โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

กรมวิชาการเกษตร เปิดตัวคู่มือ การผลิตฟ้าทะลายโจรสำหรับเกษตรกร

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 19 ส.ค. 2564 เวลา 05.36 น. • เผยแพร่ 18 ส.ค. 2564 เวลา 06.07 น.

การผลิตฟ้าทะลายโจรให้ได้ผลผลิตที่ปลอดภัยและมีคุณภาพที่ดี จำเป็นต้องมีองค์ความรู้ในการผลิต ดังนั้น กรมวิชาการเกษตร จึงได้จัดทำคู่มือการผลิตฟ้าทะลายโจร สำหรับเกษตรกร เป็นแนวทางในการผลิตฟ้าทะลายโจรให้แก่เกษตรกรและผู้สนใจนำไปปรับใช้และพัฒนาให้เหมาะสมในพื้นที่ของตัวเอง

แหล่งผลิตฟ้าทะลายโจร

การผลิตฟ้าทะลายโจรมีอยู่ทั่วไป ซึ่งแหล่งผลิตสำคัญที่รู้จักกันดีและปลูกมานานคือ กลุ่มผู้ปลูกสมุนไพรกระตีบพัฒนา อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ที่ผ่านมา เกษตรกรมีรายได้ 60,000 บาทต่อไร่ (ช่วงราคารับซื้อ 40-60 บาท) ส่วนใหญ่จะปลูกฟ้าทะลายโจรร่วมกับข้าวโพด ได้ผลผลิต 1,500-1,800 กิโลกรัมต่อไร่ ในขณะที่การผลิตแบบอินทรีย์จะได้ผลผลิต 400 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งในช่วงวิกฤตที่มีการระบบของเชื้อไวรัสโควิด-19 มีความต้องการฟ้าทะลายโจรสูงมาก ทำให้ตลอดช่วงห่วงโซ่การผลิตของฟ้าทะลายโจรเป็นจำนวนมาก ซึ่งผลผลิตที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการทำยา จะต้องมีคุณภาพมาตรฐานโรงงานและเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ผู้บริโภคได้ใช้สมุนไพรที่มีคุณภาพและปลอดภัย

ฤดูการปลูก

ฟ้าทะลายโจรสามารถปลูกได้ทุกฤดู แต่ที่เหมาะสมคือ ช่วงต้นฤดูฝน

พันธุ์ปลูก

พันธุ์พิษณุโลก 5-4 ให้ผลผลิต 1,774-4,187 กิโลกรัมต่อไร่ และปริมาณสารแล็กโตนรวม 10.74-11.79 เปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้ง

พันธุ์พิจิตร 4-4 ให้ผลผลิต 1,726- 3,880 กิโลกรัมต่อไร่ ปริมาณสารแล็กโตนรวม 10.59-12.00 เปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้ง

การเตรียมแปลง

หากปลูกช่วงฤดูฝน ในพื้นที่ลุ่ม ควรขุดยกร่องแปลงสููง 15-20 เซนติเมตร กว้าง 1-2 เมตร ควรมีช่องว่างระหว่างแปลง 1 เมตร เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับการดูแลรักษา

การเตรียมพันธุ์

ฟ้าทะลายโจรนิยมขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด เพื่อเพิ่มการงอกของเมล็ดฟ้าทะลายโจร ควรแช่เมล็ดในน้ำประมาณ 6-12 ชั่่วโมง หรือแช่เมล็ดในน้ำร้อน 80 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 5-7 นาที หรืออบเมล็ดที่อุณหภูมิ 45 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 4 ชั่่วโมง จะช่วยให้เมล็ดพันธุ์งอกดีขึ้น

การปลูก

การปลููกฟ้าทะลายโจรโดยทั่วไปสามารถจำแนกวิธีการปลูกได้ 2 วิธี คือ

1. ปลูกโดยใช้เมล็ด โดยทั่วไปเมล็ดฟ้าทะลายโจรมีขนาดเล็ก 1 กิโลกรัมจะมีเมล็ด 1,000,000-1,200,000 เมล็ดหรือ 1 ช้อนโต๊ะ จะมีเมล็ดจำนวน 7,000-8,000 เมล็ด การปลููกโดยใช้เมล็ดแบ่งเป็นการปลูกแบบหว่านและการปลูกแบบโรยเมล็ดเป็นแถว

การปลูกแบบหว่าน นำเมล็ดมาผสมทรายหยาบอัตรา 1 : 1-2 ใช้เมล็ดหว่านอัตรา 100-400 เมล็ดต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร หรืออัตรา 1.5-2.0 กิโลกรัมต่อไร่ คลุมแปลงด้วยฟางข้าว แต่มีข้อจำกัดคือ ทำให้สิ้นเปลืองเมล็ดพันธุ์ซึ่งมีราคาสููง

