โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

5 รอบ ประชาพิจารณ์ แผนพัฒนาผลิตไฟฟ้า PDP 2018

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 06 ม.ค. 2562 เวลา 17.48 น.

หลังจากประชาพิจารณ์รับฟังความเห็น “ร่างแผนการพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP 2018 (2561-2580)” ผ่านไป 5 ครั้ง ล่าสุดสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เตรียมเสนอแผน PDP ฉบับปรับปรุงแก้ไขหลังประชาพิจารณ์เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในวันที่ 7 มกราคม 2562 

ภาพรวมการผลิตไฟฟ้า

ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยมีกำลังการผลิตไฟฟ้าที่ 55,117 เมกะวัตต์ (MW) ต่อปี แบ่งเป็นการผลิตโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สัดส่วน 29%, โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ (IPP) 27%, โรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) 15%, การนำเข้าจากต่างประเทศ (สปป.ลาว) 7%, โรงไฟฟ้าขนาดจิ๋ว (VSPP) 7% และ ISP ผู้ที่ผลิตไฟเองใช้เอง เช่น ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปที่เริ่มจะมีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้น โดยในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ก.ย.) มีการผลิตไฟฟ้า 61,719 MW หรือเพิ่มขึ้น 2.2% แบ่งเป็น กฟผ. 27%, IPP 24%, SPP 20% ถ้าจะแบ่งตามสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงจะเป็นโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 58%, ลิกไนต์ 18%, นำเข้า 11% และพลังงานหมุนเวียน 10% ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนให้สอดรับกับสถานการณ์ด้านพลังงานในปัจจุบัน

5 จุดเปลี่ยน PDP 2018

อย่างไรก็ตาม แผน PDP ฉบับใหม่มีข้อแตกต่างไปจากแผน PDP ฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน 5 ประการ คือ 1) การบริหารจัดการไฟฟ้าแบบรายภูมิภาค จากเดิมที่จะมองแบบภาพรวมของประเทศโดยอาศัยค่าเฉลี่ยการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (peak) ของ 3 การไฟฟ้าฯ (กฟผ.-กฟน.-กฟภ.) 2) การอนุรักษ์พลังงาน จะพิจารณาจากต้นทุนการอนุรักษ์พลังงานเทียบกับต้นทุนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าและสิ่งแวดล้อม 3) ระบบส่งไฟฟ้า จะพิจารณาเป็นรายภูมิภาค 4) สมดุลการผลิตไฟฟ้ารายภูมิภาค กับการผลิตไฟฟ้าของทั้งประเทศ เน้นให้เกิดความมั่นคงระดับในประเทศก่อน และ 5) การเปลี่ยนระบบจากการคำนวณจากกำลังการผลิตไฟฟ้าที่พึ่งพาได้ (reserve margin) 15% เปลี่ยนมาเป็นกำลังการผลิตที่เชื่อถือได้ (reliable capacity) 85% ของกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา

ไฮไลต์ความเห็นแก้ PDP

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” ได้ประมวล “ไฮไลต์” การเสนอความเห็นต่อ PDP จากเวทีประชาพิจารณ์ออกมาได้ข้อสรุปว่า ในภาพรวมสิ่งที่สังคมคาดหวังต้องการให้แผน PDP เกิดจากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและให้ประโยชน์ต่อประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้า

แต่ก็มี 10 ประเด็นที่น่าสนใจจากเวทีนี้ด้วย ได้แก่ 1) ข้อเสนอให้ควรบรรจุเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินในแผนใหม่ เพราะต้นทุนต่ำและเทคโนโลยีที่พัฒนาสูงขึ้น ทั้ง ๆ ที่โรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นเรื่องขัดแย้งในพื้นที่มาโดยตลอด 2) ควรนำพลังงานนิวเคลียร์มาใช้เพื่อให้เกิดความมั่นคงในระยะยาว เสนอให้มาใช้กับพื้นที่ที่มีความต้องการใช้ไฟสูงอย่างกรุงเทพฯหรือพื้นที่เศรษฐกิจ ซึ่งยังเป็นประเด็นที่มีการหยิบยกขึ้นมาพูดด้วย

3) ควรพิจารณาประเภทโรงไฟฟ้าที่หลากหลายให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่และเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตแต่ละพื้นที่ เช่น ภาคใต้ ไม่เหมาะที่จะติดตั้งโซลาร์เซลล์เพราะมีฝนตกชุกทั้งปี 4) พลังงานทางเลือก/พลังงานทดแทน มีข้อเสนอว่าควรเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทนในรูปแบบต่าง ๆ ให้มากขึ้น และมีแนวทางในการเปิดเสรีพลังงานทางเลือกที่ชัดเจน/แนวทางการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนที่ชัดเจน และมีตัวอย่าง best practice โรงไฟฟ้าขยะเพื่อลดความขัดแย้ง หรือพิจารณาพื้นที่ใหม่ ๆ เช่น จ.ภูเก็ต จ.สงขลา 5) ควรส่งเสริมให้มี “โซลาร์รูฟท็อป” ทุกครัวเรือน และมีแนวทางการรับซื้อไฟคืนที่ชัดเจน

6) เรื่องการแข่งขัน/ผลประโยชน์ทับซ้อน มีการเสนอว่าควรมีแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการให้ กฟผ.มาแข่งขันกับภาคเอกชนอย่างชัดเจน เนื่องจาก กฟผ.มี พ.ร.บ.ควบคุมและกำกับดูแลหน่วยงานที่อาจจะทำให้ กฟผ.เสียเปรียบหากต้องมาแข่งกับเอกชน หรือเสนอให้สร้างอาคารสำนักงานของกระทรวงพลังงานไม่ควรให้เช่าพื้นที่จาก ปตท.เพื่อป้องกันปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน 7) เรื่องพลังงานอนาคตมีข้อเสนอว่า ควรจะมีการพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าหากมีรถยนต์ไฟฟ้า และควรส่งเสริมการพัฒนาการผลิตแบตเตอรี่เพื่อเก็บพลังงานไฟฟ้าภายในประเทศ และการเพิ่มความยืดหยุ่นในระบบสายส่ง (grid flexibility) ตลอดจนการส่งเสริมการสร้างฐานข้อมูลโดยใช้ big data ด้วย

8) ประเด็นสิ่งแวดล้อมมีข้อเสนอว่า ควรมีแนวทางป้องกันและแก้ไขผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน โดยเฉพาะมีมาตรการทางกฎหมายดูแลผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกสู่บรรยากาศ 9) รูปแบบการลงทุนโรงไฟฟ้า/แนวทางการบริหาร มีการเสนอให้มีการส่งเสริมการร่วมทุนระหว่าง 3 การไฟฟ้ากับภาคเอกชน กรณีที่ 3 การไฟฟ้าไม่สามารถลงทุนด้วยตนเองได้ทั้งหมด และการให้สิทธิประโยชน์ประชาชนจากการมาตั้งโรงไฟฟ้า

พร้อมกับข้อเสนอควรมีแนวทางจัดการระบบ cogeneration ให้ชัดเจนว่า สามารถดำเนินการได้เฉพาะในเขตนิคมอุตสาหกรรมหรือนอกเขตประกอบการอุตสาหกรรมได้ และ 10) เสนอให้เตรียมโรงไฟฟ้าเพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าในภาคตะวันออกที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากโครงการการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ (EEC) ด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...