โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เตรียมนำเข้า “โมโนโคลนอลแอนติบอดี” รักษาโควิด-19

PPTV HD 36

อัพเดต 21 ก.ย 2564 เวลา 10.26 น. • เผยแพร่ 21 ก.ย 2564 เวลา 06.30 น.
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์แย้ม จะเป็นผู้จัดหา-นำเข้า-กระจาย “โมโนโคลนอลแอนติบอดี” ทางเลือกใหม่ป้องกันรักษาโควิด-19

โลกในปัจจุบัน ยังไม่มียาป้องกันหรือรักษาโควิด-19 ได้อย่างเฉพาะเจาะจง แม้แต่ฟาวิพิราเวียร์ เรมดิซิเวียร์ หรือฟ้าทลายโจร ก็ยังเป็นยาที่มีข้อถกเถียง ทำให้หลายประเทศทั่วโลกต่างกำลังพยายามตามหา “จอกศักดิ์สิทธิ์” ตัวนี้ เพื่อคืนชีวิตปกติสุขให้กับประชาชน

ล่าสุดประเทศไทย กำลังจะมีทางเลือกใหม่ในการป้องกันรักษาโควิด-19 นั่นคือ “แอนติบบอดีค็อกเทล (Antibody Cocktail)”

ข้อได้เปรียบการรักษาโควิด-19 ด้วย “โมโนโคลนอลแอนติบอดี”

รู้จัก “โมโนโคลนอลแอนติบอดี” ทางเลือกรักษาโควิด-19 เยอรมนีบริจาคให้ไทย

แอนติบอดีค็อกเทลนั้น คือการนำโมโนโคลนอลแอนติบอดี (MonoClonal Antibody) ตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปมารวมกัน โดยโมโนโคลนอลแอนติบอดีก็คือโปรตีนหรือเซลล์สังเคราะห์ที่มีความสามารถในการรับมือกับโรคใดโรคหนึ่งอย่างเฉพาะเจาะจง

โดยวันนี้ (21 ก.ย.) ได้มีการแถลงข่าวออนไลน์ในหัวข้อ “การรับมือต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในปัจจุบันและอนาคต และแผนการใช้ยาแอนติบอดีค็อกเทล เพื่อรักษาผู้ป่วยในประเทศไทย”

ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กล่าวว่า “ในวงการวิชาการการแพทย์ตอนนี้ วัคซีนโควิด-19 เองก็กำลังพัฒนาไม่หยุด ยาก็เช่นเดียวกัน … ส่วนยาโมโนโคลนอลแอนติบอดี เป็นยาสังเคราะห์ ที่จะเข้าไปจับกับไวรัส ทำให้เชื้อเข้าสู่ร่างกายไม่ได้ ถ้ามียานี้มารักษาผู้ติดเชื้อในระยะต้นที่เริ่มมีอาการ ก็จะช่วยให้หายป่วยเร็วขึ้น อาการไม่รุนแรง และลดการเสียชีวิต”

รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล หัวหน้าสาขาวิชาโรคระบบทางเดินหายใจและวัณโรค คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล และนายกสมาคมอุรเวชแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า แต่สิ่งสำคัญในช่วงนี้ที่ต้องเน้นคือ ทำย่างไรให้ผู้ป่วยใหม่ไม่เพิ่มขึ้น ให้ผู้ป่วยใหม่เข้าถึงการรักษาเร็วขึ้น และทำอย่างไรจะปกป้องกลุ่มเสี่ยงให้ไม่ต้องเข้าไอซียูได้ คำตอบหนึ่งคือ ยาที่ลดความรุนแรงตั้งแต่ระยะแรก ได้แก่ โมโนโคลนอลแอนติบอดี

ด้าน ผศ.นพ.กำธร มาลาธรรม นายกสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย เสริมว่า การจะรับมือกับโควิด-19 ให้ได้อย่างนั้นจะต้องใช้หลากลายวิธี ต้องมีทั้งมาตรการ วัคซีน และยารักษาประกอบกัน

