โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นัยจากความหมายของคำว่า “ราษฎร” ภาษาการเมืองในยุคสมัยการปฏิวัติสยาม

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 14 เม.ย. 2565 เวลา 17.46 น. • เผยแพร่ 14 เม.ย. 2565 เวลา 17.46 น.
“ราษฎร” ที่มาชุมนุมกันอย่างคับคั่งที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ในงานพระราชทานรัฐธรรมนูญและฉลอง วันที่ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๕

ในช่วง “รอยต่อ” ระหว่างสมัยรัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์กับสมัยแรกเริ่มรัฐประชาชาติ คำว่า “ราษฎร” หาได้เป็นเพียงคำธรรมดาๆ ที่ใช้เรียกแทนชนชาวสยามเท่านั้น ทั้งนี้คงต้องพิจารณาความหมายในสองระดับ ในระดับแรกเป็นความหมาย “ระดับผิวเผิน” ที่แปลกันตรงๆ ก็หมายถึง ชนชาวสยาม/ไทย ซึ่งคำว่า “ราษฎร” นี้ปัญญาชนแห่งรัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์อย่างสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพก็ได้ใช้ ปะปนกับคำอื่นๆ เช่น “ไพร่บ้านพลเมือง” “ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน” “ประชาชน” [1] เป็นต้น

ในขณะที่ระดับ 2 เป็นความหมาย “ระดับลึก” ที่มีความหมายทางการเมืองแฝงไว้อย่างเข้มข้น โดยคำว่า “ราษฎร” แสดงถึงจิตสำนึกที่ก้าวหน้าของชาวบ้าน คือมีนัยยะบ่งบอกลักษณะทาง “ชนชั้น” ซึ่งตรงข้ามกับคำว่า “พลเมือง” เพราะพลเมืองนับรวมทุกคนในประเทศซึ่งรวมทั้งชนชั้นเจ้านายด้วย แต่คำว่า “ราษฎร” ไม่สามารถนับรวมเจ้านายเข้าไปด้วย [2]

นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ได้นำพาไปสำรวจการใช้ภาษาการเมืองดังกล่าวทั้งในช่วงก่อนการปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475 และภายหลังการปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475 สรุปความได้ว่า

“คำว่า “ราษฎร” คำนี้ได้ใช้อยู่อย่างแพร่หลายในหมู่คนกลุ่มหนึ่งในช่วงก่อนปี พ.ศ. 2475 อย่างเช่น มีหนังสือพิมพ์รายวันชื่อ ราษฎร นายใช้ บัวบูรณ์ เป็นเจ้าของและบรรณาธิการ พิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกในระหว่างปี พ.ศ. 2471-2472

ในหนังสือถวายฎีกาจำนวนมาก ผู้ถวายฎีกาต่างเรียกตัวเองว่า ราษฎร และมีหนังสือพิมพ์บางฉบับเอาข่าวการถวายฎีกามาพิมพ์เผยแพร่ทำให้คำดังกล่าวมีความรู้สึกนึกคิดที่ดูรุนแรงกำกับอยู่

คณะผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองได้เรียกตัวเองตามภาษาของยุคสมัยว่า “คณะราษฎร” และเมื่อมีการยึดอำนาจรัฐเกิดขึ้นแล้ว ตามพระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักรสยาม 27 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ระบุให้เรียกฝ่ายบริหารว่า “กรรมการราษฎร”

เห็นได้ชัดว่าคำว่า “ราษฎร” ซึ่งเป็นคำสามัญดั้งเดิมได้กลายมาเป็นภาษาการเมืองของยุคสมัย…” [3]

คำว่า “ราษฎร” สะท้อนให้เห็นพลังของภาษาการเมืองอย่างเข้มแข็ง แม้แต่สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพที่ครั้งหนึ่งเคยใช้คำดังกล่าว ก็มีปฏิกิริยายอมรับความเป็นภาษาการเมืองของคำนี้ด้วยภายหลังการปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475 จากกรณีที่พระองค์ทรงเลือกขีดฆ่าทั้งคำว่า “ราษฎร” (รวมถึงคำว่า “ประชาชน”) ออกจากร่างพระนิพนธ์เรื่องการฟ้อนรำของไทย แล้วเปลี่ยนเป็นคำว่า “ชนชาติไทย” แทน บางแห่งที่จำเป็นต้องระบุว่าเป็นการฟ้อนรำของประชาชน ก็จะทรงเลือกที่จะใช้คำว่า “ประชุมชน” และ “ชาวนา” แทน [4]

กล่าวได้ว่าการที่พระองค์ปฏิเสธและหลีกเลี่ยงการที่จะใช้คำดังกล่าว อีกด้านหนึ่งก็คือการยอมรับถึงพลังอำนาจทางภาษาคำว่า “ราษฎร” โดยปริยาย…

หมายเหตุ : คัดเนื้อหาส่วนหนึ่งจากบทความ “ฝูงชนในเหตุการณ์ปฏิวัติสยาม 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475” เขียนโดย ศราวุฒิ วิสาพรม ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับมิถุนายน 2557

เชิงอรรถ :

[1] สายชล สัตยานุรักษ์. สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ การสร้างอัตลักษณ์ “เมืองไทย” และ “ชั้น” ของชาวสยาม. (กรุงเทพฯ : มติชน, 2546), หน้า 238

[2] นครินทร์ เมฆไตรรัตน์. การปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475, พิมพ์ครั้งที่ 5. (กรุงเทพฯ : ฟ้าเดียวกัน, 2553), หน้า 169

[3] เรื่องเดียวกัน, หน้า 221-222

[4] สายชล สัตยานุรักษ์. สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ การสร้างอัตลักษณ์ “เมืองไทย” และ “ชั้น” ของชาวสยาม., หน้า 233 – 234

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 27 มิถุนายน 2562

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...