โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อะไรบ้าง ... เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันได้ ?

ทันข่าว Today

อัพเดต 21 ต.ค. 2563 เวลา 00.00 น. • เผยแพร่ 21 ต.ค. 2563 เวลา 00.00 น. • ทันข่าว Channel

Highlight

  • ตัวอย่างของทรัพย์สินที่สามารถนำมาใช้ค้ำประกันเพื่อขออนุมัติสินเชื่อได้ที่อาจจะยังไม่รู้

  • หลักทรัพย์ค้ำประกันอะไรบ้างที่ธนาคารสนใจ?

  • มูลค่าของหลักประกัน ไม่กับจำนวนวงเงินสินเชื่อที่ขอไป ทำยังไง?

การวางสินทรัพย์ค้ำประกันให้แก่ผู้ให้กู้ เป็นการสร้างความมั่นใจ และความน่าเชื่อถือของผู้กู้แก่ผู้ให้กู้ เมื่อใดก็ตามที่ผู้ขอสินเชื่อผิดสัญญาในการจ่ายเงินคืน (เงินต้นหรือ Principal และ/หรือ ดอกเบี้ยหรือ Interest) แก่ผู้ให้กู้ ผู้ให้กู้ก็สามารถใช้สิทธิในการยึดทรัพย์สิน (Lien) ที่ผู้กู้ได้ใช้ค้ำประกันเงินกู้ก้อนนั้นเป็นของตนเองได้

ตัวอย่างของทรัพย์สินที่สามารถนำมาใช้ค้ำประกันเพื่อขออนุมัติสินเชื่อได้ที่อาจจะยังไม่รู้ ก็คือ

1. เงินสด หรือสิทธิในบัญชีเงินฝากที่สถาบันการเงิน ได้แก่บัญชีเงินออมทรัพย์ บัญชีเงินฝากประจำ เป็นต้น
2. ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน บัตรเงินฝากที่สถาบันการเงินนั้นออกเพื่อกู้ยืมเงินจากประชาชน
3. หนังสืออาวัลตั๋ว หนังสือค้ำประกันฯ
4. หลักทรัพย์ที่อยู่ในความต้องการของตลาดทั้งหลักทรัพย์ประเภททุน และประเภทหนี้ เช่นหุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ์ หุ้นกู้ ตราสารหนี้ พันธบัตร ที่มีการซื้อขายกันในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์
5. ทองคำ
6. หน่วยลงทุนในกองทุนต่างๆ
7. อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ เช่นที่ดินว่างเปล่า สวนไร่นา อาคารสำนักงาน เป็นต้น
8. อสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัย เช่นบ้าน ทาวน์เฮ้าส์ ห้องชุดคอนโดมิเนียม เป็นต้น
9. อสังหาริมทรัพย์อื่นๆ ที่เปลี่ยนมือได้ เช่นสิทธิการเช่า (ซึ่งบางธนาคารไม่รับ สิทธิการเช่าเป็นหลักประกันแล้วนะครับ ต้องสอบถามกับเจ้าหน้าที่อีกครั้ง)
10. เครื่องจักร
11. ยานพาหนะ เช่นรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เครื่องบิน เป็นต้น
12. สินค้าคงคลัง หรือสินค้าที่กิจการมีไว้ขาย ในกรณีนี้เช่นสินค้าการเกษตรที่สามารถจำนำได้ เป็นต้น
13. สินทรัพย์ทางปัญญา ต้องสามารถจดจำนำหรือนำมาเป็นหลักประกันได้ถูกต้องตามกฎหมาย มีการประเมินมูลค่าได้อย่างน่าเชื่อถือ และสามารถยึดได้ตามกฎหมาย

และอัพเดทที่หลายคนอาจจะตกหล่น หรือไม่ได้ติดตาม ก็คือ ไม้ยืนต้นที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ (ต้นไม้ 58 ชนิด ที่สามารถใช้เป็นหลักทรัพย์ขอสินเชื่อได้)
ต้นไม้ = หลักประกัน

กระทรวงพาณิชย์พิจารณาแล้วเห็นว่า การนำไม้ยืนต้นที่มีมูลค่าสูงมาเป็นหลักประกันทางธุรกิจสามารถกระทำได้ โดยการออกเป็นกฎกระทรวงรองรับ ตามมาตรา 8 (6) แห่งพระราชบัญญัติหลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ.2558 ที่บัญญัติให้หลักประกันได้แก่ ทรัพย์สินอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ให้ไม้ยืนต้นที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ เช่น ต้นไม้ตามบัญชีท้ายกฎหมายว่าด้วยสวนป่า สามารถนำมาเป็นหลักประกันทางธุรกิจได้ ซึ่งจะช่วยให้เอสเอ็มอีไทยเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

เกณฑ์การประเมินราคาต้นไม้

  • ต้องเป็นต้นไม้อายุ 1 ปีขึ้นไป
  • มีลำต้นตรง 2 เมตรขึ้นไป
  • ต้องเป็นต้นไม้ที่ปลูกในที่ดินตนเอง
  • การวัดมูลค่าจะต้องมีกรรมการและสมาชิกธนาคาร อย่างน้อย 3 คนร่วมประเมินมูลค่า
  • ต้นไม้เป็นรายต้นที่ความสูง 1.30 เมตร
  • มีเส้นรอบวงต้น ไม่ต่ำกว่า 3 เซนติเมตร และเปรียบเทียบเส้นรอบวงที่วัดได้กับตารางปริมาณและราคาเนื้อไม้ ที่แบ่งเป็น 4 กลุ่ม เพื่อหามูลค่าต้นไม้ และจะปล่อยกู้ให้ 50% ของราคาประเมินต้นไม้ชนิดนั้นๆ

หลักทรัพย์ค้ำประกันอะไรบ้างที่ธนาคารสนใจ?

  • สภาพคล่องของหลักทรัพย์นั้นว่าเปลี่ยนมือง่าย หรือขายคล่องกลับไปเป็นเงินสดได้สะดวก
  • ธนาคารมองหลักทรัพย์ค้ำประกันเป็นแหล่งคืนเงินกู้แหล่งที่สองรองจากการชำระเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยโดยเงินสดของผู้กู้

วงเงินในการขอสินเชื่อที่มีหลักประกันจะถูกพิจารณาจากมูลค่าตลาด (Market price) ณ เวลานั้น ของทรัพย์สินที่นำมาเป็นหลักประกัน ร่วมกับปัจจัยอื่นๆ เช่น ความสามารถในการผ่อนชำระ หรือระยะเวลาในการผ่อนชำระ เป็นต้น

มูลค่าของหลักประกัน ไม่กับจำนวนวงเงินสินเชื่อที่ขอไป ทำยังไง?

จริงๆ แล้วเรื่องนี้เป็นปัญหาหลักคือ SMEs ส่วนมาก ที่ไม่มีทรัพย์สินสำหรับวางค้ำประกัน หรือทรัพย์สินมีมูลค่าไม่เพียงพอต่อการค้ำประกันในวงเงินที่ต้องการ

ยกตัวอย่าง:

อยากได้วงเงินสินเชื่อ 10 ล้านบาท ขณะที่นำบ้านมาค้ำประกันในมูลค่า 6 ล้านบาท โอกาสไม่ได้… เพราะยังมีหน่วยงานช่วยเหลือเช่น บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย. มาค้ำประกันเพิ่มเติมให้ เดี๋ยวนี้มีหลายโครงการที่ธนาคารร่วมกับ บสย.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...