โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความลับอาถรรพ์เลข 7 จอย ชลธิชา ทำรักล่ม ครั้งหนึ่งเกือบกลายเป็นคนนอกใจ

The Bangkok Insight

อัพเดต 13 เม.ย. 2564 เวลา 03.39 น. • เผยแพร่ 13 เม.ย. 2564 เวลา 03.39 น. • The Bangkok Insight

ขึ้นแท่นว่าที่เจ้าสาวที่กำลังจะเดินเข้าสู่ประตูวิวาห์อีกคน สำหรับนางร้ายตัวเล็ก จอย ชลธิชา ที่มาเป็นแขกรับเชิญคนพิเศษในรายการ Club Friday Show ผลิตโดย CHANCE2561 ได้นั่งเปิดใจเล่าอย่างหมดเปลือกถึงเรื่องราวความรักที่ผ่านมาเพราะแพ้อาถรรพ์เลข 7 พร้อมเล่าความรักที่ทำให้ครั้งหนึ่งที่ทำให้ตัวเองเกือบนอกใจ และจะบอกเลิกคู่ชีวิตที่กำลังจะเป็นเจ้าบ่าวในอนาคตเพราะความระแวงมากเกิน !!

จอย : ความรักครั้งหนึ่ง คือ มันเริ่มมีข่าวลือของเขามาให้เราได้รับรู้เรื่อย ๆ แต่เราก็ยังไม่ปักใจเชื่อ ถ้ายังจับไม่ได้คาหนังคาเขา เพราะว่าเขาก็ยังปฏิเสธอยู่ดี เราถามว่าพี่ไปเที่ยวเหรอเมื่อคืน เขาก็ถามเราว่าทำไม !! เราก็บอกว่าเปล่าแค่ถามดูเฉย ๆ เพราะว่าถ้าเราพูดปุ๊บ !! เขาต้องรู้แน่ว่ามาจากเพื่อนเรา เขาก็โมโห เราก็ไม่อยากทะเลาะ เพราะถ้าทะเลาะมันก็จะรุนแรง จนเราเกือบจะจับได้ เป็นวิลล่าแห่งหนึ่งแถวกลางทองหล่อ เราก็กลับบ้านแล้วตอนหกโมง เพื่อนก็โทรมาหาเราตอนสองทุ่ม ก็ถามเราว่าน้องอยู่ไหน เราก็บอกว่าอยู่บ้าน เพื่อนเราก็ อ้าว !! เห็นแฟนเราอยู่ที่นี่ เขาไม่ได้มาคนเดียวนะมากับผู้หญิงอีกคน

ตอนนั้นเราหูดับไปเลย เพื่อนก็พยายามจะถ่ายรูปส่งมาให้เรา แต่กล้องสมัยนั้นมันก็ไม่ได้ชัดมาก แล้วเขาก็อยู่ค่อนข้างไกล แล้วขับรถใครมา แต่เราก็ไม่ใช่ไม่เชื่อเพื่อนนะคะ แต่เพราะเราไม่อยากเชื่อ เราเลยตามไปดูเอง ซึ่งพอเราออกเพื่อนบอกว่าไม่ทันแล้ว เขาออกไปแล้วเพื่อนเราก็เลยขับรถตามเขาไปให้ แล้วก็โทรบอกเราว่าแฟนคนอยู่ตรงนี้คือหน้าร้านเหล้าแต่ตอนนั้น คือ แฟนเขาแยกกับผู้หญิงคนนั้นแล้ว เราก็โทรหาเขา เขาก็ไม่รับ คือเราโทรหาแฟนตั้งแต่ที่เขาอยู่วิลล่าแล้ว แต่เขาไม่รับ เพื่อนบอกว่าแฟนเราหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูแล้วเห็นเป็นเบอร์เราเขาก็เก็บเอาใส่กระเป๋าไม่รับสาย (เพื่อนคือละเอียดมาก) เราก็โทรไปจนกว่าเขาจะรับ พอเขารับก็ถามว่ามีอะไร เราก็บอกให้เขาออกมาหาหน้าร้าน เขาก็ตกใจแล้วก็ออกมา เราก็ถามเขาเลยว่าเห็นว่ามากับผู้หญิงไม่ใช่เหรอ เขาก็แก้ตัวอีกผู้หญิงที่ไหน

