โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนุ่มสุดซวย! ถูกหลอกขอเลขบัญชี ใช้โกงเงินคนอื่น

อีจัน

อัพเดต 10 ต.ค. 2563 เวลา 09.33 น. • เผยแพร่ 10 ต.ค. 2563 เวลา 08.46 น. • อีจัน
หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีหนุ่มแกร็บ&#3588…

หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีหนุ่มแกร็บคาร์ เข้าแจ้งความถูกผู้โดยสารหลอกใช้บัญชีโอนเงิน อ้างไม่มีเงินสด ให้เพื่อนโอนจ่ายค่าโดยสาร แต่สุดท้ายกลับถูกใช้บัญชีธนาคารไปหลอกขายพระเครื่องทางออนไลน์ จนภายหลังถูกผู้เสียหายตามทวงเงินคืนกว่า 35,000 บาท ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นหนุ่มแกร็บรายนี้ได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.แม่โจ้ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่

ล่าสุด วันที่ 10 ต.ค.63 เมื่อเวลา 10.00 น. ทีมข่าวอีจันรายงานว่านายณัฐวัฒน์ สายงาม อายุ 26 ปี อาชีพขี่รถจักรยานยนต์บริการไลน์แมนในจังหวัดเชียงใหม่ว่า ถูกมิจฉาชีพหลอกใช้บัญชีธนาคารของตนเองเป็นที่พักเงินจากการหลอกลวงขายสินค้าทางออนไลน์ให้กับผู้เสียหายหลายราย โดยไม่ได้ส่งสินค้าไปให้ลูกค้าจริง จนทำให้ตัวเองถูกผู้เสียหายแจ้งความดำเนินคดีในท้องที่ จ.อุตรดิตถ์ และ จ.พิษณุโลก แล้ว 2คดี เพราะเป็นเจ้าของบัญชีธนาคารที่ผู้เสียหายโอนเงินมาให้

โดยการะบวนการนี้มีขั้นตอนฉาบโฉยง่ายดาย นายณัฐวัฒน์ เล่าว่า เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 63 ที่ผ่านมา มีลูกค้าเรียกใช้บริการผ่านแอพลิเคชัน ให้ไปรับอาหารจากร้านอาหารแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ผู้สั่งแจ้งให้นำอาหารไปส่งให้ลูกน้องที่บริเวณหน้าร้านค้าปลีก แยกหนองควาย อ.หางดง
หลังจากตนเองกดรับงานแล้ว ลูกค้ารายนี้ได้โทรศัพท์มาหา เสียงเป็นชายคล้ายกับผู้สูงอายุ บอกว่าจะขอฝากเงินไปให้กับลูกน้องและจะให้ค่าเสียเวลาเพิ่ม พร้อมขอหมายเลขบัญชี ตนเองจึงบอกไปว่าให้โอนผ่านพร้อมเพย์ แต่ชายคนดังกล่าวอ้างว่าไม่รู้จักพร้อมเพย์ ตนจึงให้หมายเลขบัญชีส่วนตัวไป จากนั้นไม่นานได้มีเงินโอนเข้ามาจำนวน 2,800 บาท ระหว่างทางตนเองจึงแวะถอนเงินออกมาและได้นำไปให้ชายคนหนึ่ง อายุประมาณ 30 - 35 ปี ที่หน้าร้านค้าปลีก บริเวณแยกหนองควาย อ.หางดง ตามที่แจ้งมา โดยหักค่าอาหารและค่าบริการรวม 400 บาท ที่เหลือ 2,400 บาท ได้ส่งมอบให้กับชายคนดังกล่าว

ต่อมาช่วงเย็นวันที่ 12 ก.ค. ชายคนเดิมได้โทรศัพท์มาหาอีก บอกว่าจะจ้างให้ไปรับเนื้อหมูจากลูกน้องบริเวณหน้าค้าปลีกจุดเดิม ให้นำไปส่งในตัวเมือง ครั้งนี้ไม่ได้ใช้บริการผ่านแอพลิเคชันอีก แต่โทรศัพท์มาหาโดยตรง แต่ตนก็ไม่ได้ตกลงรับงาน ปรากฏว่าช่วงค่ำวันเดียวกันกลับมีเงินโอนเข้าบัญชีของตนเองเป็นเงิน 3,340 บาท มาจากเจ้าของบัญชีชื่อ น.ส.สุรภา ชื่อบัญชีเดียวกับที่โอนมาวันแรก ตนเห็นเงินเข้ามา จึงรีบไปถอนเงินออกมาและรีบไปที่หน้าร้านค้าปลีกที่จุดเดิมเพราะกลัวจะมีปัญหา และ ได้พบกับชายคนเดิม ซึ่งชายดังกล่าวอ้างว่าไม่มีเนื้อหมูให้ไปส่ง ตนเองจึงเอาเงินที่โอนมาให้กับชายคนดังกล่าวไป โดยได้รับค่าเสียเวลาเป็นเงิน 340 บาท
จากนั้นวันที่ 14 ก.ค. ชายคนเดิมได้โทรศัพท์มาหาอีก จ้างให้ไปรับพระเครื่องที่ลูกน้องคนเดิมที่จุดเดิม พร้อมโอนเงินมาให้ ฝากเงินไปให้ลูกน้อง 5,700 บาท เมื่อไปถึงชายที่ถูกระบุว่าเป็นลูกน้องได้มอบพระเครื่องให้ 1 องค์ โดยบอกว่าขอฝากไว้ก่อน และ เงินค่าจ้างอีก 250 บาท ขณะที่ตนเองก็ได้ถอนเงินมอบให้ทั้งหมด

หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 14 – 17 ก.ค. ได้มีเงินโอนเข้ามาอีกวันละหลายครั้ง โดยชายดังกล่าวได้ใช้บริการแกร็บเอ๊กซเพรส ให้นำพระเครื่องอีกหลายองค์ให้นำมาฝากไว้ที่ตนเอง และขอให้ตนเองถอนเงินให้มอบกับแกร็บเอ๊กซ์เพรส ทุกครั้งชายดังกล่าวจะให้ค่าเสียเวลาครั้งละ 200-300 โดยอ้างว่าอยู่ต่างจังหวัด หรือ ติดธุระ จึงเริ่มเอะใจว่าไม่ปกติ แต่ก็ยังไม่ได้ดำเนินการอะไร
ต่อมาวันที่ 20 ก.ค. พบว่าบัญชีธนาคารของตนเองใช้งานไม่ได้ จึงติดต่อสอบถามไปที่ธนาคาร ทำให้ทราบว่าบัญชีถูกอายัด เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่มีโทรศัพท์จากผู้เสียหายโทรมาจากจังหวัดพิษณุโลกเพื่อทวงเงินคืน 6,400 บาท ทำให้ทราบความจริงว่าถูกมิจฉาชีพหลอกใช้บัญชีธนาคาร ซึ่งผู้เสียหายบอกว่าได้ติดต่อซื้อโซฟาทางออนไลน์ และ ได้โอนเงินเข้าบัญชีของตนเอง แต่สุดท้ายไม่ได้รับสินค้า จึงเข้าแจ้งความไว้ที่ จ.พิษณุโลก และขอให้ทางธนาคารอายัดบัญชี
นอกจากผู้เสียหายที่จังหวัดพิษณุโลก ยังได้รับการติดต่อจากผู้เสียหายที่จังหวัดอุตรดิตถ์ทวงเงินหลายพันบาท ซึ่งรายนี้ถูกหลอกในลักษณะเดียวกัน ตนเองจึงได้ชี้แจงให้ผู้เสียหายทราบ ก่อนนำหลักฐานการโอนเงินทั้งหมดเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.แม่ปิง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ที่ผ่านมา พร้อมออกติดตามหาเบาะแสคนร้ายด้วยตัวเอง จนได้ภาพชายที่ทำหน้าที่รับเงินจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐานสำคัญ ซึ่งได้นำไปมอบให้กับตำรวจในท้องที่ที่แจ้งความไว้ แต่ก็ได้รับแจ้งว่าไม่มีอำนาจดำเนินการ

นายณัฐวัฒน์ บอกว่า จากการตรวจสอบรายงานเดินบัญชี พบว่าสองวันแรกเงินโอนมาจากคน ๆ เดียวกัน ส่วนหลังจากนั้นมาจากหลายบัญชี รวมทั้งหมด 18 ครั้ง รวมทั้งหมด 50,840 บาท โดยเชื่อว่าทั้งหมดจะโอนมาจากเหยื่อที่ถูกหลอกขายสินค้าและเชื่อว่าหลังจากนี้จะมีผู้เสียหายอีกหลายคนที่เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับตนเอง ทำให้ตอนนี้ตนเองต้องทุกข์ใจอย่างหนัก

ส่วนเหตุที่ออกมาเปิดเผยเรื่องราวกับสื่อมวลชน ก็เพราะต้องการแสดงหลักฐานเพื่อความบริสุทธิ์ใจ และ ขอให้สื่อช่วยแฉพฤติกรรมเป็นอุทาหรณ์เตือนภัยเพื่อนร่วมอาชีพได้รู้เท่าทัน ไม่ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพเพียงเพราะค่าจ้างไม่กี่ร้อยบาท ส่วนในเรื่องคดีที่ถูกแจ้งความ ก็พร้อมจะนำหลักฐานทุกอย่างให้การกับตำรวจ แต่ล่าสุดโชคดีที่ผู้เสียหายเข้าใจไม่ติดใตเอาเรื่องทั้งสองคดี ส่วนหลังจากนี้ก็ต้องลุ้นต่อไป
ด้าน พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ระบุได้รับรายงานถึงพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นในลักษณะนี้แล้ว และ ได้สั่งการให้ทุกโรงพักตรวจสอบข้อมูลเพื่อดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำผิด พร้อมแนะนำผู้ที่ตกเป็นเหยื่อให้เข้าแจ้งความ เพื่อเริ่มต้นการสอบสวนดำเนินคดีตามขั้นตอน

กลโกงง่ายดายอย่าไว้ใจใครง่ายๆ บางทีเราคิดว่าไม่มีอะไร แต่มันอาจทำให้เราเดือดร้อนได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...