iPhone12 เปิดราคา เริ่มต้น 25,900 – 51,900 บาท เทียบสเปค 4 รุ่น เลือกเลย!
The Bangkok Insight
อัพเดต 10 พ.ย. 2563 เวลา 08.11 น. • เผยแพร่ 10 พ.ย. 2563 เวลา 07.15 น. • The Bangkok InsightiPhone12 เปิดราคา เริ่มต้น 25,900 บาท สำหรับ Phone12 mini รุ่นความจุ 64GB และราคาสูงสุด iPhone12 Pro Max ที่ 51,900 บาท ความจุสูงสุด 512GB
หลังจาก แอปเปิล ประกาศวางจำหน่าย iPhone 12 ที่มาพร้อมกัน 4 รุ่นรวด ได้แก่ iPhone 12, 12 mini, 12 Pro และ 12 Pro Max โดย iPhone12 เปิดราคา พร้อมเตรียมวางจำหน่ายพร้อมกันวันที่ 27 พฤศจิกายนนี้ สร้างกระแสความสนใจให้กับสาวกแอปเปิลอย่างมาก โดยเฉพาะการมองหาสเปคที่ตรงกับการใช้งาน และราคาที่เหมาะกับเงินในกระเป๋า
ทั้งนี้ แอปเปิล ได้ประกาศราคา ไอโฟน 12 ทั้ง 4 รุ่นออกมาแล้ว โดยมีระดับราคาดังนี้
iPhone12
รุ่นความจุ 64GB ราคา 29,900 บาท
รุ่นความจุ 128GB ราคา 31,900 บาท
รุ่นความจุ 256GB ราคา 35,900 บาท
iPhone12 mini
รุ่นความจุ 64GB ราคา 25,900 บาท
รุ่นความจุ 128GB ราคา 27,900 บาท
รุ่นความจุ 256GB ราคา 31,900 บาท
iPhone12 Pro
รุ่นความจุ 128GB ราคา 36,900 บาท
รุ่นความจุ 256GB ราคา 40,900 บาท
รุ่นความจุ 512GB ราคา 48,900 บาท
iPhone12 Pro Max
รุ่นความจุ 128GB ราคา 39,900 บาท
รุ่นความจุ 256GB ราคา 43,900 บาท
รุ่นความจุ 512GB ราคา 51,900 บาท
สำหรับคนที่รอคอยเตรียมช้อป เพราะอยากเปลี่ยนมือถือใหม่ เราได้เทียบสเปคทั้ง 4 รุ่น มาไว้ให้แล้ว
ไอโฟน12 หน้าจอ 6.1 นิ้ว และ ไอโฟน12 มินิ
ขนาดหน้าจอ 5.4 นิ้ว ที่ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟน 5G ที่มีขนาดเล็กที่สุด บางที่สุด และเบาที่สุดในโลก ภายในบรรจุเทคโนโลยีของ iPhone 12 ในดีไซน์และขนาดกะทัดรัด พร้อมทั้งออกแบบให้มีพื้นที่หน้าจอเพิ่มมากขึ้นแบบขอบจรดขอบ ตัวเครื่องทำมาจากอลูมิเนียมเกรดเดียวกับที่ใช้ในอุตสหกรรมอวกาศ
นอกจากนี้ หน้าจอยังมีการป้องกันด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่ชื่อว่า Ceramic Shield มีความแข็งแกร่งและทนทานเหนือกระจกทั่วไป เพราะผสมผลึกนาโนเซรามิกลงไปในแมทริกซ์ของกระจก ทนทานต่อการตกกระแทกกับพื้นได้ดีขึ้นถึง 4 เท่า
หน้าจอแบบ Super Retina XDR ที่เป็นหน้าจอทั้งหมดแบบเต็ม ๆ ขยายออกไปสุดขอบ มาพร้อมอัตราส่วนคอนทราสต์ที่ 2,000,000 : 1 เพื่อแสดงสีดำที่เป็นสีดำสนิท และเพื่อประสบการณ์การชมคอนเทนต์แบบ HDR ที่สมจริง หน้าจอมีความสว่างสูงสุดสูงกว่า iPhone 11 เกือบ 2 เท่า พร้อมมาตรฐานระดับ IP68 สามารถทนน้ำที่ระดับความลึกไม่เกิน 6 เมตรในระยะเวลาสูงสุด 30 นาที
ภายในมาพร้อมกับชิปประสิทธิภาพสูงอย่าง A14 Bionic ที่ถือเป็นชิปตัวแรกในวงการสมาร์ทโฟน ที่สร้างขึ้นด้วยกระบวนการ 5 นาโนเมตร มาพร้อม CPU และ GPU ที่เประมวลผลภาพถ่ายได้อย่างทรงพลัง และยังคงใช้แบตเตอรี่ได้ยาวนานขึ้น โดยชิป A14 Bionic ยังมี Neural Engine แบบ 16 คอร์ที่เข้ามาช่วยยกระดับการเรียนรู้ของระบบ Machine Learning ด้วยประสิทธิภาพที่สูงขึ้น 80% สามารถประมวลผลได้ถึง 11 ล้านล้านรายการต่อวินาที