พอเราบอกว่าเพื่อนเราขับรถตามเห็นว่าขับรถมากับผู้หญิงคนนี้ พอเขาจำนนด้วยหลักฐานที่มันเป็นความจริงทุกอย่าง แล้วเขาก็บอกว่าเพื่อนแล้วเขาก็เดินเข้าร้านไปเลย เราก็หาไม่เจอหรอกค่ะว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร เพราะว่าเราไม่ได้เห็นหน้า เขาก็บอกเราว่ากลับเถอะเพื่อนแวะมากินข้าวด้วยเฉย ๆ แล้วเพื่อนไปแล้ว เราก็ขับรถกลับบ้าน ซึ่งวันนั้นเรารู้สึกเลยว่าเราทำให้ไก่ตื่น แต่เราก็ทนไม่ไหวแล้ว ตอนนั้นเราก็เริ่มระแวงเขาเลยรู้สึกว่าเราต้องทำอะไรสักอย่าง อีกวันเขาก็ให้ผู้หญิงโทรมาหาเรา แต่เราก็ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นที่โทรมาคุยกับเราใช่ผู้หญิงที่ไปกับเขาหรือเปล่า ผู้หญิงที่โทรมาหาเราก็บอกเราว่านี่พี่เองนะ เราก็ค่ะ จะบอกว่าที่เพื่อนจอยเห็นเป็นพี่เองพี่ไม่ได้เป็นอะไรกับเขานะ เป็นเพื่อนกันจริง ๆ เขาก็อธิบายให้เราฟังแล้วก็วางสายไป มันก็ยังจับไม่ได้ ถามว่ารู้สึกโล่งอกไหมที่ผู้หญิงคนนั้นโทรมาบอกเรา ไม่เลยค่ะ ไม่เชื่อเพราะหลังจากนั้นเราก็ไม่ได้อยู่กันด้วยความเชื่อใจกันอีกแล้ว แต่เราก็คบเขาต่ออีกหลายปีเลยค่ะ

แล้วความรัก 7 ปี ครั้งนี้หยุดลงเพราะอะไร ?

จอย : เขามาบอกเลิกค่ะ เขามาบอกเรา คือ เป็นเหตุการณ์เกิดจากเรื่องของสงกรานต์ที่บ้านเราก็บอกว่าอยากไปเล่นน้ำสงกรานต์ที่เชียงใหม่จังเลย เราก็บอกว่าไปสิ เดี๋ยวเราบอกที่บ้านให้ แล้วพี่ก็บินมาเจอนะ เราก็ถึงเชียงใหม่แล้ว เราก็ถามว่าเขาว่าซื้อตั๋วหรือยังเขาก็บอกว่ายังหาซื้อไม่ได้ เพราะว่าคนเยอะเราก็ไม่เป็นไร วันแรกผ่านไป วันที่สองก็ยังเหมือนเดิม จนผ่านไป 2-3 วัน เขาก็บอกเราว่าคงไม่ได้ไปแล้ว เพราะตั๋วหาไม่ได้เราก็มีอารมณ์นะตอนนั้น เพราะว่าจะบอกให้ที่บ้านเรามาทำไม เพราะที่เรามาเพราะว่าเธออยากมาไม่ใช่เหรอ

