โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ธุรกิจ "แอร์เอเชีย-สกู๊ต" ยุคโควิด เป็นทุกอย่างยกเว้นสายการบิน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 18 เม.ย. 2564 เวลา 03.48 น. • เผยแพร่ 18 เม.ย. 2564 เวลา 02.00 น.

แม้ทั่วโลกจะมีการกระจายวัคซีนเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และกิจกรรมเศรษฐกิจเริ่มกลับมาดำเนินตามปกติ แต่การกระจายวัคซีนที่ไม่เท่าเทียมกัน รวมถึงโควิดสายพันธุ์ใหม่ที่มีอัตราการระบาดรุนแรงกว่าเชื้อเดิม คงจะอีกนานกว่าการเดินทางระหว่างประเทศจะกลับมาอยู่ในระดับเดียวกับเมื่อช่วงปี 2019

สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) คาดการณ์ว่า ปี 2021 การเดินทางด้วยสายการบินจะอยู่ในระดับ 33-38% ของปี 2019

นอกจากนี้ “บิล เกตส์” ผู้ก่อตั้ง “ไมโครซอฟท์” คาดการณ์ว่า แม้โลกจะสามารถหาทางรับมือกับวิกฤตโควิด-19 ได้แล้ว แต่การท่องเที่ยวเพื่อธุรกิจ (business travel) จะลดลงถึง 50% เช่นเดียวกับ “เจฟฟรีย์ โกห์” ซีอีโอพันธมิตรสายการบิน “สตาร์อัลไลแอนซ์” (Star Alliance) มองว่า ตลาดเซ็กเมนต์นี้จะลดลงถึง 30%

แม้สายการบินจะออกโปรโมชั่นส่วนลดหรือสิทธิพิเศษต่าง ๆ เพื่อให้มีการเดินทางมากที่สุด แต่สถานการณ์ที่ยังคงไม่แน่นอนในปีนี้ทำให้แต่ละสายการบินต้องหาทางรอดอื่นที่ไม่ใช่การบิน

แชนเนล นิวส์ เอเชียรายงานว่า สายการบินทั่วโลกต้องทำ 3 อย่างเพื่อที่จะยังสามารถอยู่รอดได้ ประกอบด้วย การเพิ่มช่องทางรายได้อื่น, การรักษามาตรฐานทักษะพนักงาน และการเปลี่ยนโมเดลธุรกิจให้เข้ากับตลาดยุคหลังโควิด-19 พร้อมกับยกตัวอย่าง 2 โลว์คอสต์แอร์ไลน์ “แอร์เอเชีย” และ “สกู๊ต” มาเป็นกรณีศึกษา

สำหรับ“แอร์เอเชีย” ภายใต้การบริหารของ“โทนี เฟอร์นานเดส” ได้เร่งหาช่องทางนำรายได้เข้าบริษัทหลังจากธุรกิจการบินไม่สามารถดำเนินไปตามปกติ เช่น การขยายธุรกิจโลจิสติกส์ ขนส่งสินค้าทางอากาศ ภายใต้บริษัท “เทเลพอร์ต” โดยเปลี่ยนเครื่องบินโดยสารมาเป็นเครื่องบินขนส่งสินค้า รวมถึงเปิดตัวระบบเครือข่ายดิจิทัล “เฟรตเชน” (freightchain) ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนให้ผู้ส่งสินค้าสามารถจองและยืนยันเครื่องบินขนส่ง พร้อมติดตามระบบซัพพลายเชนสินค้าได้

พร้อมกับเปิดตัว “แอร์เอเชีย ฟู้ด” บริการดีลิเวอรี่อาหารที่มาเลเซีย สิงคโปร์ และมีแผนขยายธุรกิจไปตามหัวเมืองต่าง ๆ ทั่วอาเซียนภายในปีนี้ และยังวางแผนหาช่องทางรายได้เพิ่มเติมอย่างบริการแท็กซี่ทางอากาศ ขนส่งวัตถุดิบอาหารสดข้ามประเทศ และบริการ
ดีลิเวอรี่ผ่านโดรน เป็นต้น

ส่วน “สกู๊ต” ในเครือสิงคโปร์ แอร์ไลน์ส (SIA) กรุ๊ป ก็ได้ร่วมมือกับรัฐบาลสิงคโปร์ให้พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินและนักบินถึง 400 คน ไปทำงานช่วยเหลือตามสถานพยาบาล หรือหน่วยงานต่าง ๆ ช่วงที่โรคโควิด-19 ระบาดหนัก

แหล่งข่าวระบุว่า การเคลื่อนย้ายแรงงานส่วนนี้ไปช่วยเหลืออุตสาหกรรมบริการอื่น ช่วยลดภาระต้นทุนค่าจ้างพนักงานของบริษัท ทั้งทำให้พนักงานสามารถรักษามาตรฐานการสื่อสารและบริการดูแลลูกค้า เนื่องจากทักษะต่าง ๆ ภายใต้บทบาทใหม่ไม่ต่างจากทักษะบริการบนเครื่องบิน และสามารถจ้างแรงงานกลุ่มนี้กลับมาทำงานบนเครื่องบินได้หลังอุตสาหกรรมการบินฟื้นตัว

พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของเครือสิงคโปร์ แอร์ไลน์ส ก็เป็นที่ยอมรับด้านบริการที่ยอดเยี่ยม ซึ่งการกระจายตัวไปตามหน่วยงานเหล่านี้ถือเป็นการช่วยยกระดับคุณภาพการบริการให้กับเซ็กเตอร์อื่น ๆ ด้วย และยังสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อสายการบิน

นอกจากนี้ เครือสายการบินแห่งนี้นำจุดเด่นดังกล่าวมาต่อยอดเปิดธุรกิจ “สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส อะคาเดมี” เมื่อ พ.ย.ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นคอร์สอบรมการบริการลูกค้า และจัดการวิกฤต สำหรับองค์กรและบริษัท

ไม่ว่าความพยายามการขยายช่องทางรายได้อื่น ๆ ที่ไม่ใช่การบิน หรือการรักษาระดับมาตรฐานของพนักงานจะเป็นทางออกของธุรกิจสายการบินในระยะสั้นหรือระยะยาว แต่หลายฝ่ายก็ยอมรับว่ามีแนวโน้มสูงที่ธุรกิจการบินจะไม่มีวันกลับไปเหมือนช่วงก่อนโรคโควิด-19 ระบาด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...