“ปัจจุบันยาป้องกันรักษาโควิด-19 ที่เป็นมาตรฐานทั่วโลกยังไม่มี เป็นความท้าทายในการสู้ไวรัส แต่ขณะนี้มีหลายตัวอยู่ในการวิจัยทั่วโลก” ผศ.นพ.กำธรกล่าว และบอกว่า ยาป้องกันรักษาโควิด-19 ที่โลกเร่งศึกษากันอยู่จะแบ่งเป็นยาต้านไวรัส และยาโมโนโคลนอลแอนติบอดี (แอนติบอดีค็อกเทล)

โดยสำหรับยาที่เป็นยาต้านไวรัส คาดว่าอีกครึ่งปีจะรู้ชัดว่ายาตัวไหนดี กำลังกำเนินการศึกษากันอยู่ทั่วโลก คาดว่ามี 2 ตัวเป็นอย่างน้อย และอาจเป็นยาอื่นที่ไม่ใช่ยาที่คุ้นหูกันดีในช่วงนี้อย่าง ฟาวิพิราเวียร์ หรือเรมดิซิเวียร์

ศ.นพ.นิธิบอกว่า “ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จะมีส่วนในการจัดหา นำเข้า และกระจาย ยาโมโนโคลนอลแอนติบอดี เป็นตัวแรกที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและ (อย.) ของไทยรับรองให้ใช้ในภาวะฉุกเฉิน โดยจะให้ยานี้ในผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่มีอาการระยะแรก แต่มีปัจจัยเสี่ยงว่าจะป่วยหนักหรือเสียชีวิต ยานี้จะช่วยลดการป่วยหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาลหรือไอซียู ซึ่งสำคัญมาก เพราะการลดภาระตรงนี้ลง การดูแลคนไข้อื่นก็จะสบายขึ้น โดยจะนำเข้าและกระจายยาโมโนโคลนอลแอนติบอดีให้โรงพยาบาลต่าง ๆ”

นอกจากนี้ ในส่วนของการศึกษายาต้านไวรัสเอง ก็มีการดำเนินการเช่นกัน “เราจะร่วมกับโรงพยาบาลอีก 2-3 แห่งวิจัยยาต้านไวรัสตัวใหม่เร็ว ๆ นี้ โดยเป็นยาตัวเดียวกับที่อาจารย์กำธรพูดถึง ไทยจะเป็นส่วนหนึ่งในการทดสอบยานั้น เราไม่อยากจำกัดอยู่แต่วัคซีน” เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์กล่าว

อย่างไรก็ตาม ผศ.นพ.กำธรบอกว่า ยาโมโนโคลนอลแอนติบอดีในการป้องกันรักษาโควิด-19 นี้คงไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รับ ต้องมีกระบวนการคัดเลือกว่า ผู้ติดเชื้อกลุ่มไหนจะได้ประโยชน์สูงสุดจากการใช้ยา

ผศ.นพ.โอภาส พุทธเจริญ หัวหน้าศูนย์โรคอุบัติใหม่ทางคลินิก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย อธิบายเพิ่มเติมว่า ในต่างประเทศเริ่มมีการใช้ยากลุ่มใหม่ที่ผ่านการศึกษาที่มีคุณภาพในระดับหนึ่งคือโมโนโคลนอลแอนติบอดี

โดยผลจากการวิจัยทางคลินิกระยะ 3 ในผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่แสดงอาการของโรคระดับน้อยถึงปานกลางภายใน 7 วันของการติดเชื้อ และไม่เคยได้รับยารักษาโควิด-19 ใด ๆ มาก่อน รวมถึงผู้มีปัจจัยเสี่ยงต่อการป่วยหนักหากติดเชื้อ อย่างผู้สูงอายุ น้ำหนักตัวมากหรือมีโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคไต โรคตับ โรคปอดและภูมิคุ้มกันบกพร่องจากสาเหตุต่าง ๆ โดยมีผู้เข้าร่วมการวิจัยนี้ ในประเทศต่าง ๆ มากกว่า 4,000 ราย ทำให้ยาแอนติบอดี ค็อกเทลเป็นยาต้านไวรัสโควิด-19 ชนิดแรกที่มีผลการทดลองรับรองว่า ช่วยลดอัตราการป่วยหนักขั้นนอนโรงพยาบาลหรือห้องไอซียู หรือเสียชีวิตได้ถึง 70% ช่วยลดระยะเวลาที่มีอาการป่วยลงได้ถึง 4 วัน