การปลููกแบบโรยเมล็ดเป็นแถว ขุดร่องตื้นๆ เป็นแถวยาวแล้วโรยเมล็ดและเกลี่ยดินกลบบางๆ ควรมีระยะปลูกระหว่างแถวประมาณ 40 เซนติเมตร โดยทั่วไปใช้เมล็ด 50-100 เมล็ดต่อ 1 เมตร การปลููกด้วยวิธีนี้ กำจัดวัชพืชได้ง่าย สะดวกขึ้น เนื่องจากมีระยะแถวปลูกที่แน่นอน สามารถนำเครื่องมือการเกษตร เช่น จอบ เสียม มาใช้พรวนดินและดายหญ้าได้อย่างคล่องตัว

การปลููกแบบหยอดหลุุม เตรียมหลุมปลูกลึกประมาณ 2-5 เซนติเมตร ให้เป็นแนวโดยมีระยะปลูกระหว่างต้น 20-30 เซนติเมตร ระหว่างแถว 40 เซนติเมตร หยอดเมล็ดหลุมละ 5-10 เมล็ด เกลี่ยดินกลบบางๆ การปลูกวิธีนี้ จะประหยัดเมล็ดพันธุ์ แต่ยากในการกำจัดวัชพืช ขณะที่่ต้นยังเล็ก เหมาะสมกับพื้นที่ปลูกที่ไม่มีปัญหาวัชพืชรบกวน

  • การปลููกโดยใช้กล้า มีขั้นตอนดังนี้

2.1 การเตรียมกล้าฟ้าทะลายโจรก่อนย้ายปลููกอาจทำโดยการเพาะแปลง โดยใช้จอบขุุดยกเป็นแปลงกว้าง 1 เมตร สููงประมาณ 15-20 เซนติเมตร ความยาวและจำนวนแปลงขึ้นอยู่กับจำนวนเมล็ดที่่เพาะและความสะดวกในการปฏิบัติงานพร้อมกับย่อยดินให้ละเอียด ใส่ปุ๋ยอินทรีย์รองพื้นก่อน 0.5-1 กิโลกรัมต่อตารางเมตร โดยผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วปรับหน้าดินให้เรียบก่อนหว่านเมล็ดหรือทำการเพาะในถุงพลาสติก โดยใช้วัสดุเพาะคือ แกลบดำ : ทราย : ดิน ในอัตราส่วน 2 : 1 : 1 เมื่อต้นกล้ามีใบจริง 3-14 ใบ สามารถย้ายปลููกได้

2.2 การปลููกโดยใช้กิ่งปักชำ คัดเลือกกิ่งฟ้าทะลายโจรจากต้นที่สมบูรณ์แข็งแรง ปราศจากโรคและแมลงทำลาย มีอายุเหมาะสมสำหรับการปักชำ (ไม่อ่อนหรือแก่เกินไป) ความยาวประมาณ 10 เซนติเมตร ควรเด็ดใบเพื่อลดการคายน้ำ นำไปแช่ในน้ำยาเร่งรากเป็นเวลา 10 นาที ผึ่งให้แห้งก่อนปักชำแล้วรดน้ำให้ชุ่มโดยรักษาความชุ่มชื้น และพรางแสงประมาณ 1 สัปดาห์เมื่อมีการแตกใบและรากงอกก็สามารถย้ายปลูกลงในแปลงต่อไป

2.3 การเตรียมหลุมปลุก ขุดหลุมกว่าประมาณ 15 เซนติเมตร ลึกประมาณ 8-12 เซนติเมตร เป็นแถวระยะปลูก 30×40 เซนติเมตร ให้น้ำหนักสดสูงสุด 3,070 กิโลกรัมต่อไร่ น้ำหนักแห้งสูงสุดเฉลี่ย 776.6 กิโลกรัมต่อไร่ และระยะปลููก 30×60 เซนติเมตร ให้ปริมาณสารแอนโดรกราโฟไลด์สููงสุุด 6.98 กรัมต่อน้ำหนักแห้ง 100 กรัม ใส่ปุ๋ยอินทรีย์รองก้นหลุมประมาณ 125 กรัมต่อหลุม และคลุกเคล้าให้เข้ากับดิน

