โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ผลกระทบของ "มลพิษทางอากาศ" ต่อระบบเศรษฐกิจ-คุณภาพชีวิต

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 26 ม.ค. 2562 เวลา 08.28 น.

คอลัมน์ ดุลยธรรม โดย ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต 

ปัญหามลพิษทางอากาศ มลพิษทางน้ำ ปัญหาขยะล้นเมืองและขยะมีพิษ รวมทั้งปัญหาสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ของกรุงเทพฯและปริมณฑล จะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หากไม่ปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศ และไม่มีมาตรการเชิงรุกทั้งระยะสั้นและระยะยาวในการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศและปัญหาสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ จึงขอเสนอแนะแนวทางหรือมาตรการในการแก้ไขปัญหา ดังนี้

มาตรการแรก ยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศต้องเน้นการกระจายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศ ลดการรวมศูนย์ทุกอย่างไว้ที่กรุงเทพฯและปริมณฑล

มาตรการที่ 2 ควบคุมการปล่อยมลพิษจากรถยนต์ โรงงานอุตสาหกรรม และการใช้สารเคมีที่ก่อให้เกิดมลพิษ โดยมีการกำหนดค่ามาตรฐานให้ชัดเจนสำหรับแหล่งปล่อยมลพิษแต่ละประเภท การกำหนดค่ามาตรฐานในการปล่อยมลพิษ หรือการควบคุมการปล่อยมลพิษ วิธีนี้อาจมีจุดอ่อนในแง่ที่ไม่ได้คำนึงถึงความสามารถในการลดมลพิษที่แตกต่างกัน และไม่ได้ปรับเปลี่ยนต้นทุนหน่วยสุดท้ายในการก่อมลพิษ

มาตรการที่ 3 ควรศึกษาแนวทางการจัดเก็บภาษีผู้ก่อมลพิษทางอากาศ แต่ภาษีสิ่งแวดล้อมไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดมลพิษและปกป้องสิ่งแวดล้อม การที่รัฐ

มีรายได้จากภาษีสิ่งแวดล้อมมากนั้นหมายความว่า รัฐนั้นย่อมมีการทำลายสิ่งแวดล้อมมากขึ้นด้วย ดังนั้น รายได้จึงมิใช่เป้าหมายของการจัดเก็บภาษีสิ่งแวดล้อม

โดยหลักการที่สำคัญของการจัดเก็บภาษีสิ่งแวดล้อม คือ หลักการ ผู้ก่อมลพิษต้องเป็นผู้จ่าย (polluter pay principle) กล่าวคือ ผู้ก่อมลพิษทางอากาศ หรือมลพิษใด ๆ ควรเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่าย

ที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ไปในการควบคุม บำบัด และป้องกันมลพิษ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง คือ ต้นทุนของการใช้มาตรการต่าง ๆ ของรัฐในการควบคุมและป้องกันมลพิษ ควรจะสะท้อนออกมาเป็นต้นทุนภายในของการผลิต และการบริโภคสินค้าและบริการที่ก่อให้เกิดมลพิษ

ซึ่งจะทำให้ราคาสินค้าและบริการสะท้อนถึงต้นทุนที่แท้จริง หรือการซื้อขายใบอนุญาตสิทธิในการปล่อยมลพิษ หรือซื้อขายสิทธิในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติก็ได้ หรืออาจใช้ค่าธรรมเนียมการจัดการมลพิษทางอากาศ ภาษีและค่าธรรมเนียมผลิตภัณฑ์ และระบบรับซื้อคืน การวางประกันความเสี่ยงหรือความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม โดยประเทศไทยควรมีการใช้มาตรการทางการคลังเพื่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น

มาตรการที่ 4 สร้างพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้น สร้างสวนสาธารณะเพิ่มขึ้น ปลูกต้นไม้ประเภทที่ช่วยดูดซับมลพิษทางอากาศได้

มาตรการที่ 5 ต้องยกระดับมาตรฐานรถยนต์ให้มีการปล่อยมลพิษลดลง

มาตรการที่ 6 ยกระดับมาตรฐานน้ำมันเป็นยูโร 5

มาตรการที่ 7 สนับสนุนให้มีการใช้รถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าหรือพลังงานสะอาด โดยปรับเปลี่ยนให้รถสาธารณะให้เป็นรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า หรือพลังงานสะอาด

มาตรการที่ 8 เสนอระบบพลังงานไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ช่วยลดปัญหา

สิ่งแวดล้อม พร้อมใช้นโยบายอุตสาหกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม เน้นการเติบโตแบบยั่งยืน

เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น ลดใช้พลังงานจากถ่านหิน หรือพลังงานจากฟอสซิลลง

มาตรการที่ 9 การปรับลดค่าโดยสารขนส่งระบบรางให้ถูกลง และทำให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงการใช้บริการได้

