โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ปลูกพืชในโรงเรือนพลาสติก ในเมืองร้อนได้ประโยชน์อย่างไร

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 16 ต.ค. 2563 เวลา 04.57 น. • เผยแพร่ 16 ต.ค. 2563 เวลา 04.08 น.

เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ

ผมมีโอกาสผ่านไปต่างจังหวัด เห็นฟาร์มของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง พื้นที่ดังกล่าวมีสภาพอากาศค่อนข้างร้อน แต่มองเห็นว่ามีโรงเรือนพลาสติก สำหรับใช้เพาะปลูกหลายหลัง ปกติแล้วเคยเห็นในภาพยนตร์ หรือหนังสือพิมพ์ ว่าเขาทำกันส่วนใหญ่อยู่ในเขตหนาว ผมจึงขอถามว่า โรงเรือนพลาสติกของบริษัทนั้นมีประโยชน์หรือจุดเด่นประการใด ขอรบกวนคุณหมอเกษตรช่วยกรุณาอธิบายให้เข้าใจด้วย จักขอบคุณยิ่ง

ขอแสดงความนับถืออย่างสูง

สุรพงษ์ อุ่นสุข

พระนครศรีอยุธยา

ตอบ คุณสุรพงษ์ อุ่นสุข

ปัจจุบัน วิชาการสาขาการเกษตรก้าวหน้าไปมาก ทั้งนี้ การปลูกพืชในโรงเรือนพลาสติก โดยปกตินิยมทำกันในประเทศเขตหนาว เพราะในช่วงฤดูหนาวอากาศหนาวจัด จะทำให้พืชหยุดชะงักการเจริญเติบโต เพราะว่าในธรรมชาติเองต้นไม้ทุกชนิดต้องการอุณหภูมิระหว่าง 20-32 องศาเซลเซียส จึงจะสามารถเจริญเติบโตและสืบเผ่าพันธุ์ตอ่ไปได้ ดังนั้น เกษตรกรในเขตอากาศหนาวต้องอาศัยโรงเรือนพลาสติกเข้ามาช่วยในการเพาะปลูก ประโยชน์ของโรงเรือน วัตถุประสงค์แรกคือต้องการให้อุณหภูมิภายในอบอุ่นกว่าภายนอก หลักการสำคัญในเวลากลางวัน พลังงานความร้อนจากแสงอาทิตย์ที่ส่งมายังโลก ในลักษณะคลื่นสั้น มีพลังทะลุทะลวงสูง ส่องผ่านเข้ามาในโรงเรือนได้สะดวก แต่เมื่อเข้าไปในโรงเรือนแล้วจะถูกวัสดุทึบแสงดูดซับเอาพลังงานความร้อนไว้บางส่วน แล้วคลื่นพลังงานความร้อนถูกเปลี่ยนเป็นคลื่นยาว มีพลังทะลุทะลวงต่ำ การสะท้อนกลับออกไปจากโรงเรือนไม่ได้ทั้งหมด จึงทำให้ภายในโรงเรือนอบอุ่นขึ้นพอเพียงกับความต้องการของพืชที่ปลูก แต่ในเวลากลางคืนไม่มีแสงแดด เกษตรกรจำเป็นต้องเติมความอบอุ่นให้ โดยต้มน้ำให้ร้อนแล้วส่งไอน้ำร้อนผ่านท่อเข้าไปในโรงเรือน เพื่อรักษาอุณหภูมิภายในไว้ระดับ 15-30 องศาเซลเซียส ตั้งแต่หัวค่ำจนถึงรุ่งเช้าของวันถัดไป จะเห็นว่าต้นทุนการผลิตพืชในเขตหนาวมีต้นทุนสูงกว่าเขตร้อน

สำหรับโรงเรือนพลาสติกที่ใช้เพาะปลูกพืชในเขตร้อนบ้านเรา มีวัตถุประสงค์หลายประการ คือ ช่วยป้องกันแมลงศัตรู ไม่ให้เข้ามาทำลาย หรือทำลายน้อยที่สุด ด้วยการทำประตูเข้าและออกเป็น 2 ชั้น อย่างมิดชิด ช่วยรักษาความชื้นและอุณหภูมิ ภายในได้ตามต้องการ เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นพัดลมขนาดใหญ่จะดูดอากาศออกไปยังภายนอกโรงเรือนทันที การปรับปรุงดินและการกำจัดวัชพืชก็ทำได้สะดวก

ทั้งนี้ เนื่องจากการสร้างโรงเรือนมีการลงทุนค่อนข้างสูง จึงต้องเลือกชนิดพืชที่ตลาดต้องการและมีราคาแพง เช่น แตงกวา ฟักทองญี่ปุ่น พริกหยวก และแคนตาลูป เป็นตัวอย่าง

ตามที่คุณสุรพงษ์ เล่ามานั้น บริษัทดังกล่าวกล้าลงทุนสร้างโรงเรือนอย่างดี และเลือกพืชที่มีราคาแพงมาปลูก เพราะบริษัทเขาจัดจำหน่ายเอง เรื่องความเสี่ยงในการผลิตและการตลาดไม่มี ในกรณีของเกษตรกรรายย่อย หากต้องสร้างโรงเรือนที่มีราคาสูง ควรพิจารณาให้ดี เพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ ที่จะตามมาในอนาคต ขอฝากไว้ให้คิดครับ สวัสดี

……………………………………………………………………………………………………………………………………………

ผู้สนใจเข้าร่วมฟังการสัมมนาฟรี โดยผ่านการลงทะเบียน 2 ช่องทาง คือ https://www.eventpassinsight.co/…/regist…/create/ifn/… หรือโทรศัพท์แจ้งความจำนงได้ที่ (02) 580-0021 ต่อ 2335, 2339, 2342 และ 2343 ซึ่งผู้ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมการสัมมนาล่วงหน้า จะได้รับกล้ามะละกอเสียบยอดจากคุณทวีศักดิ์ กลิ่งคง และต้นกล้าดอกดาวเรืองจาก บริษัท East-West seed (ศรแดง) ฟรี

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...