โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บัณฑิตแม่โจ้ สุดเจ๋ง ขายกาแฟแบบครบวงจร ปลูก คั่ว ชง เพิ่มมูลค่าสร้างรายได้แบบสินค้าแฮนด์เมด

เทคโนโลยีชาวบ้าน

เผยแพร่ 20 ก.ย 2560 เวลา 04.01 น.

คุณบุญทวี ประดิษฐ บัณฑิตแม่โจ้รุ่นที่ 76 อยู่บ้านเลขที่ 21/3 หมู่ที่ 4 ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เล่าให้ฟังว่า เมื่อได้เรียนจบจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ก็ได้ทดลองไปสัมครทำงานในบริษัทต่างๆ เมื่อได้ทดลองทำก็รู้สึกว่ายังไม่ตอบโจทย์ของชีวิตมากนัก จึงได้กลับมาอยู่บ้านเพื่อทำอาชีพทางการเกษตร โดยที่บ้านของเขาได้มีการปลูกกาแฟไว้บริเวณที่ว่างของบ้าน จึงงทให้เกิแนวความคิดที่อยากจะนำมาแปรรูปขายเอง เพื่อให้ผลผลิตทางการเกษตรของครอบครัวมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น

“ตอนนั้นที่บ้านตาเขาก็ปลูก แบบขายส่งให้กับพ่อค้าอย่างเดียว เราเลยมองว่า น่าจะนำของพวกนี้มาทดลองคั่วเอง แบบแฮนด์เมดก็น่าจะทำได้ ช่วงนั้นบอกตาว่าขอเอามาลองหน่อย เลยเอาเมล็ดกาแฟมาคั่วแบบลองผิดลองถูก หมดไปเกือบ 100 กิโลกรัม ก็ทำให้ได้เรียนรู้และได้เวลาคั่วที่เหมาะสมว่าต้องทำยังไงบ้าง จนทำให้เวลานี้กาแฟที่คิดจะส่งขายแต่ผลผลิตอย่างเดียวได้เพิ่มมูลค่าสามารถขายได้ราคาขึ้น” คุณบุญทวี บอกถึงที่มา

การปลูกกาแฟ(อราบิก้า สายพันธุ์คาติมอร์) คุณบุญทวี บอกว่า ต้องปลูกในพื้นที่ที่มีสภาพพื้นที่ ความสูงไม่ต่ำกว่า 800 เมตร จากระดับน้ำทะเล ความลาดชันไม่เกิน 45 เปอร์เซ็นต์  การปลูกหันไปทางทิศตะวันออกกับเหนือ เพื่อนเลี่ยงการโดนแดดจัดในช่วงบ่าย

กาแฟอราบิก้าชอบอากาศหนาวเย็น เฉลี่ย 15-28 องศา ความชื้นมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ดินที่ปลูกควรมี pH 5-6 หน้าดินลึกระบายน้ำได้ดี

คุณบุญทวี บอกต่อไปว่า การปลูกกาแฟไม่จำเป็นต้องปรับพื้นที่ให้วุ่นวานสามารถเตรียมพื้นที่ใต้ต้นไม้ธรรมชาติได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องตัดต้นไม้อื่นๆ เพียงแค่ลิดกิ่งบางส่วน จากนั้นเลือกต้นกล้าที่มีใบคู่ 6-8 คู่ อายุ 8 เดือนขึ้นไปมาทำการปลูกลงในหลุมขนาด 50 x 50 เมตร โดยรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก ซึ่งระยะห่างปลูกกาแฟขึ้นอยู่กับพื้นที่จะใช้ระยะ 1.5 x 2 เมตร หรือ 2 X 2 เมตรก็ได้ ซึ่งช่วงที่เหมาะสมกับการปลูกที่ดีที่สุด คือ ปลูกในช่วงเวลาต้นฝน พฤษภาคม-กรกฎาคม

“พอเราปลูกไปแล้ว ทีนี้ก็หมั่นดูแลต้นกำจัดวัชพืช กาแฟหากปลูกช่วงต้นฝน และมีไม้ร่ม มีฝนตกเฉลี่ย 1,500 มล.ต่อปี ไม่จำเป็นต้องให้น้ำ เราก็จะดูว่าช้วงไหนฝนขาดเราก็จะคอยๆ ลดน้ำ ดูแลไปได้เข้าสู่ปีที่ 3 กาแฟก็จะค่อยๆ ให้ผลผลิต จากนั้นเราก็นำผลผลิตเหล่านั้นมาทำการแปรรูปได้” คุณบุญทวี บอก