“ยาตัวนี้ต้องใช้ระยะแรก ๆ ของการติดเชื้อ ไม่แนะใช้ในช่วงที่ช้าไปแล้ว ไม่เกิน 10 วัน หรือ 2-3 สัปดาห์” ผศ.นพ.โอภาสกล่าว

ซึ่งในประเทศไทยจะใช้ยานี้ในผู้ป่วยกลุ่มสีเหลืองและกลุ่มสีเขียวที่มีความเสี่ยงที่จะมีอาการหนัก นั่นคือกลุ่มผู้ที่ป่วยโรคเรื้อรังอยู่เดิม ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีภาวะอ้วน แต่ในอนาคตจะมีการขยายข้อบ่งชี้ ไปยังกลุ่มผู้ป่วยโรคระบบประสาท คนท้อง และเด็ก

ผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่ได้รับยาแอนติบอดี ค็อกเทลอาจมีอาการข้างเคียงเช่นเดียวกับที่พบจากการฉีดยาอื่น ๆ ได้ เช่นปฏิกิริยาการแพ้แบบรุนแรงและเฉียบพลัน (Anaphylaxis) หรือภาวะภูมิไวเกิน (Hypersensitivity) แต่ก็มีโอกาสน้อยมาก

“นอกจากนี้ ยังมีปัญหาช่องว่างของการฉีดวัคซีนโควิด-19 นั่นคือร่างกายของบางคนอาจตอบสนองต่อวัคซีนได้ไม่ดี ภูมิไม่ขึ้น หรือคนที่ฉีดวัคซีนไม่ได้ด้วยข้อจำกัดต่าง ๆ ช่องว่างตรงนี้ก็จะมียาโมโนโคลนอลแอนติบอดีมาเป็นตัวปิดช่องว่าง” ผศ.นพ.โอภาสกล่าว

ศ.นพ.นิธิ เน้นย้ำว่า บทบาทของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลที่สามารถดำเนินการต่าง ๆ ได้คล่องตัวรวดเร็ว และจะยังคงช่วยเหลือประเทศ ประสานทุกหน่วยงาน เพื่อนำชีวิตปกติกลับคือสู่ประชาชนให้ได้ในเร็ววัน

สำหรับประเทศไทย นอกจากโมโนโคลนอลแอนติบอดีที่ทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จะเป็นผู้จัดหานำเข้ามาหลังจากนี้แล้ว ก่อนหน้านี้ช่วงกลางเดือน ส.ค. ก็เคยได้รับบริจาคค็อกเทลระหว่าง คาซิริวิแมบ (Casirivimab) และอิมเดวิแมบ (Imdevimab) มีชื่อว่า “รีเจนคอฟ (REGEN-COV)” จากบริษัทรีเจเนรอน (Regeneron) จำนวน 1,000-2,000 ชุดจากเยอรมนีมาก่อนแล้ว

ยาแอนติบอดีค็อกเทลนี้ได้รับการอนุมัติให้ใช้ในกรณีฉุกเฉินจากคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) แล้ว และขึ้นทะเบียน อย. ในประเทศไทยแล้ว สำหรับการจัดเก็บรักษาต้องอยู่ที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส โดยยาล็อตที่ไทยได้รับบริจาคมาจะหมดอายุในวันที่ 31 ธ.ค. 2565

ภาพจาก Getty Image / Shutterstock

ทุบสถิติ โควิด-19 คร่าชีวิตชาวมะกันมากกว่า “ไข้หวัดใหญ่สเปน” แล้ว

"ศิริราช" เปิดผลการศึกษาตัวเลขภูมิคุ้มกัน จากการฉีดวัคซีนโควิด-19 สูตรไขว้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...