แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวเผยลูกค้ามาจ่ายเงินแล้วหลังหายไป 5 วัน อ้างไม่ได้เบี้ยว แค่ไม่ได้ผ่านมาแถวนี้
แม่ค้าเผย ลูกค้าชักดาบค่าก๋วยเตี๋ยวถวายพระหวนกลับมาจ่ายเงินแล้ว อ้างไม่ได้เบี้ยว แค่ไม่ได้ผ่านมาแถวนี้
จากกรณีชายหญิง 3 คน แต่งตัวดี ใส่ทองเส้นใหญ่เต็มตัว ถือกระเป๋าหรู ขับขี่รถเก๋งโตโยต้า สีขาว ทะเบียน กรุงเทพมหานคร จอดหน้าร้านสั่งก๋วยเตี๋ยวชามพิเศษนั่งกินคนละ 1 ชาม และสั่งพิเศษอีก 3 ถุง นำไปถวายพระที่วัดไผ่ขาด รวมเป็นเงิน 180 บาท แต่อ้างว่าลืมเอากระเป๋าเงินมา และไม่สามารถโอนเงินผ่านบัญชีได้ เนื่องจากเงินในบัญชีหมด กลัวว่าจะไม่ทันเพล จึงขอเอาก๋วยเตี๋ยวใส่ถุงไปถวายพระก่อน ถ้ากลัวเบี้ยวชักดาบก็ให้จดทะเบียนรถไว้ เดี๋ยวจะกลับมาจ่ายเงินให้ภายหลัง จากนั้นขับออกไปไม่กลับมาอีกเลย ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
อ่านข่าว – ซ้ำเติมโควิด แม่ค้าสุดช้ำถูกชักดาบค่าก๋วยเตี๋ยว อ้างเอาไปถวายพระก่อนชิ่งหนีลอยนวล
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. น.ส.ณัชชา มิ่งขวัญ หรือน้องอุ้ม อายุ 20 ปี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวน้องอุ้ม ตั้งอยู่บ้านไผ่ขาด หมู่ 14 ต.ศรีสำราญ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เล่าให้ฟังว่า เช้าวันนี้ได้มีรถยนต์กระบะโตโยต้าไมตี้เอ็กซ์ สีเขียว ป้ายทะเบียน กรุงเทพมหานคร ขับเข้ามาจอดหน้าร้าน โดยมีผู้ชายซึ่งเป็นคนขับรถ อายุประมาณ 35 ปี สวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงสีดำ ใส่หมวกสีดำ และสวมแมสก์สีดำ ลักษณะท่าทางเหมือนกับชายคนที่มากับผู้หญิงอีก 2 คน ที่เคยมานั่งกินในร้าน และสั่งใส่ถุงถวายพระ แล้วชักดาบเบี้ยวไม่จ่ายเงิน 180 บาท บอกเพียงไม่โกงให้จดทะเบียนรถเอาไว้ ก่อนขับรถออกจากร้านหายไปหลายวัน
โดยแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวเล่าว่า วันนี้ชายคนดังกล่าวเดินมาในร้านบอกว่า พี่ไม่ได้ผ่านมาแถวนี้ วันนี้ผ่านมาทางนี้ ก็เลยแวะเอาเงินมาจ่ายค่าก๋วยเตี๋ยว 180 บาท ที่ค้างไว้หลายวัน พร้อมล้วงเงินในกระเป๋ากางเกง จำนวน 200 บาท ส่งให้ตนรับไว้ ตนจึงหยิบเงินทอน 20 บาท คืนให้ แต่ชายคนดังกล่าวบอกว่าไม่ต้องทอน แล้วก็รีบเดินออกจากร้านไปขึ้นรถที่ติดเครื่องรอไว้ ซึ่งสังเกตเห็นพบว่ามีหญิงสาวนั่งโดยสารมาเป็นเพื่อนอีกคนหนึ่ง จากนั้นก็ขับออกจากหน้าร้านไปทันที คาดว่าคงดูข่าวจากสื่อต่างๆ ทั้งโซเชียล ทีวี และหนังสือพิมพ์ ที่พูดถึงเรื่องนี้
น.ส.ณัชชา กล่าวว่า นับว่ายังโชคดี ที่พี่เขาขับรถเอาเงินค่าก๋วยเตี๋ยวมาจ่ายคืนให้ ถึงเวลาจะล่วงเลยมาหลายวันแล้วก็ตาม เพราะในช่วงนี้เป็นยุคข้าวยาก หมากแพง จากสถานการณ์โรคโควิด-19 ระบาด โดยก่อนหน้านี้ได้นัดหมายกับ นายชาญชัย มิ่งขวัญ อายุ 39 ปี ผู้เป็นพ่อว่าจะพากันเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้แจ้งความร้องทุกข์ เพื่อติดตามมาดำเนินคดี เป็นการป้องกันพวกมิจฉาชีพที่มีพฤติกรรมแบบนี้ และใช้วิธีการแบบเดียวกันนี้ออกอาละวาดก่อเหตุ ทั้งนี้ก็นับว่าโชคดีกันทั้งสองฝ่าย ที่เรื่องราวยังไม่ลุกลามใหญ่โตบานปลายไปมากกว่านี้ ถึงจะไม่มีคำว่าขอโทษจากพี่เขาก็ตาม