แล้วเขาก็บอกเราว่าเราเลิกกันเถอะ !! แล้วคือเราก็ไม่ได้ทะเลาะอะไรกัน เราก็งงว่าคืออะไร ทำไมอยู่ดี ๆ พี่มาบอกแบบนี้ พี่ว่าเราเลิกกันเถอะ เพราะจอยก็ไม่ได้คิดที่จะแต่งงานกับพี่อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ เขาพูดประโยคนี้ ตอนนั้นคือเราอายุ 20 เราก็ยังไม่ได้คิดเรื่องแต่งงานในหัวเลย เราก็บอกเขาว่าก็ใช่แต่เพราะว่า จอย ยังเรียนไม่จบเลย ก็ยังไม่คิดเรื่องอะไรตรงนั้นอยู่แล้ว เขาก็บอกว่าพี่ว่าก็จะได้ไม่เสียเวลาอะไรประมาณนี้ค่ะ เราก็จำรายละเอียดไม่ได้เพราะตอนนั้นเราก็หูดับไปแล้วเสียใจสุด ๆ แล้วก็บอกแม่ แม่ก็ถามว่าเราโอเคใช่ไหม เราก็แบบไม่โอเคเลย คุณแม่ก็มานอนด้วยเพราะว่าตอนนั้นเราหนักมาก หนักที่สุดในชีวิต รู้เลยว่าคนที่อกหัก ใจสลาย เป็นยังไงเป็นความรู้สึกที่แบบโอ้โห .. มันทรมานจริง ๆ กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ตื่นมาก็ร้องไห้ ตื่นมาทุกชั่วโมงคุณแม่ก็กอด ๆ จนเราหลับ เราก็พยายามไปตามขอคืนดีเขาทุกวิถีทางที่จะทำได้เลยค่ะ แบบไม่สนไม่แคร์ศักดิ์ศรีอะไรไม่มีเลย

พอหลังจากคืนนั้นที่เขาบอกเลิกเช้าวันรุ่งขึ้นเราก็ขับรถไปหน้าบ้านของเขาเลยค่ะ ขึ้นไปหาเขาหน้าห้องยืนร้องไห้ต่อหน้าเขาเลยค่ะ คือ แบบไม่เลิกกัน พี่ไม่รักจอยแล้วเหรอ จอยทำอะไรไม่ดีเหรอ เขาก็ทำทุกอย่างเหมือนเราเป็นแฟนกัน แต่เขาก็ไม่ได้บอกว่าเรากลับมาคบกัน เขาก็บอกแค่ว่ามีอะไรที่พี่พอจะช่วยได้ไหมเราก็บอกว่าสิ่งที่พี่จะช่วยได้พี่ก็รู้อยู่แล้วก็กลับมาเป็นแฟนกัน เขาก็บอกเราว่าเรื่องนั้นเขาทำให้เราไม่ได้ คือ เขาชัดเจนมาก แต่ที่เขาไปกินข้าว ดูหนังเป็นเพื่อนเรา เพราะเขาสงสารเราที่เห็นเราเป็นแบบนี้ ตอนนั้นเขาไปไหนเราก็ไปกับเขาทุกที่ เราคิดว่าการที่เราพยายามเราจะเอาเขากลับมาได้ ตอนนั้นเราเจ็บมากจนคิดว่าชีวิตนี้จะแบบสามารถเสียใจอะไรได้ขนาดนี้อีกแล้วในเรื่องของความรักนะคะ เราก็ใช้เวลาอยู่ตรงนั้นสักพักเลยค่ะ

สิ้นสุดการยื้อเมื่อไหร่ ?