สำหรับทั้ง 2 รุ่นนี้ กล้องหลังเป็นแบบคู่ เลนส์ตัวแรกเป็นเลนส์ Wide ที่มาพร้อมรูรับแสง f/1.6 รับแสงได้มากขึ้น 27% และ Deep Fusion ที่ทำงานได้เร็วขึ้น เมื่อใช้โหมดกลางคืนกับการถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อย อีกทั้งยังเก็บรายละเอียดได้มากขึ้น พร้อมนอยซ์ที่ลดลงด้วย Deep Fusion ส่วนเลนส์อีกตัวเป็นเลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล f/2.4 เก็บภาพได้มุมกว้าง 120 องศา
ไอโฟน 12 ยังมาพร้อมกับกล้องตัวแรกที่สามารถถ่ายวิดีโอ HDR ในแบบ Dolby Vision และผู้ใช้งานสามารถถ่าย ตัดต่อ และแชร์วิดีโอคุณภาพระดับโรงหนังบน iPhone ได้ง่าย ๆ
ในส่วนของการชาร์จ เป็นแบบไร้สาย พัฒนามาพร้อมกับนวัตกรรม MagSafe และระบบ ecosystem ของอุปกรณ์เสริมที่ยึดติดเข้ากับ iPhone ได้ง่ายๆ โดยที่ชาร์จ MagSafe จะจ่ายไฟสูงสุดที่ 15 วัตต์
ที่สำคัญกับความใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยออกบรรจุภัณฑ์ของ iPhone 12 ที่มีขนาดเล็กลง และเบาลง ทำให้ประหยัดพื้นที่มากขึ้น และช่วยเพิ่มจำนวนกล่อง ในการจัดส่งได้มากขึ้นถึง 70% ซึ่งกล่องที่เล็กลงนี้ จะมีตัวเครื่องไอโฟน และ สายชาร์จเร็วแบบ USB-C to Lightning มาให้ โดยไม่มีแถมตัวอะแดปเตอร์ชาร์จ และหูฟัง Earpods ให้
iPhone 12 และ iPhone 12 mini มาในดีไซน์อะลูมิเนียม ที่มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ น้ำเงิน เขียว ดำ ขาว และ แดง PRODUCT RED
Phone 12 Pro และ iPhone12 Pro Max
Phone 12 Pro มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 6.1 นิ้ว ส่วน iPhone12 Pro Max มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 6.7 นิ้ว ทั้ง 2 รุ่นใช้หน้าจอแสดงผล Super Retina XDR ที่ออกแบบให้มีพื้นที่หน้าจอเพิ่มขึ้นแบบขอบจรดขอบ เหมือนของ ไอโฟน 12 และ ไอโฟน 12 mini
โดยที่ iPhone12 Pro Max นั้นมีจอภาพที่ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาใน iPhone และมีความละเอียดสูงที่สุดเกือบ 3.5 ล้านพิกเซล ตัวเครื่องทำมาจากวัสดุที่ทนทาน เป็นสแตนเลสสตีลเกรดเดียวกับที่ใช้ในทำเครื่องมือศัลยกรรม
หน้าจอยังมีการป้องกันด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด Ceramic Shield เช่นเดียวกับ iPhone 12 และ iPhone 12 mini ทนน้ำที่ระดับความลึกไม่เกิน 6 เมตรในระยะเวลาสูงสุด 30 นาที ตัวชิป เป็น A14 Bionic รุ่นล่าสุด ที่ทรงพลังมากยิ่งขึ้นกว่ารุ่นก่อน ขณะที่กล้อง มาในคอนเซ็ปต์ Pro Camera มาพร้อมกับกล้องหลัง 3 ตัว ได้แก่ เลนส์ Wide , Ultra Wide และ Telephoto