2.4 ย้ายกล้าปลูก เมื่่อกล้ามีอายุประมาณ 30 วัน ก่อนย้ายกล้า รดน้ำแปลงให้ชุ่มแล้วจึงใช้ช้อนขุดหรือเสียมแซะต้นกล้าไปปลูกในหลุมที่เตรียมไว้ 1 ต้นต่อหลุุม หลังปลููกรดน้ำทันที

การใส่ปุ๋ย แบ่งเป็น 2 ระยะ ดังนี้

1. การใส่ปุ๋ยรองก้นหลุมหรือรองพื้นแปลงเพาะ ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ได้แก่ ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักมูลไส้เดือน ใส่ในอัตรา 2,500 กิโลกรัมต่อไร่ ควรใส่ก่อนปลููก 7 วัน

2. ใส่หลังปลููกใส่ปุ๋ย 2 ครั้ง ได้แก่ ช่วงอายุประมาณ 60 วัน และอายุุ 90-110 วัน ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ ไม่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสููง การใช้ปุ๋ยไนโตรเจนต้องระมัดระวังมาก ถ้าใส่มากเกินไปจะทำให้เฝือใบ ฝักโตเร็วเกินไป เป็นโรคและช้ำได้ง่าย

วิธีใส่ปุ๋ย สามารถใส่ปุ๋ยให้หลายวิธีด้วยกัน ซึ่งแล้วแต่ความสะดวกและวิธีการปลูกพืช ดังนี้

1. แบบหยอดโคน ใส่ปุ๋ยห่างจากโคนต้นประมาณ 10 เซนติเมตร โดยขุดหลุมฝังหรือโรยรอบๆ โคนต้นแล้วพรวนดินกลบก็ได้ ซึ่งเหมาะสมกับการปลูกแบบมีระยะปลูก

2. แบบโรยหรือหว่านเป็นแถว ใส่ปุ๋ยโรยหรือหว่านเป็นแถวขนานไปกับระหว่างแถวปลูกพืชจากแถวปลูกประมาณ 10-15 เซนติเมตร โดยขุุดเป็นร่องแล้วพรวนดินกลบ หรือโรยปุ๋ยก่อนแล้วพรวนดินกลบก็ได้ ซึ่งเหมาะกับการปลูกแบบโรยเมล็ดเป็นแถว

3. แบบหว่าน ต้องหว่านปุ๋ยให้กระจายทั่วและสม่ำเสมอ หลังหว่านปุ๋ยแล้วต้องรดน้ำทันที อย่าให้ปุ๋ยค้างอยู่ที่ใบ เพราะจะทำให้ใบไหม้และต้นพืชตายได้ ซึ่งเหมาะกับแปลงเพาะกล้าและการปลูกแบบหว่านเมล็ด

การให้น้ำ

ฟ้าทะลายโจรเป็นพืชชอบน้ำ แต่ไม่ชอบน้ำขัง ควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอและพอเพียง ตั้งแต่ปลูกจนถึงช่วงเก็บเกี่ยว หลังจากปลูกทุกครั้งต้องให้น้ำทันที จะช่วยให้ต้นกล้าไม่เฉาและตายง่าย ในระยะเดือนแรกหลังจากปลููก ถ้าแดดจัดควรให้น้ำ 2 ครั้งเช้าเย็น ถ้าแดดไม่จัด วันละ 1 ครั้ง เช้าเย็น ถ้าแดดไม่จัด ให้น้ำวันละ 1 ครั้ง หลังจากอายุ 2 เดือนไปแล้ว ให้น้ำวันเว้นวันหรือตามความเหมาะสม นอกจากนี้ การให้น้ำฟ้าทะลายโจร 80 เปอร์เซ็นต์ของค่าการระเหยสะสม ซึ่งวัดได้จากน้ำที่่ระเหยออกจากถาดวัดการระเหยของน้ำ ตั้งแต่ปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวให้ผลผลิตสูงสุดและปริมาณสารแล็กโตนรวมได้มาตรฐาน แต่ถ้าพืชขาดน้ำเป็นระยะนานๆ หลายวันจะทำให้เหี่ยวเฉา แคระแกร็น ออกดอกเร็ว และไม่สามารถดึงธาตุุอาหารที่จำเป็นบางชนิดได้ ทำให้เกิดโรคใบสีม่วง

การเก็บเกี่ยว

การเก็บเกี่ยวใบหรือทั้งต้น การเก็บเกี่ยวฟ้าทะลายโจรควรเก็บเกี่ยวในช่วงฟ้าทะลายโจรเริ่มออกดอกจนถึงดอกบาน 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งฟ้าทะลายโจรจะมีอายุประมาณ 110-150 วันและเป็นช่วงที่มีสารสำคัญมากที่สุด หากเก็บหลังช่วงนี้สารสำคัญจะลดลง ในขณะที่การออกดอกจะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับสภาวะแวดล้อม