จอย  : เพื่อน ๆ แฟนเก่า จอย เขาคงสงสา รเขาก็โทรมาเล่าความจริงทุกอย่างให้ฟังทั้งหมด ที่เขาบอกว่าไปต่างจังหวัดกับเพื่อนเขาไปกับผู้หญิงนะ แล้วสงกรานต์เขาไม่ได้ตั้งใจจะไปอยู่แล้วเขาวางแผนให้เราไม่อยู่สงกรานต์ เพื่อเขาจะได้พาผู้หญิงคนนี้ไปเล่นน้ำสงกรานต์ ที่พี่บอกเพราะว่าพี่สงสารจอยมาก คือก่อนหน้านั้นที่เขาพูดไม่ได้ เพราะว่าผู้ชายก็เพื่อน แต่เพราะเขาไม่อยากเห็นเราเป็นแบบนี้เขาก็มองว่าเราเป็นเด็กดี อยากให้ตัดใจเพื่อเราจะได้ไปเริ่มต้นกับชีวิตใหม่ที่ดี เขาเล่าให้ฟังทุกอย่าง เปิดโลกอีกใบของเราทุกอย่างเราเชื่อทุกอย่าง ครั้งสุดท้ายที่ไปหาเขาต้องไปยืนยันชัดเจนว่าสิ่งที่เพื่อนเขาบอกเป็นเรื่องจริง เขาก็บอกว่าแวะมาหาเขาที่บ้านสิวันนี้ เขาไม่ได้ออกไปไหนเราก็โอเคไป พี่เขาลงไปเอาอะไรสักอย่างข้างล่าง เราก็เปิดกระเป๋าตังค์เขาก็เจอรูปเขาถ่ายกับผู้หญิงก็ดึงออกมาก็เจอหลาย ๆ รูป ซึ่งก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่โทรมาหาเรา เพราะตลอดระยะเวลาที่คบกันเขาก็มีหลาย ๆ คน เราก็บอกเขาว่าเรารู้หมดทุกอย่างแล้ว เราก็หยิบรูปออกมาให้เขาดู เขาก็เป็นฝ่ายร้องไห้แล้วก็ขอโทษ วันนั้นเป็นวันสุดท้ายที่เจอกันหลังจากนั้นก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย วันนั้นคือ เราตัดใจได้เลย ขาดเลยจากความเสียใจทั้งหมด

ซึ่งความรักครั้งที่สองที่คบแฟนคนที่สอง ก็เกือบทำให้เรากลายเป็นคนที่คบซ้อนเองแต่ก็หยุดไว้ทัน ซึ่งสำหรับความรักครั้งนี้ก็ไม่ได้มองที่หน้าตา เป็นคนที่ทำงานเดียวกันพี่เขาก็มาจีบ (ตอนนั้นเราทำงานเป็นดีเจแล้วค่ะ) แต่ตอนนั้นเราไม่อยากคบคนที่ทำงานที่ออฟฟิศเดียวกัน แต่ก็มีจุดเปลี่ยนเพราะว่าคุณแม่ป่วยหนักมาก ซึ่งไม่รู้สาเหตุเลย หลังจากที่เข้าโรงพยาบาลวันนั้นก็ไม่ได้ออกจากโรงพยาบาลเลยคุณหมอก็ให้อยู่ ICU แล้วท่านก็เริ่มเป็นหนักขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนั้นคุณหมอ สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นมะเร็งแต่ก็ไม่ได้ตัดชิ้นเนื้อออกมาตรวจเพราะว่าเขาเอ็กซเรย์แล้วส่วนที่เป็นข้างในมันดำไปหมดแล้วค่ะ เขาบอกว่าตัดไปก็ไม่มีผล ตอนนั้นเราก็ใจสลายเหมือนกัน เพราะเราสนิทกับคุณแม่ค่อนข้างมาก ก็ยังหวังว่าคุณแม่จะหาย หยุดงานในวงการทุกอย่างไม่ได้รับงานเลย

เขาก็เข้ามาเริ่มเป็นห่วง แล้วมีวันหนึ่งที่คุณแม่ตาแดงมากเหมือนของเสียมันออกมา เราก็ร้องไห้ พี่เขาก็มาอยู่เป็นเพื่อนเรา จนถึงวันที่คุณแม่เสียประมาณ 3 อาทิตย์ มันค่อนข้างกะทันหันกับเรามาก และวันที่รดน้ำศพคุณแม่ เขาก็มานั่งข้าง ๆ ศพคุณแม่ มานั่งคอยพัดปัดให้คุณแม่เรา เราก็คิดว่าจะมีใครมาทำให้กับคนที่ไม่ใช่คนในครอบครัวขนาดนี้ พี่เขาดีจริง ๆ พอจบเรื่องคุณแม่ พี่เขาก็เข้ามาในชีวิตของเรา เราก็เลยเปิดใจเรียกว่าเป็นแฟนสักระยะหนึ่งค่ะ ไม่มีปัญหาที่เราเคยเจอมากับคนแรกเลย ไม่เที่ยวกลางคืน ไม่เจ้าชู้ ไม่มีเพื่อนเป็นของตัวเอง เพื่อนเขาคือเพื่อนเรา ซึ่งเราก็อยู่ด้วยกันตลอด 24 ชั่วโมง คือ โอเคไม่ได้นอนบ้านเดียวกันก็จริง แต่ว่าเราทำงานที่เดียวกัน แต่พอเราไปทำงานนอกกลับมาบ้านเราก็เห็นเขานั่งอยู่เจอกันตลอดทุกวัน ตอนแรกนั่งอยู่คือดูทีวี หลัง ๆ คือ เล่นเกมส์ เขาติดเกมส์ มาจนขนาดที่เราหลับเขาก็จะยังเล่นอยู่ จนเราบอกว่าถ้าพี่กลับก็ปิดไฟให้ด้วยแล้วกัน

