โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Kintsugi ศิลปะแห่งการซ่อมแซม และการยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบ

ZipEvent

อัพเดต 15 ต.ค. 2563 เวลา 10.15 น. • เผยแพร่ 12 ต.ค. 2563 เวลา 04.10 น. • Patitta Thewet-udom

หากว่าเราทำจานแตกหรือว่าบิ่น พวกเราคงจะไม่ซ่อมแซมและโยนพวกมันทิ้งไป ยิ่งในประเทศไทยของเราที่มีความเชื่อว่าเราจะไม่เก็บของที่มีตำหนิเพราะถือเป็นลางบอกเหตุล่วงหน้าว่าจะเกิดสิ่งไม่ดีขึ้น แต่กลับกันคนญี่ปุ่นก็มีความเชื่อเกี่ยวกับภาชนะที่มีตำหนิอย่าง คินสึงิ (Kintsugi) ที่เป็นศิลปะแห่งการซ่อมแซมภาชนะที่บิ่นแตกด้วยรักทองของชาวญี่ปุ่น เพราะพวกเขาเชื่อว่าถ้วยชามที่บิ่นแตกนั้นไม่ควรทิ้งขว้าง แต่ควรซ่อมแซมด้วยรักทองเพื่อให้พวกมันสามารถนำกลับมาใช้ได้อีกครั้ง

ตำนานที่ถูกเล่าต่อกันมาของจุดเริ่มต้นของศิลปะคินสึงิเกิดขึ้นช่วงศตวรรษที่ 15 ท่านโชกุนอะชิกะงะ โยะชิมะซะ (Ashikaga Yoshimasa) ได้ส่งถ้วยชาใบโปรดที่แตกไปที่ประเทศจีนเพื่อซ่อมแซม เมื่อถ้วยชาใบนั้นได้ส่งกลับมาก็พบว่าได้รับการซ่อมแซมแบบลวกๆ เพียงแค่ใช้ลวดเหล็กยึดไว้ ซึ่งไม่มีความสวยงามและไม่สมกับฐานะของเขาเอาซะเลย ช่างฝีมือของเขาจึงมองหาวิธีซ่อมแซมถ้วยชาให้สวยงามจนกลายเป็น คินสึงิ อย่างที่เราได้เห็นในปัจจุบัน

นอกจากนี้ศิลปะคินสึงึยังสามารถนำมาประยุกต์ออกมาเป็นแนวคิดได้อีกด้วย ซึ่งคล้ายคลึงกับแนวคิดแบบ Wabi-sabi (วาบา ซาบิ) ที่เป็นการใช้ชีวิตแบบไม่สมบูรณ์แบบ เน้นความเรียบง่าย และยอมกับความผิดพลาดของตัวเอง ซึ่งเหมือนกับรอยแตกของภาชนะที่ช่วยสะท้อนให้เราได้เห็นถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้นและยอมรับมัน แล้วเดินหน้าใช้ชีวิตกันต่อไป

🙂

เมื่อความไม่สมบูรณ์ถูกหล่อหลอมรวมเข้ากับแนวคิดของการใช้ชีวิต จนกลายเป็นความสวยงามทางศิลปะอย่าง “คินสึงิ” ที่เรียกได้ว่าเป็นความสวยงามจากความไม่สมบูรณ์ ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้คินสึงิได้ถูกสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน จนหลายๆ คนตกตะกอนความคิดจนสามารถนำไปเป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตได้

kintsugi

แม้ว่าการซ่อมแซมให้สิ่งของภาชนะกลับมาเหมือนเดิมนั้นจะเป็นไปไม่ได้ แต่ในอีกนัยหนึ่งการซ่อมแซมคือการ “คืน” บางสิ่งให้กลับมา และ “เติม” บางอย่างที่จำเป็นเพื่อให้ดำรงอยู่ได้ การซ่อมแซมอาจต้องใช้เวลา ใช้แรงงานเสียยิ่งกว่าการสร้างขึ้นใหม่ ในขณะเดียวกันร่องรอยที่ขาดหายหรือรอยแตกร้าวจากการซ่อมนั้นจะยังคงอยู่  

สุมนัสยา โวหาร ในฐานะนักออกแบบที่ไม่ได้สนใจเพียงการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ให้มีความงาม และสอดคล้องกับการใช้งาน แต่การศึกษาภูมิปัญญาการใช้ยางรัก และเทคนิคคินสึงิ (Kintsugi) ศิลปะการซ่อมภาชนะของญี่ปุ่นที่มีมาแต่โบราณอย่างจริงจังได้ทำให้เธอค้นพบการสร้างสรรค์ที่ไม่ได้เกิดจากการ “สร้าง” แต่มาจากการ “ซ่อม” ที่มีความซับซ้อนไม่ต่างจากการสร้างขึ้นใหม่ การประยุกต์เทคนิคคินสึงิ ค้นหาวิธีการประสานวัสดุที่แตกต่างนั้นทำให้การซ่อมแซมสิ่งของเริ่มเปิดเผยความซับซ้อนของชีวิต สภาวะจิต และการดำรงอยู่   

Rak: an assemble collective คือนิทรรศการเดี่ยวของ สุมนัสยา โวหาร เมื่อการซ่อมแซมสิ่งของได้กลายเป็นงานศิลปะของการผสมผสาน ผู้ชมสามารถสังเกตได้ถึงความละเอียดอ่อนที่ทับซ้อนอยู่บนความหมายของวัตถุแต่ละชนิด สิ่งเหล่านี้แสดงออกมาจนดูราวกับบทสนทนาระหว่างการเดินทางในห้วงเวลาของวัตถุที่เปรียบกับชีวิตของคนเราที่เต็มไปด้วยอุปสรรค ประสบการณ์ ความผิดพลาด การแก้ไข เฉกเช่นสภาพจิตใจของเรานั้นเองที่ยิ่งซ่อมก็กลับยิ่งสมบูรณ์ขึ้นทุกขณะ 

สามารถชมนิทรรศการ Rak: an assemble collective ได้ที่ S.A.C. Subhashok The Arts Centre สุขุมวิท 39

  • Collector’s Lounge ชั้น 1 อาคาร Gallery
  • 10 ตุลาคม – 22 พฤศจิกายน 2563
  • เวลา 10.00 – 18.00 น.
  • เปิดให้เข้าชมทุกวัน (ยกเว้นวันจันทร์)

ไปดูกันว่าความสวยงามที่ไม่สมบูรณ์แบบอย่าง คินสึกิ ที่ สุมนัสยา โวหา ได้ถ่ายทอดผ่านผลงานของเธอเองจะออกมาเป็นอย่างไร ไปเจอกันได้เลยที่นิทรรศการ Rak: an assemble collective ส่วนใครที่ไม่อยากพลาดกับบทความดีๆ แบบนี้ก็อย่างลืมติดตามซิปอีเว้นท์กันไว้ด้วยนะทุกคนน

ฝากติดตามข่าวสารงานอีเว้นท์กับ Zipevent ในช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ตามนี้เลย 

  • Line: @Zipevent (อย่าลืมเติม @ ข้างหน้าด้วยนะคะ) หรือจิ้มไปที่ลิงก์นี้ได้เลย @Zipevent
  • Instagram: @Zipevent
  • Website: www.zipeventapp.com
  • Twitter: @Zipevent
  • Facebook: @Zipevent
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...