โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แนะนำมหาวิทยาลัยต่างประเทศ สำหรับคนที่อยากเรียนสายนิเทศศาสตร์

Campus Star

เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2561 เวลา 04.20 น.
แนะนำมหาวิทยาลัยต่างประเทศ สำหรับคนที่อยากเรียนสายนิเทศศาสตร์ - เราคัดมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกมาเป็นตัวเลือกให้กับผู้ที่สนใจเรียนเกี่ยวกับงานสื่อสารมวลชน

คณะนิเทศศาสตร์ก็เป็น 1 ในคณะที่หลายคนอยากเข้าเรียน ซึ่งผู้ที่ตัดสินใจเลือกเรียนนิเทศนั้นอาจจะมีทั้งคนที่มีเป้าหมายอยู่แล้วว่า สนใจเรื่องไหน อยากเรียนเรื่องใดเป็นพิเศษ กับมีเด็กอีกกลุ่มหนึ่งที่สนใจงานด้านการสื่อสาร แต่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกเรียนอะไรดี

แนะนำมหาวิทยาลัยต่างประเทศ สำหรับคนที่อยากเรียนนิเทศ

สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองสนใจด้านไหน อาจจะยากเสียหน่อยในการเลือกสาขาวิชาเรียนที่อยากเรียนจริงๆ แต่ใครที่เลือกได้แล้ว พอเข้าไปเรียนจริงๆ ก็อาจจะเปลี่ยนใจก็ได้ ดังนั้นวันนี้เราก็เลยมีหลักสูตรเรียนนิเทศต่อในระดับปริญญาโทมาฝากกัน เพราะอย่างน้อยในระดับปริญญาตรี เราจะได้ลองค้นหาตัวเองก่อนว่าชอบอะไรกันแน่ หรือถ้าใครมีเป้าหมายชัดเจนแล้วว่าอยากเรียนสาขาไหน ก็ไปเรียนให้ตรงกับความชอบตั้งแต่ระดับปริญญาตรีเลยก็ได

เลือกมหาวิทยาลัยให้ตรงกับความสนใจ

ในการเรียนนิเทศ อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่า เป็นคณะที่มีวิชาให้เลือกเรียนหลากหลาย แล้วแต่ความชอบของผู้เรียนว่าชอบแขนงไหน วันนี้เราเลยคัดมหาวิทยาลัยดังของต่างประเทศมาเป็นตัวเลือกให้กับผู้ที่สนใจเรียนต่อเฉพาะด้าน ในงานสายสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพ การผลิตภาพยนตร์ รายการทีวี ฯลฯ เราลองมาดูมาดูกันดีกว่าว่ามหาวิทยาลัยที่ทำการเลือกจากระดับท็อปๆ มาแล้วนั้น จะมีที่ไหนกันบ้าง

มหาวิทยาลัยที่มีจุดเด่นด้านการถ่ายภาพ

ภาพ : dentistrytoday

New York University 

ผู้ที่มาเรียนถ่ายภาพที่นี่จะได้เรียนรู้วิธีการมอง วิธีการคิด และสร้างสรรค์ผลงานออกมา และที่ New York University ก็ยังเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงด้านศิลปะอีกด้วย โปรแกรมการเรียนการสอนของที่นี่จะมุ่งเน้นหลักสูตรการสอนพื้นฐานศิลปะภาพถ่ายที่เข้มข้น อีกทั้งยังสอนการถ่ายภาพหลากหลากโหมดทั้งแบบ analog และดิจิตอล

ในการเรียนจะมีอาจารย์ที่ปรึกษาคอยติดตามผลงาน และออกแบบโปรแกรมการสอนอย่างเข้มข้น เพิ่มความท้าทาย เพิ่มขีดจำกัดความสามารถในการคิดออกแบบ และเทคนิคการถ่ายภาพให้พัฒนามากยิ่งขึ้น นักเรียนที่เรียนภาพถ่ายจากที่นี่ไป จะกลายเป็นช่างภาพของนิตยสาร หนังสือพิมพ์ได้ สามารถทำงานในพิพิฒภัณฑ์ และชุมชนศิลปะได้ อีกทั้งยังประกอบอาชีพเป็นช่างภาพ, คนทำหนัง หรือจะทำงานเป็นกราฟฟิกดีไซนเนอร์ก็ได้

ค่าใช้จ่ายในการเรียนแต่ละเทอมจะขึ้นอยู่กับหน่วยกิตที่เรียน ถ้าเป็นช่วง summerของปี 2019 จะเสียค่าหน่วยกิตละประมาณ 2,000 ดอลล่าสหรัฐ (หรือประมาณ 65,307 บาทไทย)