แต่ปัญหาอย่างหนึ่งที่ จอย คบกับคนนี้ คือ ไม่ได้เข้าบ้านเขาเลย ?

จอย : คือตั้งแต่ที่คบกับเขามา 7 ปีเหมือนกัน เคยเจอคุณพ่อ คุณแม่เขาแต่เจอข้างนอกนะคะ น่าจะเจอกันสัก 3 ครั้งเคยไปหน้าบ้านเขา 2 ครั้ง แล้วเคยพาน้องสาวไปที่บ้านเขา แล้วน้องสาวอยากเข้าห้องน้ำมากจะขอไปเข้าห้องน้ำบอกว่าไม่สะดวก เพราะเขาบอกเราว่าบ้านพี่รก แม่พี่ไม่ชอบให้คนอื่นเข้าบ้าน เหมือนคุณแม่เขาเหมือนแบบถ้ายังไม่ได้แต่งงานกันไม่อยากให้เข้าบ้าน เราก็โอเค ซึ่งก่อนที่จะเลิกกันสักประมาณปีที่ 6 เขาก็บอกเราว่าเดี๋ยวอีกสัก 2-3 ปีเนอะ เดี๋ยวพี่คุยกับพ่อแล้วเดี๋ยวจะมาขอแต่งงาน

มองย้อนกลับไปตอนนั้นเป็นความรักไหม ?

จอย : เรารู้สึกว่าเขาดี เราเลยรู้สึกว่าเรารักเขาที่เขาดีแค่นั้น แต่ไม่ใช่ความรักที่แบบอยากเข้าไปกอด เราคิดว่า ถ้าเราแต่งงานกับเขาไปเราเป็นผู้หญิงที่โชคดีแน่นอน

หลาย ๆ คนเคยคุยกันเรารักคนนี้หรือแค่เสียดายคนดี หรือเรารู้สึกว่าอยู่กับคนดีคนนี้ไม่ทำให้ฉันเสียใจ แต่รักไหม แปลว่าคนนี้ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกใจเต้นเลย ?