การปอกเปลือกกาแฟ คุณบุญทวี บอกว่า จะต้องทำการแยกเปลือกและเมล็ดออกจากกันภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากเก็บ กำจัดเมือกแช่น้ำไว้ 24-48 ชั่วโมง ถ้าเมือกยังไม่หมดแช่ต่อไปอีก 24 ชั่วโมง ถ้าสากมือนำออกมาตากแดดได้เลย

การตากจะต้องทำให้เมล็ดกาแฟแห้งเสียก่อน ส่วนบริเวณที่ตากต้องยกพื้นไม่ต่ำกว่า 50 ซม ผ่านไป 2-3 วันย้ายเข้าตากในลานซีเมนต์ ความหนาไม่เกิน 2 นิ้ว ให้ได้ 7-10 วัน ความชื้นไม่เกิน 13 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะรู้ได้อย่างไรว่าเมล็ดกาแฟได้ที่ต้องดูให้เปลือกกะลาแห้งกรอบ เมล็ดสารต้องแข็งแประ ก็จะนำมาบรรจุใส่ในกระสอบป่านและวางให้สูงจากพื้น 15 เซนติเมตร และห่างฝาผนัง 0.5 – 1 เมตร

“กาแฟที่ผมทำจะเน้นคั่วมือ โดยตั้งกระทะบนเตาถ่านให้มีความร้อนเหมาะสม จากนั้นคนให้เมล็ดกาฟได้รับความร้อนอย่างสม่ำเสมอ คนเรื่อยๆ 5-10 นาที เมล็ดกาแฟก็จะเริ่มเป็นสีเหลือง จากนั้นเปิดพัดลมเพิ่มความแรงของไฟ เมล็ดเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลกลิ่นเริ่มหอม และจะมีเสียงเริ่มแตกของเมล็ดกาแฟ ให้ปิดพัดลม จากนั้นคั่วต่อไปเรื่อยๆ จนได้ระดับที่ต้องการ และหยุดคั่วกาแฟ นำมาเทลงในกระด้งและร่อนให้ความร้อนออกให้ไวที่สุด หรือเปิดพัดลมช่วย ผึ่งต่อไปในร่ม อุณหภูมิห้องอย่างน้อย 1- 2 ชั่วโมง หรือแล้วแต่ความต้องการ ไม่ควรเกิน 12 ชั่วโมง จากนั้นนำมาบรรจุเข้าถุงบรรจุภัณฑ์ขายไดเลย” คุณบุญทวี บอกถึงขั้นตอนการคั่ว

ในเรื่องของการชงขายนั้น คุณบุญทวี บอกว่า ก็ใช้วิธีแฮนด์เมดเหมือนการค่ำเช่นกัน โดยจะใช้เครื่องบดมือที่แกนโม่ทำจากหินโม่ เครื่องโม่มีขนาด 1-3 ช๊อต จากนั้นนำมาชง 2 แบบ คือ แอร์โร่เพลส และดีฟคอฟฟี่  โดยใช้น้ำร้อนที่ต้มจากเตาถ่าน ที่เดือดจัดละพักไม่เกิน 40 วินาที รินเบาๆ ลงบนกาแฟ และปรุงแต่งด้วยส่วนประกอบต่างๆ ต่อไป หรือรับเป็นกาแฟดำ เอสเพรสโซ่ อเมริกาโน่ได้เลยทันที หากเป็นเมนูเย็น จะมีการปรุงแต่งและท๊อปฟองนมทุกแก้วหากลูกค้าต้องการในทุกเมนู

ซึ่งราคาขายกาแฟเมนูร้อนอยู่ที่แก้วละ 50 บาท และเป็นเมนูเย็นราคาจะอยู่ที่ 60 บาท ซึ่งทุกแก้ว คุณบุญทวี บอกว่า อาจจะทำช้าหน่อยแต่รับรองว่าอร่อยแน่ โดยมีเมนูแนะนำ คือ ilava เป็น ไอติมกะทิสดโบราณราดด้วยกาแฟสดคั่วมือ โรยหน้าด้วยดอกกาแฟ100 % ที่ให้รสชาตินุ่มละมุนลิ้นหวานหน่อยๆ จากไอติม และความเข้มข้นจากกาแฟสดคั่วมือ ติดหวานหอมปลายๆ จากดอกกาแฟจัดได้ว่าเป็นรสชาติใหม่ที่น่าลิ้มลองกันเลยทีเดียว

สำหรับใครที่สนใจอยากจะชิมกาแฟแบบแฮนด์เมด ก็ลองแวะไปลองไปซื้อชิมได้ที่ คุณบุญทวี ประดิษฐ์ ในวันเสาร์-อาทิตย์และช่วงหยุดเทศกาลได้ที่ศาลาไอติม แม่ริม เบอร์โทรศัพท์ (086) 910-0630

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...