มหาวิทยาลัยที่มีจุดเด่นด้านด้านโฆษณา

ภาพ : thedrum

De Montfort University

การเรียนโฆษณาที่นี่ ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ ทำความเข้าใจแบบเจาะลึกถึงการสื่อสารการตลาด การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย การคิดแผนโฆษณา การคิดและการจัดกิจกรรมทางการตลาด และได้เรียนรู้ที่จะพัฒนาวิธีการสื่อสารให้ครอบคลุมทั้งการวางแผนสื่อแบบดั่งเดิม อย่างสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ และสื่อใหม่อย่างสื่อดิจิตอล

และทางมหาวิทยาลัยก็มีผู้ช่วย และศาสตราจารย์ที่เชี่ยวชาญด้ายการตลาด ที่จะช่วยเป็นที่ปรึกษาให้โปรเจกต์ออกมามีคุณภาพสูง และด้วยประสบการณ์การทำงานทีผ่านงานมากมากมายจนเป็นผู้เชี่ยวชาญก็จะช่วยสนับสนุนให้ความรู้กับผู้เรียนให้ได้ความรู้ และเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากอาจารย์ที่มีความชำนาญด้านการตลาดได้เป็นอย่างดี เพื่อที่จบไปแล้วจะสามารถนำความรู้นี้ไปทำงาน ประกอบอาชีพ

ค่าใช้จ่ายในการเรียนจะอยู่ที่ 9,250 ปอนด์ ( หรือประมาณ 381,598 บาท)

De Montfort University เป็นเพียง 1 ในมหาวิทยาลัยที่เราคัดเลือกมาเท่านั้น และเมื่อดูจากโครงสร้างหลักสูตรแล้ว การเรียนโฆษณาที่นี่จะโดดเด่นด้าน media planer หรือด้านการวางแผนโฆษณากับความรู้ทางด้านการตลาดเป็นหลัก แต่ถ้าใครอยากเน้นสาย Creative อาจจะลองหามหาวิทยาลัยอื่นที่มีหลักสูตรด้านการคิด สร้างสรรค์โฆษณาที่โดดเด่นแทน

มหาวิทยาลัยที่มีจุดเด่นด้านภาพยนตร์

ภาพ : spletnik

American Film Institute

สถาบันที่มีชื่อเสียง และมีบทบาทต่อวงการภาพยนตร์ของสหรัฐอเมริกา ที่แห่งนี้ได้เป็นสถานที่ที่มีบทบาทในด้านการเก็บรักษาประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ของอเมริกาที่เริ่มบันทึกเมื่อ 100 ปีที่ผ่านมา และสถาบันแห่งนี้ก็ยังเป็นที่ให้ความรู้กับคนรุ่นใหม่ๆ ในการผลิตภาพยนตร์ออกมา ตัวอย่างศิษย์เก่าของ American Film Institute ที่ได้สร้างชื่อในวงการภาพยนตร์ก็เช่น Darren Aronofsky, Patty Jenkins, Janusz Kamiński, Heidi Levitt, Matthew Libatique, David Lynch, Terrence Malick, Wally Pfister, Robert Richardson, Ed Zwick ฯลฯ

ทางสถาบันจะมีการเปิดหลักสูตรปริญญาโท 2 ปี เพื่อเรียนรู้การถ่ายหนัง การกำกับ การตัดต่อ การเขียนบทภาพยนตร์ แต่ละอย่างจะต้องกรอกใบสมัครแยกกัน ว่าเราจะลงเรียนอะไร จะลงเรียนตัดต่อ ถ่ายหนัง หรือเขียนบท ค่าใช้จ่ายในการเรียนจะอยู่ที่ 38,416  ดอลล่าสหรัฐ (ประมาณ 1,251,408 บาท) ในปีแรก และ 37,112 ดอลล่าสหรัฐ (ประมาณ 1,208,930บาท ) ในปีที่สอง แต่ที่นี่สามารถขอทุนเพื่อลดค่าเรียนได้นะ ใครสนใจลองทำเรื่องขอทุนได้

สำหรับการเรียนผลิตหนังก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมของผู้เรียนเช่นกัน สไตล์การผลิตหนังของแต่ละที่ก็จะไม่เหมือนกัน ถ้าเป็นคนที่ชอบดูหนังก็จะรู้ว่าหนังมีทั้งแนว mass ที่คนทั่วๆ ไปดูกัน กับหนังแนวอินดี้ที่เจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม ดังนั้นเวลาเราจะเลือกเรียนภาพยนตร์ที่ไหน ให้เลือกที่ตรงกับสไตล์ในการดูหนังของเราด้วย แต่ถ้าใครอยากลองผลิตหนังได้หลากหลายรูปแบบก็ไม่ต้องซีเรียส เลือกเรียนในสถาบันชั้นนำที่ต้องการเรียนได้เลย

