โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

องคมนตรี ติดตามผลสัมฤทธิ์ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.จันทบุรี “คลองภักดีรำไพ” ช่วยบรรเทาอุทกภัย - อ่างเก็บน้ำคลองศาลทรายฯ แก้ปัญหาภัยแล้ง

สวพ.FM91

อัพเดต 13 ต.ค. 2563 เวลา 05.39 น. • เผยแพร่ 13 ต.ค. 2563 เวลา 05.39 น.

เมื่อวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคกลาง และพลอากาศเอกจอม  รุ่งสว่าง องคมนตรี รองประธานอนุกรรมการฯ พร้อมนายดนุชา สินธวานนท์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่  เพื่อติดตามผลสัมฤทธิ์จากการบริหารจัดการน้ำตามแนวพระราชดำริของโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองจันทบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ คลองภักดีรำไพ  และโครงการอ่างเก็บน้ำคลองศาลทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี
สำหรับโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองจันทบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ คลองภักดีรำไพ  เป็นหนึ่งในโครงการที่เกิดขึ้นจากพระมหากรุณาธิคุณ ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ที่ประสบปัญหาอุทกภัย เนื่องจากมีถนนสามสายขวางกั้นทางน้ำ โดยในปี 2546 สำนักงาน กปร. ได้สนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงานในระยะเร่งด่วน เพื่อลดผลกระทบจากอุทกภัยที่จะมากระทบกับราษฎรในจังหวัดจันทบุรี จากนั้น ได้สนับสนุนงบประมาณในการขุดคลองผันน้ำสายใหม่ซึ่งต่อมา คือ คลองภักดีรำไพ  เพื่อเพิ่มศักยภาพในการผันน้ำไม่ให้ไหลเข้าสู่ตัวเมืองจันทบุรี แต่ไหลออกสู่ทะเล และจากเหตุการณ์ฝนตกหนักจากอิทธิพลของพายุโนอึล ระหว่างวันที่ 18-20 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า คลองภักดีรำไพ สามารถระบายน้ำจากตัวเมืองจันทบุรีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี  นอกจากนี้ โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองจันทบุรีฯ  ยังสามารถป้องกันการรุกล้ำของน้ำเค็มในช่วงฤดูแล้งในบริเวณพื้นที่เมืองจันทบุรี ทำให้มีน้ำจืดใช้ตลอดทั้งปี รวมทั้งยังสามารถเก็บกักน้ำได้ถึง 2,000,000 ลูกบาศก์เมตร ช่วยส่งน้ำให้กับพื้นที่เกษตร และใช้ในกิจกรรมอื่น ๆ โดยมีพื้นที่รับประโยชน์ จำนวน 5,000 ไร่  อีกทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ สถานที่ออกกำลังกายสำหรับชาวจันทบุรีและผู้สนใจทั่วไปอีกด้วย
     จากนั้น องคมนตรีและคณะ ได้เดินทางไปยังโครงการอ่างเก็บน้ำคลองศาลทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลคลองพลู อำเภอเขาคิชฌกูฎ จังหวัดจันทบุรี เพื่อรับฟังบรรยายสรุปผลสัมฤทธิ์ในการบริหารจัดการน้ำในโครงการพัฒนาลุ่มน้ำแม่น้ำจันทบุรีฯ เพื่อช่วยเหลือพื้นที่เกษตรในเขตอำเภอต่าง ๆ ของจังหวัดจันทบุรี ซึ่งมักขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งเป็นประจำทุกปี โดยอ่างเก็บน้ำคลองศาลทราย เป็นหนึ่งในอ่างเก็บน้ำในโครงการพัฒนาลุ่มน้ำแม่น้ำจันทบุรีฯ มีขนาดความจุ ประมาณ  10 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่งน้ำสนับสนุนพื้นที่การเกษตรประมาณ 13,900 ไร่ และสามารถช่วยเหลือพื้นที่ชลประทานตอนบนของอ่างเก็บน้ำ อีกประมาณ 2,185 ไร่
            ด้านนางสาวศิลาพร  ทองรอด หนึ่งในเกษตรผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการอ่างเก็บน้ำคลองศาลทรายฯ กล่าวว่า ตนเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มบริหารการใช้ระบบท่อส่งน้ำบ้านชำตาเรือง จากสมาชิกทั้งหมด 119 ราย ซึ่งใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำฯแห่งนี้  แต่เดิมก่อนมีโครงการพระราชดำริ สภาพพื้นที่มีความแห้งแล้ง น้ำไม่เพียงพอต่อการทำการเกษตร เกษตรกรจึงเลือกปลูกพืชที่ต้องการน้ำน้อย เช่น มันสำปะหลัง เมื่อมีโครงการพระราชดำริสร้างอ่างเก็บน้ำขึ้น เปรียบเสมือนชุบชีวิตใหม่ให้เกษตรกรในพื้นที่แห่งนี้มีน้ำ ทำให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจากที่เคยปลูกมันสำปะหลัง ตอนนี้หันมาปลูกทุเรียน ซึ่งได้ผลตอบแทนสูงกว่ามาก ทำให้คนในครอบครัว บุตรหลาน เด็กๆในชุมชน  เห็นถึงรายได้ที่มั่นคง จึงหันกลับมาสานต่ออาชีพเกษตรกร ไม่ต้องไปหางานทำที่ต่างจังหวัด อยู่เป็นครอบครัวที่พร้อมหน้า และยังมีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มทุเรียนแปลงใหญ่ตำบลคลองพลู เพื่อพัฒนาอาชีพให้เจริญก้าวหน้ามากขึ้น
            เกษตรกรทุกๆคน รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริสร้างอ่างเก็บน้ำคลองศาลทรายแห่งนี้ เปรียบเสมือนท่านได้มามอบน้ำหล่อเลี้ยงชุบชีวิตเกษตรกร ให้มีชีวิตอยู่ต่ออย่างมีคุณภาพ มีความสุข
 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...