มาตรการที่ 10 ปัญหามลพิษทางอากาศที่รุนแรงขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่รัฐบาลใช้มาตรา 44 ในการแก้ไขผังเมือง ทำให้พื้นที่สีเขียวลดลง ควรทบทวนการใช้มาตรา 44 ในการแก้ไขผังเมือง นอกจากนี้ การใช้มาตรา 44 ในการแก้ไขผังเมืองในพื้นที่ EEC ยังทำให้เกิดปัญหาความไม่สมดุลและปัญหาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย อาจทำให้ปัญหามลพิษทางอากาศแบบมาบตาพุดปะทุขึ้นมาได้อีกในอนาคต

ส่วนมาตรการลดมลพิษทางอากาศที่อาจไปเพิ่มภาระหรือต้นทุนการดำรงชีวิตของประชาชนนั้น อาจต้องมีกองทุนหรือเงินอุดหนุนเพื่อช่วยเหลือ หรือสินเชื่อ

เพื่อสิ่งแวดล้อม เช่น การห้ามไม่ให้รถที่มีการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์วิ่งบนท้องถนน การกำหนดอายุการใช้งานรถยนต์ การห้ามรถยนต์บางประเภทวิ่งเข้าสู่กรุงเทพฯชั้นในในบางช่วงเวลา เป็นต้น

ปัญหามลพิษทางอากาศเป็นปัญหาที่กระทบต่อชีวิตของทุกคน จึงต้องอาศัยความร่วมมือของทุกคนจึงสามารถทำให้แก้ปัญหานี้ได้อย่างยั่งยืน หากรัฐบาลปล่อย

ให้ปัญหามลพิษทางอากาศยืดเยื้อไป

เกินกว่า 2 เดือน จะทำให้ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตรุนแรงมากขึ้น

ในส่วนของผลกระทบทางเศรษฐกิจนั้นอาจสร้างความเสียหายได้มากถึง 5,500 ล้านบาท จากการชะลอตัวลงของการท่องเที่ยวในกรุงเทพฯและปริมณฑล การชะลอตัวลงของกิจกรรมทางเศรษฐกิจกลางแจ้ง และโครงการก่อสร้างต่าง ๆ ค่าใช้จ่ายทางด้านสาธารณสุขเพิ่มขึ้น ค่าเสียโอกาสจากประเด็นทางด้านสุขภาพ

นอกจากนี้ ผู้มีรายได้น้อยและคนจนในกรุงเทพฯจะได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มคนงานก่อสร้าง พ่อค้าแม่ค้าริมถนน หรือผู้ที่ทำงานกลางแจ้งในพื้นที่มลพิษเข้มข้นสูง ตำรวจจราจร พนักงานเก็บขยะ พนักงานทำความสะอาดถนน พนักงานขับรถสาธารณะและกระเป๋ารถเมล์ วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง

คนกลุ่มนี้จำนวนหนึ่งไม่มีเครื่องป้องกันผลกระทบจากมลพิษทางอากาศ และมีสุขภาพย่ำแย่ลง โดยมีผลวิจัยชี้ว่าตำรวจจราจรและกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ปฏิบัติงานริมถนนในกรุงเทพฯ มีอายุขัยเฉลี่ยลดลง

นอกจากนี้ ผู้ที่ต้องเผชิญการจราจรติดขัดที่ต้องอยู่บนท้องถนนเกิน 4 ชั่วโมงต่อวันมีความเสี่ยงต่อสุขภาพเพิ่มขึ้น

มีข้อน่าสังเกตว่า เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมเกี่ยวพันกันมากขึ้นเรื่อย ๆ

งานวิจัยของธนาคารโลกชี้ด้วยว่า ต้นทุนทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือภาวะโลกร้อนที่ไม่มีการแก้ไข สูงถึง 20% ของจีดีพีโลก

รายงานประเมินผลกระทบมลพิษทางอากาศขององค์การอนามัยโลกยังชี้ว่า ทุก ๆ ปีมีประชากรจากทั่วโลกเสียชีวิตจากมลพิษรุนแรงทางอากาศมากกว่า 7 ล้านคน ขณะที่ในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีค่ามลพิษทางอากาศเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 70

โดยเฉพาะเมืองที่มีปัญหาความยากจนจะได้รับผลกระทบจากมลพิษทางอากาศมากที่สุด ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ขณะที่เมืองในยุโรปมีสถานการณ์เรื่องมลพิษทางอากาศดีขึ้นอย่างชัดเจน จากการส่งเสริมให้มีการใช้รถยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ระดับความเป็นประชาธิปไตยของประเทศในสแกนดิเนเวียยังทำให้การลงทุนและการพัฒนาเศรษฐกิจมีคุณภาพสูง คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และไม่ก่อให้เกิดการทำร้ายสุขภาพของประชาชนอีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...