มหาวิทยาลัยที่มีจุดเด่นด้านโทรทัศน์ Broadcast

ภาพ : pinterest

Emerson College

มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีชื่อเสียงในด้านสื่อวิทยุ โทรทศน์ หรือใดๆ ก็ตามที่เกี่ยวข้องกับการกระจายภาพและเสียง การันตีโดย รางวัลสถานีวิทยุมหาวิทยาลัยยอดเยี่ยมจากสมาพันธ์สื่อสารวมลชนระดับนักศึกษา และยังได้รับรางวัลสถานีโทรทัศน์มหาวิทยาลัยยอดเยี่ยมจาก  WEBN-TV อีกด้วย ผู้ที่เรียนที่นี่จะได้ฝึกการทำงานผลิตรายการจริง ได้ฝึกฝนพัฒนาทักษะ และเทคนิคต่างๆ ในการผลิตรายการโทรทัศน์ และวิทยุ ซึ่งสิ่งที่ผู้มาเรียนจะได้ทำแน่ๆ คือประกาสข่าว, จัดรายการวิทยุ , ทำรายการออกอากาศ

ค่าเรียนรายปีจะอยู่ที่ประมาณ 46,016 ดอลล่าสหรัฐ (ประมาณ 1,499,148 บาท)

มหาวิทยาลัยที่มีจุดเด่นด้านวารสาร

ภาพ : therockgroup

University of Amsterdam

หลักสูตรปริญญาโทด้านวารสารศาสตร์ เป็นการเรียนเพื่อฝึกฝน และสร้างความตระหนักรับรู้ให้กับผู้ที่จะจบไปเป็นสื่อสารมวลชน มีความเป็นมืออาชีพ โปรแกรมการเรียนของมหาวิทยาลัยในช่วงปริญญาตรีผู้เรียนจะได้เรียนให้ประเทศ และมหาลัยที่หลากหลาย จะมีการย้ายเมืองที่เรียนให้ตรงกับความสนใจที่เลือก แต่ถ้าใครสนใจจะเป็นเรียนต่อในระดับปริญญาโทเพียงอย่างเดียวก็ได้ เพราะหลักสูตรการเรียนด้านวารสารก็เข้มข้นไม่แพ้กับการเรียนของปริญาตรีเลย ผู้ที่จบมาจะต้องเป็นได้ทั้งนักข่าว นักสื่อสารมวลชนที่ดี อีกทั้งยังมีการเสริมความารู้ความสามารถให้กับผู้เรียนที่จบไปแล้วให้สามารถวิเคราะห์ และรับรู้บทบาทว่าจะทำอย่างไรในฐานะที่เป็นสื่อมวลชน ต่อปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคม ไม่ว่าจะเป็นการเมือง กระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคมต่างๆ เพราะในตอนเรียนผู้เรียนจะเจอกับคำถามที่ชวนให้คิดอย่างเช่น จะจัดการกับการสื่อข่าวอย่างไรในพื้นที่ที่มีคนต่างเชื้อชาติที่หลากหลายมาอยู่รวมกัน, จะนำเสนอข่าวอย่างไรเพื่อเชื่อมโยงโลก และการเมืองท้องถิ่นเข้าด้วยกัน ฯลฯ

ถ้าใครชอบงานสายนักข่าว สายงานสื่อสารมวลชน ก็ลองดูโปรแกรมเรียนที่นี่ได้ อีกอย่างที่ University of Amsterdamมีทุนการศึกษาให้ด้วยนะ ใครสนใจลองดูรายละเอียดการให้ทุนที่เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยได้ มีทุนให้เลือกหลากหลายแบบมากๆ โดยค่าเรียนปกติสำหรับผู้ที่ไม่มีที่อยู่อาศัยในประเทศกลุ่ม EU จะอยู่ที่ประมาณเทอมละ 4,500 ยูโร (หรือประมาณ 167,172 บาท)

มหาวิทยาลัยที่เราเลือกมาทั้งหมดนี้จะเป็นมหาวิทยาลัยต่างประเทศที่มีชื่องเสียงในด้านต่างๆ ซึ่งการไปเรียนก็ต้องใช้ทุนทรัพย์ที่สูงมาก สำหรับใครที่สนใจอยากเรียนนิเทศ แต่บ้านไม่รวยขนาดนั้นก็เลือกเรียนสถาบันที่มีชื่องเสียงของไทยไปก่อนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นนิเทศ จุฬาฯ วารสาร มธ. สื่อสารมวลชน มช. ฯลฯ และถ้าเรียนแล้ว พบว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ชอบจริงๆ ค่อยเก็บเงินไปเรียนต่อปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยต่างประเทศก็ได้นะ

ที่มา : University of Amsterdam , Emerson College , AFI De Montfort University , Tisch

บทความแนะนำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...