต่างๆ เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ และโรคข้ออักเสบ และมันก็ยังช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กกับแคลเซียมจากแหล่งอาหารได้อีกด้วย

จะเป็นอย่างไรหากขาดวิตามินซี?

การขาดวิตามินซีสามารถนำไปอาการเลือดออกตามไรฟัน เหงือกอักเสบ รวมถึงเกิดความเจ็บปวดในข้อต่อ อ่อนเพลีย เลือดออก และปัญหาเกี่ยวกับการเจริญเติบโตในทารก

ลูกต้องการวิตามินซีแค่ไหน?

ปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน

วิตามินซีนี้พบได้ในอาหารที่หลากหลายมากเสียจนทำให้การขาดวิตามินซีไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นง่ายนัก แต่กับเด็กที่มีปัญหาเลือกกิน หรือกินผักและผลไม้ไม่เพียงพอ ก็ย่อมจะขาดวิตามินซีได้เช่นกัน นอกจากนี้ เด็กที่สัมผัสกับควันบุหรี่มือสองต้องการวิตามินซีมากขึ้นเพื่อนำไปซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเซลล์เพราะควันบุหรี่

หากคุณพ่อคุณแม่ยังคงกังวลว่าลูกของคุณอาจได้รับวิตามินซีไม่เพียงพอ ให้ปรึกษาแพทย์ว่าลูกจำเป็นต้องเพิ่มปริมาณวิตามินซีที่ยังขาดไปหรือไม่ ทั้งนี้ เด็กๆไม่จำเป็นต้องได้รับวิตามินซีเพียงพอทุกวัน แต่ให้คุณพ่อคุณแม่ตั้งเป้าหมายที่จะรับวิตามินซีตามปริมาณที่แนะนำแบบเฉลี่ยภายใน 2-3 วัน หรือภายใน 1 สัปดาห์

แหล่งวิตามินซีที่ดีเยี่ยม

ผักและผลไม้ที่มีสีสดเป็นแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซี แต่ปริมาณวิตามินซีในอาหารที่ได้รับจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับขนาดของผลไม้หรือผักชนิดนั้นๆ

  • ฝรั่ง 1/4 ถ้วย: 82.5 มิลลิกรัม
  • น้ำส้มคั้นสด 1/2 : 50 มิลลิกรัม
  • พริกระฆังแดง 1/4 ถ้วย: 47.5 มิลลิกรัม
  • มะละกอ 1/4 ถ้วย: 47.5 มิลลิกรัม
  • กีวี่  1/4 ถ้วย: 41 มิลลิกรัม
  • ส้มขนาดกลาง1/2 ผล: 30 มิลลิกรัม
  • บร็อคโคลี 1/4 ถ้วย: 30 มิลลิกรัม
  • สตรอว์เบอร์รี่ 3 ลูก: 21 มิลลิกรัม
  • เกรปฟรุต 1/4 ถ้วย: 23 มิลลิกรัม
  • แคนตาลูป 1/4 ถ้วย: 17 มิลลิกรัม
  • มะม่วง 1/4 ถ้วย: 11 มิลลิกรัม
  • มะเขือเทศสด 1/4 ถ้วย: 5 มิลลิกรัม
  • ผักปวยเล้ง 1/4 ถ้วย: 4.5 มิลลิกรัม
  • มะเขือเทศสุก แบบปอกเปลือก 1/4 ถ้วย: 3 มิลลิกรัม
  • กล้วย 1/4 ถ้วย: 2 มิลลิกรัม

เด็กๆอาจกินผักหรือผลไม้มากกว่าหรือน้อยกว่าจำนวนที่แสดงไว้ข้างต้น ตามอายุและความอยากอาหารของเขา คุณพ่อคุณแม่ต้องประเมินปริมาณสารอาหารตามความเหมาะสม

ถ้าได้รับวิตามินครบจากแหล่งธรรมชาติ ก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งอาหารเสริม

ให้ลูกกินวิตามินซีแบบเม็ดเสริมดีไหม?

ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าผลไม้และผักสดที่เป็นแหล่งของวิตามินซีตามธรรมชาติ เพราะมันดูดซึมได้ง่าย เมื่อลูกเริ่มกินอาหารแข็งแบบผู้ใหญ่ได้แล้ว การให้เขาได้กินอาหารอย่างสมดุลพร้อมผักและผลไม้หลากหลาย ก็ควรจะเพียงพอต่อความต้องการวิตามินซีทั้งหมดของเขา โดยไม่จำเป็นต้องหาวิตามินสังเคราะห์มาให้เขากินเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตามคุณพ่อคุณแม่ควรพูดคุยเรื่องความต้องการอาหารของลูกกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเสมอ เนื่องจากอาจมีปัจจัยอื่นๆที่ส่งผลต่อความต้องการวิตามินของเขา ตัวอย่างเช่น กุมารแพทย์บางคนจะแนะนำอาหารเสริมวิตามินสำหรับทารกที่คลอดก่อนกำหนดหรือสำหรับทารกที่มีอาการป่วย

อาจจำเป็นต้องเสริมวิตามินด้วยสำหรับเด็กโตที่มีนิสัยเลือกกิน เพราะเขาอาจได้รับผลไม้และผักไม่เพียงพอ และในเด็กบางคนที่ไม่ไดกินนมแม่หรือนมผงให้ครบตามระยะเวลาที่แพทย์หรือนักโภชนาการแนะนำ

แน่นอนว่าวิธีที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงสถานการณ์เช่นนี้คือการแนะนำลูกน้อยของคุณให้รู้จักกับผักและผลไม้หลากหลายชนิดตั้งแต่เขาเริ่มหัดกิน คุณพ่อคุณแม่ต้องสร้างนิสัยการกินเพื่อสุขภาพให้เขา และช่วยให้ลูกน้อยกินอาหารที่ซับซ้อนได้มากขึ้น

จำไว้ว่า - ร่างกายของคนเราดูดซึมวิตามินซีในผลไม้ทั้งหมดได้มากกว่าวิตามินซีในน้ำผลไม้ รวมถึงผลไม้จะให้ไฟเบอร์กับร่างกายในปริมาณที่มากกว่าด้วย ส่วนผลิตภัณฑ์อื่นๆที่ระบุเอาไว้ว่า 'เสริมด้วยวิตามินซี' ไม่สามารถทดแทนผลไม้สดและผักได้

จะปรุงอาหารต้องระวังว่าความร้อนจะทำให้เสียวิตามินด้วย

การประกอบอาหารจะทำลายระดับวิตามินซีในวัตถุดิบหรือไม่?

วิตามินซีเป็นสาอาหารที่ละลายในน้ำได้ และมันก็ยังไวต่อแสงและความร้อนด้วย ดังนั้น เพื่อที่จะรักษาวิตามินซีให้คงอยู่ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในอาหารที่คุณเตรียมสำหรับลูกน้อย นี่คือแนวทางปฏิบัติง่ายๆ