จอย : ไม่มีเลยค่ะ แต่ที่เรารักเขาเพราะว่าเขาดีแล้วเรารู้สึกว่าถ้าเราเลิกกับเขา แต่เพราะเขาเป็นคนที่ติดเกมส์มาก เล่นเกมส์อยู่ตลอดเวลา เพราะเราก็พูดกับเขาบ้างว่าเราไปดูหนังกันบ้างไหม เมื่อไหร่จะหยุดเล่นเกมส์สักที เมื่อไหร่จะออกจากบ้านบ้าง เพราะเขาติดอยู่ในโลกเกมส์เลยค่ะ ใส่หูฟังซื้อโต๊ะมาวาง เก้าอี้ซื้อมาเพื่อนั่งเล่นเกมส์ เป็นโซนของเขาที่อยู่ในห้องของเรา ก็คบคนนี้นานอยู่นะคะ หลายปีเหมือนกัน ถามว่าการติดเกมส์เป็นปัญหาไหม หลัง ๆ เริ่มเป็นค่ะ เพราะเราคิดว่าเราไม่ได้เริ่มจากความรักหรือเปล่า พอเขาไม่ได้ทำความดีเพิ่ม แล้วความดีมาที่เขาได้สะสมมามันก็ถูกใช้ไปแล้ว ตัดพอยต์ไปด้วย แล้วมันก็ทดแทนด้วยเวลาที่มันผ่านมานาน คือ เขาทำทุกอย่างเหมือนเดิมไม่เพิ่มขึ้นโอเค.. อาจจะลดลงในการใช้เวลาอยู่กับเรา ยิ่งทำให้เรารู้สึกแบบพอความดีไม่เหลือแล้ว เราก็เริ่มแบบ คือ ช่วงแรกเราก็บอกเขาบ้างนะคะ แต่เราอาจจะบอกเขาไม่ชัดเจน แบบเมื่อไหร่จะหยุดเล่น เป็นการบ่นมากกว่าไม่ได้เป็นการเตือน มันก็เริ่มจากที่เราเอาตัวของเราออกมาจากเขา เริ่มไปไหนมาไหนโดยที่ไม่มีเขา ซึ่งเราก็ออกไปไหนมาไหนกับเพื่อนเรา จนมาถึงวันหนึ่งเรารู้สึกเบื่อ เบื่อจนแบบเหม็น ถึงขนาดที่เราเปิดประตูแล้วไม่อยากเจอผู้ชายคนนี้นั่งอยู่ในบ้าน เราเริ่มรำคาญ แล้วก็รู้สึกหงุดหงิดมาก ๆ แสดงออกเลย เราก็รู้ตัวเลยว่า ถ้าจอยยังอยู่ตรงนี้ จอยต้องพูดไม่ดีหรือว่าทำอะไรไม่ดีแน่ ๆ เราก็เลยต้องดึงตัวเองออกมา

ตอนนั้นมีวอกแวกไปคุยกับคนอื่น ๆ บ้างไหม แล้วคนคนนั้นเข้ามาในชีวิตของจอย คนที่กลัวมากที่จะโดนถูกกระทำ เริ่มรู้สึกว่าเอ๊ะ .. ก็น่าจะได้เหมือนกันถ้าเราจะเติมเต็มด้วยการคุยกับคนอื่นบ้าง ?

จอย : มีค่ะ ตอนนั้นก็มีคนเข้ามาหาเราเยอะเหมือนกัน ด้วยตอนนั้นเริ่มโด่งดังจาก แรงเงา เราก็อยู่ในจุดที่สูงของเรา มีคนที่แบบคุยเริ่มเหมือนมาจะจีบ เราก็เริ่มออกจากเชฟโซน (แต่ตอนนี้เราก็ยังมีเขาอยู่นั่นแหละ ) ยังไม่ได้เลิกกันตอนนั้นก็เรียกกึ่ง ๆ ได้ว่าเราคบซ้อนซะเอง เรื่องนี้ไม่ค่อยมีคนรู้เพื่อนสนิทยังไม่รู้เลย (หัวเราะ) บอกคนน้อยมากเราก็มีไปเดทไปเที่ยว

เอาจริง ๆ คนใหม่ที่เข้ามาจีบรู้ไหมว่าเรามีแฟนอยู่ ?

จอย : รู้ เขาก็เต็มใจที่จะเข้ามาในจังหวะนั้น จอยเลยตัดสินใจวันนั้นเลยว่าเราควรจะบอกแฟนเรา คือ ตั้งใจจะบอกเลิก แต่เรารู้สึกว่าถ้าเราไปบอกเลิกเขาเลย เดี๋ยวเขาจะตกใจหรือเปล่า ที่เราจะบอกเลิก ส่วนหนึ่งเราก็มีใจให้คนใหม่ แต่เราไม่ได้คิดว่าเราไปคบคนใหม่นะคะ เราก็เรียกเขามาคุยว่าพี่เรามาคุยกันหน่อย (ซึ่งเขาก็น่าจะรู้สึกแล้วเพราะหลัง ๆ เราก็ไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกัน) เราก็บอกเขาว่าจอยว่าความรักของเราไม่เหมือนเดิม มันไม่ได้ใกล้ชิด ไม่มีเวลาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม แล้วจอยรู้สึกว่า จอยไม่ได้รักพี่เหมือนเดิม เราห่าง ๆ กันไหม เขาก็ไม่ยอมเพราะเขาบอกว่าถ้าห่างก็คือเลิกกัน ก็เสนอว่าให้พี่ลองปรับก่อนไหม ใจเราคือไม่ได้แล้ว เพราะว่าเราไม่รู้ว่าที่เขาปรับเพราะตั้งใจที่จะปรับจริง ๆ หรือแค่จะยื้อไว้ จนสุดท้ายเขาก็ยอม เราก็รู้สึกเบาตัว สบายใจ เพราะเราเปิดห้องมาเราสามารถใช้พื้นที่ในห้องเราได้เต็มที่