วิธีการเก็บเกี่ยว โดยใช้กรรไกรตัดหรือเคียวตัดเหนือดินให้ห่างจากโคนต้นประมาณ 5-10 เซนติเมตร เพื่อเลี้ยงต้นตอให้เจริญเติบโตให้ผลผลิตในรุ่นต่อไป ใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือนจึงสามารถเก็บเกี่ยวฟ้าทะลายโจรได้อีกครั้ง จากนั้นนำมาคัดแยกวัชพืชและสิ่งปลอมปนออก ล้างด้วยน้ำสะอาด ตัดเป็นท่อนประมาณ 2-3 เซนติเมตร แล้วผึ่งให้แห้งหรืออบด้วยเครื่องอบแห้งแบบลมร้อน ผลผลิตสดเฉลี่ย 2,000-3,000 กิโลกรัมต่อไร่ มีสัดส่วนผลผลิตสดต่อผลผลิตแห้งอัตรา 4 : 1 กิโลกรัม สารแอนโดรกราฟโฟไลด์ในส่วนของใบฟ้าทะลายโจรจะเริ่มมีปริมาณมากขึ้น ตั้งแต่อายุ 80 วันขึ้นไป การเก็บเกี่ยวผลผลิตฟ้าทะลายโจรที่อายุ 135 วันหลังปลููกจะให้ปริมาณสารแอนโดรกราฟโฟไลด์สููง

นอกจากนี้ การเก็บเกี่ยวใบฟ้าทะลายโจรที่อายุุ 18 สัปดาห์หลังปลูกหรือระยะก่อนออกดอกจะมีปริมาณสารสำคัญมากที่สุดและจะพบในระยะใบอ่อนมากกว่าใบแก่ อย่างไรก็ตาม สารสำคัญของฟ้าทะลายโจรมีปริมาณที่แตกต่างกันเมื่อเก็บเกี่ยวที่อายุ 120-150 และ 180 วันหลังปลูก

การเก็บเกี่ยวเมล็ด ช่วงการเก็บเกี่ยวเมล็ดที่เหมาะสม เมื่อพืชมีอายุประมาณ 6 เดือน เป็นระยะฝักแก่ เมล็ดมีสีน้ำตาล มีน้ำหนักเมล็ดรวมประมาณ 0.166 กรัมต่อ 100 เมล็ดจะให้เปอร์เซ็นต์การงอกสููง (98.5 เปอร์เซ็นต์) สามารถเก็บไว้ได้นานถึง 1 ปี แต่อัตราการงอกสููงสุุดจะพบในเมล็ดฟ้าทะลายโจรที่่เก็บไว้ไม่เกิน 6 เดือน

การดูแลหลังการเก็บเกี่ยว

หลังจากเก็บเกี่ยวฟ้าทะลายโจรเรียบร้อยแล้วควรทำความสะอาดก่อนทำให้แห้ง นำฟ้าทะลายโจรที่เก็บมาล้างน้ำให้สะอาด คัดแยกสิ่่งปนปลอม เช่น วัชพืชที่่ปะปนมา ตัดหรือหั่่นให้มีความยาวประมาณ 3-5 เซนติเมตร ผึ่่งให้สะเด็ดน้ำแล้วนำมาเกลี่ยบนภาชนะที่สะอาด เช่น กระด้งหรือถาด การตาก ควรคลุุมภาชนะด้วยผ้าขาวบาง เพื่่อป้องกันฝุ่นละอองและกันการปลิวของสมุุนไพรตากจนแห้งสนิท หรือใช้เครื่องอบแห้งแบบลมร้อน ที่่อุุณหภููมิ 50 องศาเซลเซียสใน 8 ชั่่วโมงแรก และลดอุณหภููมิเหลือ 40-45 องศาเซลเซียส อบต่อจนแห้งสนิท หลังจากที่ฟ้าทะลายโจรแห้งดีแล้ว ควรนำฟ้าทะลายโจรเก็บใส่ถุงพลาสติกปิดปากถุง มัดให้แน่น ไม่ควรเก็บฟ้าทะลายโจรไว้ใช้นานเพราะจะทำให้ปริมาณสารสำคัญลดลงประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์

อ้างอิง : ข้อมูลและภาพประกอบ จากเอกสาร “คู่มือสำหรับเกษตรกร การผลิตฟ้าทะลายโจร” สิงหาคม 2564 กรมวิชาการเกษตร

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...