กล้องใน iPhone 12 Pro จะมาพร้อมกับเลนส์ Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล f/1.6 พร้อมระบบกันสั่น Optical Image Stabilization เลนส์ตัวที่ 2 เป็นเลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล f/2.4 เก็บภาพมุมกว้างได้ถึง 120 องศา และเลนส์ตัวสุดท้ายเป็นเลนส์ Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล f/2.0 สามารถซูมแบบออปติคอลได้ 4 เท่าและซูมแบบดิจิทัลได้ 10 เท่า
ส่วนกล้องหลังของ iPhone12 Pro Max มาพร้อมกับเลนส์ 3 ตัว ที่ยกระดับให้ผู้ใช้สัมผัสประสบการณ์ การใช้กล้องระดับโปร ให้เหนือชั้นขึ้นไป โดยเลนส์ Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล f/1.6 มาพร้อมระบบกันสั่น Optical Image Stabilization มีเซนเซอร์ที่ขนาดใหญ่ขึ้น 47% และพิกเซลขนาด 1.7μm
เลนส์ตัวที่ 2 เป็นเลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล f/2.4 เก็บภาพมุมกว้างได้ถึง 120 องศา และเลนส์ตัวสุดท้ายเป็นเลนส์ Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล f/2.2 สามารถซูมแบบออปติคอลได้ 2.5 เท่า และซูมแบบดิจิทัลได้ 12 เท่า
จุดเด่นของกล้องในรุ่นของ ไอโฟน 12 โปร และ ไอโฟน 12 โปร แม็กซ์ คือ Apple ProRAW ที่เป็นกระบวนการประมวลผลภาพแบบหลายเฟรม และประมวลผลภาพถ่ายด้วยคอมพิวเตอร์ของ Apple ช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมสีสัน รายละเอียด และช่วงไดนามิกได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะบน iPhone หรือใช้แอปแต่งรูปต่างๆ
นอกจากนี้ยังถ่ายวิดีโอที่มีคุณภาพสูงที่สุดในสมาร์ทโฟน และเป็นกล้องตัวแรกและอุปกรณ์ตัวเดียวในโลกที่สามารถมอบประสบการณ์ Dolby Vision ตั้งแต่ต้นจนจบด้วยการบันทึกแบบ HDR สูงสุด 60 fps พร้อมด้วยระบบป้องกันภาพสั่นไหว
สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาเสริมเทคโนโลยีกล้องของ iPhone12 Pro และ 12 Pro Max ก็คือ LiDAR Scanner บบใหม่ ที่ช่วยวัดระยะทางของแสง ให้ข้อมูลความลึกระดับพิกเซลของฉากนั้น เทคโนโลยีนี้จะมอบประสบการณ์ AR ที่ให้ความสมจริงมากยิ่งขึ้น โดยช่วยเรื่องออโตโฟกัสในที่แสงน้อยได้ดีขึ้นถึง 6 เท่า ทำงานร่วมกับ Neural Engine บนชิป A14 Bionic ทำให้ถ่ายภาพบุคคลในโหมดกลางคืนพร้อมเอฟเฟ็กต์โบเก้ที่สวยงามและสมจริง
iPhone12 Pro และ iPhone12 Pro Max มีให้เลือก 4 สี คือ สีกราไฟต์ เงิน ทอง และแปซิฟิกบลู
ไอโฟน 12 ทุกรุ่น จะเริ่ม ขาย ในไทยตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 ที่จะถึงนี้ โดยจะเริ่มเปิดให้สั่งจองล่วงหน้ากับ AIS True Dtac รวมถึงตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- สาวก Apple รอเลย! วางจำหน่าย 'iPhone 12' ในช็อปไทย 27 พ.ย. นี้
- 'ช้อปดีมีคืน ไอโฟน12' หนุน คอปเปอร์ ไวร์ด กระตุ้นยอดขายโค้งสุดท้าย
- 'แอปเปิล' จ่อเลื่อนเปิดตัว 'ไอโฟน 5จี' เหตุ 'โควิด-19' กระทบความต้องการโลก