ที่เราต้องใช้เวลาอยู่กับเขามา 7 ปี (เนี่ยขนลุกตลอดเลย) พอคิดถึงเลขนี้ วันนั้นไม่ร้องไห้ ไม่อกหัก ไม่เสียใจ ไม่อะไรเลย แค่รู้สึกโล่งเพราะเราได้พูดแล้ว แต่ที่เราบอกว่าให้ห่างคือเรายังไม่ได้เลิกนะคะ ห่างกัน 3 อาทิตย์ก็คือเราก็เต็มที่ไปเที่ยวต่างจังหวัด ไปเที่ยวเมืองนอกกับเพื่อน เราก็รู้สึกว่าต้องบอกเลิกแล้ว เพราะเขาจะได้ไปใช้ชีวิตของเขา เราก็จะได้เต็มที่ในชีวิตของเรา เราก็บอกเขาว่าเราเลิกกันเถอะ เขาก็บอกเราว่าพี่รู้อยู่แล้วเขาก็ขับรถออกไปเลย วันนั้นเรารู้สึกเสียใจแล้วก็ร้องไห้ คือ จังหวะที่เราเห็นรถเขาขับออกไปน้ำตาก็ไหล เสียใจที่เรามองว่าเราไม่ดีเองหรือเปล่า คือเหมือนเรามองว่าเขาเป็นคนดีทุกอย่างเลยนะ หมายถึง เขาไม่ได้ทำอะไรผิด แต่เขาต้องมาเจอสิ่งที่เราทำให้เขาแบบนี้ เรารู้สึกว่านั้นมันเหมือนเป็นตราบาปอันหนึ่งว่าเราควรจะบอกเขาก่อนหน้านี้ไม่ใช่มาทำแบบนี้ เพราะเราก็เก็บมาตลอดแล้วมาระเบิดใส่เขา เราก็เลยรู้สึกผิด

จอย : หลังจากคนที่แล้ว เราก็โดนตำหนิต่อว่าจากคนรอบข้างว่าเพราะเป็นคนมีอะไรไม่พูดไง พอถึงวันหนึ่งมันก็ระเบิดมันไม่ถูกนะ เราก็เลยตั้งปณิธานใหม่ว่าโอเค สำหรับคนนี้เราจะพูด อย่างเนี่ยไม่ชอบเลยทำไมกินอีกแล้ว ทำไมไปเจอเพื่อนอีกแล้ว อีกฝ่ายเริ่มรู้สึกว่าเราไปบงการชีวิตเขา เขาก็รู้สึกถึงความอึดอัดทะเลาะกันหนักมาก จนจะเลิกกันเราก็ไม่ไหวแล้ว เราก็บอกว่าพี่เราเลิกกันไหม ตอนนั้นคบกันได้ 1-2 ปี ทั้งที่เขาก็ไม่ได้มีปัญหาเรื่องเจ้าชู้เลยเราขอไว้ว่าถ้าคุณไปกินกับเพื่อนเราไม่ว่า แต่ถ้ากลับบ้านขอให้บอกเรา บางทีเราก็เป็นห่วง ช่วงแรก ๆ เขาไม่ทำเลย เราก็รู้สึกว่าเรื่องแค่นี้ทำไมเราขอแล้วทำให้ไม่ได้ แต่พี่เขาก็บอกตลอดนะคะ ทำอะไร อยู่ที่ไหนกับใคร แต่วันนั้นที่เราบอกเลิกเพราะว่าเราอยากเลิกจริง ๆ เราไม่อยากเหนื่อยกับปัญหาแบบนี้อีกแล้ว ไม่อยากเสียใจ สุดท้ายเราก็แก้ไขปัญหาคือ เขาก็บอกเราว่าเขาจะบอก ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหญ่เลยแค่บอกถึงบ้านแล้ว

แล้วกับคนนี้ จอย ก้าวข้ามผ่านการกลัวความเจ้าชู้มาได้ยังไง ?

