บวชต้นโพธิ์100ปี! เชียงใหม่โวยขยายถนนไม่รักษาสัญญา ทำต้นไม้ริมทางปางตาย
เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่บริเวณต้นโพธิ์ใหญ่ ริมถนนซุปเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่-ลำปาง ฝั่งตรงข้ามโรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เครือข่ายภาคประชาชน ทั้ง หมอต้นไม้อาสาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และออกแบบสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยแม่โจ้, เครือข่ายเขียว สวย หอม และเครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ ร่วมกันประกอบพิธีบวชต้นโพธิ์อายุกว่า 100 ปีซึ่งกำลังถูกขุดย้ายออกไปเพื่อทำการขยายถนนซุปเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่-ลำปาง
โดยการทำพิธีในครั้งนี้เพื่อแสดงออกถึงการคัดค้านการขุดย้ายต้นโพธิ์ รวมทั้งต้นไม้อื่นๆ ตลอดแนวการขยายถนนที่พบว่ามีการดำเนินการอย่างไม่ถูกต้อง และเสี่ยงที่จะทำให้ต้นไม้ทั้งหมดตาย พร้อมเรียกร้องให้แขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 ทบทวนการดำเนินการให้เหมาะสม และเตรียมทำหนังสือร้องเรียนถึงนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมต่อไป
อาจารย์บรรจง สมบูรณ์ชัย หัวหน้าทีมงานหมอต้นไม้อาสา กล่าวว่า สภาพต้นโพธิ์ล่าสุดพบว่าโคนต้นถูกเปิดออก รากแขนงและรากฝอยถูกตัดออกไปเยอะมาก ขณะที่ทรงพุ่มถูกตัดแต่งโดยที่มีบาดแผลเต็มไปหมด ซึ่งถือว่าน่าเป็นห่วงและจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่จะต้องทำให้รากมีความชื้นด้วยการนำวัสดุมาคลุมที่โคนต้นแล้วให้น้ำเพื่อฟื้นฟูระบบรากให้ต้นโพธิ์ จากการสังเกตุพบว่าการจัดการต้นไม้ตามโครงการนี้ ไม่ได้เป็นการล้อมย้ายแต่เป็นการล้มต้นไม้ออกมากกว่า ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเสียดายอย่างมากเพราะต้นไม้มีความสมบูรณ์ดีอยู่แล้ว โดยหากมีความตั้งใจจริงที่จะย้ายไปปลูกที่อื่น มองว่าควรจะทำด้วยวิธีการที่ดีกว่านี้
ด้านดร.วสันต์ จอมภักดี ประธานคณะกรรมการประสานงานอนุรักษ์แม่ปิงและสิ่งแวดล้อม (คอปส.) กล่าว่า ที่ผ่านมาได้มีการประสานงานและให้ข้อเสนอแนะกับแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 อย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินโครงการนี้เป็นไปตามความต้องการของชุมชนและภาคประชาชน รวมถึงการจัดการต้นไม้และรักษาพื้นที่สีเขียวด้วย อย่างไรก็ตามพบว่าเมื่อดำเนินการจริงกลับไม่เป็นไปตามที่ได้พูดคุยตกลงรับปากกันไว้อย่างสุภาพบุรุษ
“ซึ่งจากกรณีต้นโพธิ์ที่เกิดขึ้นในเวลานี้ เห็นว่าถึงเวลาที่จะต้องทวงสัญญาสุภาพบุรุษและยื่นคำขาดให้ทางผอ.แขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 ตอบสนองความต้องการของภาคประชาชนภายใน 7 วัน หากไม่สามารถทำได้ เห็นควรว่าจะต้องมีการขับไล่หรือให้พิจารณาตัวเองย้ายไปอยู่ที่อื่นที่เหมาะสม แล้วให้ผู้อื่นที่มีความเหมาะสมกว่ามาทำหน้าที่แทน เพื่อให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลและสิ่งที่ถูกต้อง”