  • พยายามให้แน่ใจว่าผลไม้และผักที่คุณซื้อให้ลูกนั้นมีความสดใหม่อย่างแท้จริง การที่สินค้าอยู่บนชั้นวางของร้านค้ามาหลายวันจะทำให้สูญเสียวิตามินซีบางส่วน การซื้อผลิตผลในท้องถิ่นโดยเฉพาะจากตลาดเกษตรกรจะเป็นการดีกว่า เพราะมันไม่ได้ถูกขนส่งมาจากที่ไกล หากคุณพ่อคุณแม่ไม่สามารถเข้าถึงผลไม้และผักที่สดได้เท่าที่ควร ผักผลไม้แบบแช่แข็งหรือแม้กระทั่งแบบกระป๋องก็อาจเป็นตัวเลือกที่พอใช้ได้ แม้ว่าวิตามินซีบางส่วนจะหายไปในระหว่างการผลิตก็ตา แต่เทียบแล้วก็ยังน้อยกว่าปริมาณที่สูญเสียไปจากการสัมผัสกับแสงและความร้อนเป็นเวลานาน
  • เลือกผักและผลไม้ที่สุกแล้วหรือปล่อยให้สุกก่อนนำมากิน ผลไม้และผักที่สุกเต็มที่มีวิตามินซีมากกว่าแบบที่ยังไม่สุก
  • เก็บผลไม้และผักของคุณในที่มืดและเย็น เพื่อลดการสูญเสียวิตามินซี
  • เสิร์ฟผลไม้และผักสดให้ลูกน้อยของทุกครั้งที่ทำได้ แต่อาจจะใช้ไม่สำหรับผักหรือผลไม้ทุกชนิด แน่นอนว่าอาจไม่เหมาะสมทารก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุของเด็กและความต้านทานของพวกเขา
  • หากเป็นไปได้ให้พยายามทำอาหารของทารกและให้เขากินในวันเดียวกัน เนื่องจากการแช่แข็งและการละลายอาหารทารกจะทำให้สูญเสียวิตามินไป หากคุณพ่อคุณแม่มีเวลาจำกัด การทำอาหารทารกแบบโฮมเมดและนำไปแช่แข็งนั้นยังคงดีกว่าที่จะซื้ออาหารทารกแปรรูปที่มีขายในท้องตลาด
จำไว้ว่ากินแบบสดๆยังไงก็ดีกว่า
  • ลองทำอาหารทารกด้วยผักและผลไม้ที่ไม่ได้ปอกเปลือก เพราะสารอาหารส่วนใหญ่จะถูกเก็บไว้ในเปลือกหรือใต้เปลือก
  • ปรุงผักและผลไม้ในเวลาที่สั้นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ การทำให้สุกมากเกินไปเป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการทำลายปริมาณวิตามินซี
  • ลองนึ่งผักและผลไม้แทนการต้มเพราะวิตามินซีจะหายไปน้อยกว่า แม้ว่าพ่อแม่หลายคนไม่ชอบให้อาหารไมโครเวฟแก่ลูก แต่มีการวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าการปรุงอาหารในไมโครเวฟนั้นยังคงมีวิตามินเหลือมากกว่าการนึ่ง
  • หากคุณต้มผักและผลไม้ให้ลูก ให้เติมน้ำปรุงที่ใช้ต้มในอาหารทุกครั้งที่ทำได้ เป็นการใช้ประโยชน์จากวิตามินซีที่ละลายหรือ 'ถูกชะล้าง' ลงไปในน้ำ
  • หลีกเลี่ยงการปรุงผักและผลไม้ในหม้อทองแดง เพราะเชื่อว่าเป็นการทำลายวิตามินซี
  • ทราบมาก่อนหรือไม่ว่า การเพิ่มเบกกิ้งโซดาลงในผักของคุณตอนมันกำลังเดือด เพราะคิดว่าเป็นการช่วยรักษาสีที่สดใสเอาไว้ การกระทำเช่นนี้แท้จริงแล้วทำให้สูญเสียสารอาหาร ดังนั้นอย่าทำอีก ผักที่ปรุงให้สุกในเวลาสั้นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้จะมีสีสันที่สดใสด้วยตัวเองอยู่แล้ว

ครบถ้วนกันไปแล้วสำหรับความรู้เรื่องการเตรียมอาหารที่อุดมด้วยวิตามินซีให้กับเด็กๆ หวังว่าคุณพ่อคุณแม่จะนำไปปรับใช้กันอย่างเต็มที่นะคะ เพื่อให้ลูกได้รับวิตามินซีอย่างครบถ้วนเท่าที่ควรจะเป็น

 

อ่านบทความสำหรับแม่และเด็กอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ >> story.motherhood.co.th

มองหาสินค้าสำหรับแม่และเด็กในราคาสุดพิเศษได้เลยที่ >> Motherhood.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...