โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

5 เทคนิคเรียนภาษาญี่ปุ่น สำหรับมือใหม่อยากเริ่มเรียนภาษา

Campus Star

เผยแพร่ 26 ต.ค. 2561 เวลา 11.07 น.
5 เทคนิคเรียนภาษาญี่ปุ่น สำหรับคนที่กำลังเริ่มหัดเรียนภาษาญี่ปุ่นแล้วไม่รู้ว่าควรเริ่มจากตรงไหนดี เทคนิคในวันนี้จะช่วยให้สามารถเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

5 เทคนิคเรียนภาษาญี่ปุ่น – สำหรับคนที่กำลังเริ่มหัดเรียนภาษาญี่ปุ่นแล้วไม่รู้ว่าควรเริ่มจากตรงไหนดี เรามีวิธีดีๆ มาแชร์ให้กับทุกคน ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้ผู้ที่เริ่มเรียนสามารถเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นได้เร็วขึ้น และช่วยให้จดจำคำศัพท์ได้มากขึ้น แถมยังทำได้ง่ายๆ อีกด้วยค่ะ

5 เทคนิคเรียนภาษาญี่ปุ่น สำหรับมือใหม่

เทคนิคในการเรียนที่เราจะมาแชร์กันในวันนี้จะเป็นวิธีที่ฝึกได้เรื่อยๆ เป็นการเพิ่มความรู้ในทุกทักษะตั้งแต่ ฟัง พูด อ่าน เขียน ส่วนจะลำดับการฝึกอย่างไรก็แล้วแต่สะดวก แต่ถ้าหากให้แนะนำก็ควรเริ่มจากการ ฟัง ก่อนแล้วค่อยฝึก พูด อ่าน เขียน ตามลำดับ เพราะตามหลักวิธีการเรียนรู้ภาษาของคนก็เริ่มจาก แม่พูดให้เราฟังก่อน เราก็เริ่มหัดพูดตาม พอพูดได้ถึงจะเริ่มเรียนวิธีการเขียนการอ่าน และสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเรียนภาษาคือต้องหมั่นฝึกฝนเป็นประจำ!!

การดูหนัง หรือฟังเพลงภาษาญี่ปุ่น จะช่วยให้หูของเราคุ้นชินกับภาษาที่สามที่เราไม่รู้จักได้มากขึ้น เราก็จะค่อยๆ ซึมซับคำศัพท์ต่างๆ ที่อยู่ในเพลงหรือหนังไปโดยไม่รู้ตัว ทำให้เราสามารถจำคำศัพ์และประโยคที่คนนิยมนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น นอกจากนี้อาจจะดูเป็นการ์ตูนก็ได้ หรือใครที่พอมีความรู้ภาษาญี่ปุ่นอยู่แล้ว และอยากฝึกทักษะการฟังช่องข่าวภาษาญี่ปุ่นก็จะมีหมวดข่าวที่เข้าใจได้ง่ายให้เราเปิดฟัง หรือจะดูโฆษณาญี่ปุ่นเอาก็ได้ค่ะ

2. ทำความรู้จักกับตัวอักษร

หลังจากที่เรามีคลังคำศัพท์ในเบื้องต้นจากการฟังแล้ว ก็ลองมาเรียนรู้ทักษะการอ่าน ด้วยการรู้จักตัวอักษรก่อนเป็นอันดับแรก โดยตัวอักษรภาษาญี่ปุ่นจะมีทั้งหมด 3 ชุดด้วยกันคือตัว ฮิรางานะ, คาตาคานะ และคันจิ แต่ในเบื้องต้นตัวอักษรที่ควรจำได้คือ ตัวฮิรางานะ และคาตาคานะ เมื่อพอเราจำตัวอักษรทั้งสองชุดนี้ได้ ก็จะเริ่มอ่านคำศัพท์แต่ละคำออก เราก็จะมีกำลังใจในการเรียนรู้ต่อไป