จอย : เพราะเขาให้เราไปกับเขาทุกที่กับเขามาได้ โทรเช็คเขากับเพื่อนได้เลยแล้วการที่เราไปอยู่ในโลกของเขาก็ทำให้เรารู้ว่าเขาไม่ได้เป็นคนแบบนั้น แต่ตอนนี้ปล่อยแล้วอยากไปไหนก็ไป

ตอนนี้คบกับ คุณโต้ง มากี่ปีแล้ว ?

จอย ชลธิขา : 7 ปีค่ะ บังเอิญมากแล้วก็คุยเรื่องแต่งงานกันในปีที่ 7 พอดี คุณแม่ พี่โต้ง เป็นคนขอเพราะว่าพี่โต้ง เขาไม่มีความหวานใด ๆ เลย พอเลข 7 เราก็มีความหวาดอยู่ค่ะ เราก็แอบกลัวแล้วก็เช็คความรู้สึกของตัวเองอยู่ตลอด ด้วยความรู้สึกแบบเดิมกลับมาหรือเปล่า (ซึ่งเราเพิ่งหมั้นกันไปเมื่อเดือน กุมภาพันธ์ ค่ะ และจะจัดงานแต่งในวันที่ 14 พฤศจิกายนค่ะ) ความรู้สึกของเราตอนนี้เราก็รู้สึกมั่นคงมากขึ้น และเราก็จะใช้ชีวิตไปกับผู้ชายคนนี้ตลอดชีวิต เขาก็ให้เกียรติเรามากขึ้น อันนี้แปลกเหมือนกันค่ะ เขาก็รู้สึกว่าเขาก็ดูแลหัวใจเรามากขึ้น ซึ่ง พี่โต้ง เขาจะเป็นคนง่าย ๆ อยากแสดงความรักเขาก็ทำ อยากกอดอยากหอมเขาก็ทำ แต่จะเป็นคนที่บังคับจะไม่ทำเพราะเขาเขิน

อยากจะบอกอะไรว่าที่เจ้าบ่าวบ้าง ?

จอย : ต้องขอบคุณที่เป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย ขอบคุณที่ยอมลดบางอย่างลงมาเพื่อเรา ขอบคุณที่ยอมมาเจอกันครึ่งทาง หวังว่าอนาคตข้างเราก็จะพาชีวิตคู่ของเราไปในทางที่ดีขึ้นกว่านี้ได้ ไม่ต้องห่วงเพราะว่าจอย จะอยู่ข้าง ๆ และดูแลพี่ไปแบบนี้ตลอดไป

ในการเรียนรู้ความรักที่ผ่าน จอย ได้เรียนรู้อะไรบ้าง ?

จอย : ยากจังเลย ทุกวันนี้ยังต้องเรียนรู้อยู่เลยค่ะ สำหรับจอย ตอนนี้ความรักของจอยถ้าอยากบอกคนอื่นก็คือ ต้องเปิดใจคุยกัน มีอะไรอย่าเก็บไว้ เพราะบางที สิ่งที่เราเก็บเขาไม่รู้เลยค่ะ เราต้องพูดเราต้องบอก ส่วนผู้ชายเจ้าชู้ เราไม่รู้ต้องทำยังไงเพราะมันขึ้นอยู่กับเขาว่าเขาจะยอมเปลี่ยนตัวเองเพื่อเราไหม ต้องลองหาผู้ชายที่ไม่เจ้าชู้ดู ทุกอย่างคือการเรียนรู้ ไม่ต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อใคร แต่ปรับเพื่อให้เข้าใจกันมากขึ้นก็พอค่ะ

สามารถชมคลิป ย้อนหลัง ได้ในรายการ CLUB FRIDAY SHOW ผลิตโดย CHANGE2561 ทางยูทูบ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...