3. จดจำเป็นรูปภาพ

ภาษาญี่ปุ่นนั้นมีตัวอักษรหลายแบบ และแต่ละแบบก็มีจำนวนตัวอักษรที่ต้องจำค่อนข้างมาก สิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้เราจดจำชุดตัวอักษรพวกนี้ได้ง่ายขึ้นคือการจะเป็นรูปภาพ เช่น  な ตัวฮิรางานะตัวนี้อ่านว่า นะ ถ้าทุกคนจะสังเกตดีๆ ก็จะเห็นเป็นลักษณะตาขีด 2 ข้างกับจมูกกลม 1 อัน เหมือนกับหน้าคน ซึ่งคำว่า หน้า ก็มีเสียงใกล้เคียงกับคำว่า นะ เราก็จะจำวิธีอ่านตัวอักษรตัวนี้ได้แบบไม่ลืมกันเลยทีเดียว

4. พกสมุดคำศัพท์

คำศัพท์ญี่ปุ่นนั้นมีจำนวนมากใช่ไหมล่ะคะ? แล้วจะจำยังไงหมด ถ้าต้องให้มานั่งท่องทั้งวันก็คงไม่ไหว เราเลยอยากให้ทุกคนลองจดคำศัพท์ใส่สมุดคำศัพท์กัน แต่ไม่ใช่สมุดคำศัพท์เล่มใหญ่ๆ เหมือนตอนเรียนประถมนะคะ แต่มันจะเป็นสมุดจิ๋วอันเท่าฝ่ามือที่พกพาไปได้ทุกที ถ้าเราจดศัพท์ลงไปวันละคำ 1 ปี เราก็จะรู้ศัพท์ทั้งหมด 365 คำแล้ว และถ้าเราเปิดอ่านศัพท์ที่เราจดไว้ทุกวันในช่วงเวลาสั้นๆ ที่เราต้องนั่งอยู่บรถเมล์ หรือรถไฟฟ้า แค่นี้เราก็จะจำศัพท์ได้เยอะเลย

5. เรียนรู้ผ่านประโยคสนทนาแล้วพูดตาม

นอกจากทักษะการฟัง การอ่านแล้ว ก็ยังมีทักษะการพูดที่เราควรฝึก ซึ่งก่อนหน้านี้เราอ่านภาษาญี่ปุ่นออกแล้ว มีคลังคำศัพท์แล้ว ที่เหลือก็แค่นำสิ่งที่เรามีมาเรียงต่อกันให้เป็นประโยค แต่ทว่ารูปแบบในการเรียงประโยคของแต่ละภาษาก็จะต่างกัน อย่างภาษาไทยจะมีการเรียงประโยคเป็น ประธาน+กริยา+กรรม แต่ในภาษาญี่ปุ่นจะเป็นประธาน+กรรม+กริยา ดังนั้นเพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้น ประกอบกับการอธิบายที่ไม่เป็นวิชาการมากก็อยากแนะนำช่องทางเรียนฟรีอย่าง รายการมาเรียนภาษาญี่ปุ่นกันเถอะ ของ NHK

รายการมาเรียนภาษาญี่ปุ่นกันเถอะ ของ NHK จะเป็นบทเรียนภาษาญี่ปุ่นผ่านบทสนทนาในชีวิตประจำวันที่จะสอนทั้งตัวแกรมม่า คำศัพท์ และการนำประโยคภาษาญี่ปุ่นไปใช้จริง ซึ่งในการฝึกภาษาถ้าเราไม่รู้จะคุยกับใครก็พูดออกเสียงตามบทเรียนนี้ก็ได้ เท่านี้เราก็จะได้ฝึกทักษะภาษาไป 3 ด้านแล้วคือ ฟัง พูด อ่าน แล้วถ้าใครสนใจอยากฝึกการเขียนต่อก็สามารถไปศึกษาต่อได้ไม่ยากแล้ว

ภาพ : Easy Japanese

บทความแนะนำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...