'โค้ชหรั่ง' โพสต์ข้อคิดดีๆ ถึงเด็กไทยกว่าจะก้าวมาสู่นักฟุตบอลอาชีพ
‘โค้ชหรั่ง’ โพสต์ข้อคิดดีๆ ถึงเด็กไทยกว่าจะก้าวมาสู่นักฟุตบอลอาชีพ
“โค้ชหรั่ง” นายชาญวิทย์ ผลชีวิน อดีตยอดโค้ชฟุตบอลเมืองไทยที่ปัจจุบันผันตัวเองมาดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวข้อความดังต่อไปนี้
ฟุตบอลอาชีพ ความจริงที่ต่างจากความฝัน ขออนุญาต โม้ไปเรื่อย ส่งข้อความที่ดีๆ น่าคิดให้สังคมครับ
อาชีพที่ปัจจุบันเป็นยากกว่า “วิศวกร” มีคนสนใจจะเป็นมากกว่า “หมอ”
ปัจจุบันมีเด็กๆ และผู้ปกครองให้ความสนใจกีฬาฟุตบอลเป็นจำนวนมาก ทุกคนใฝ่ฝันที่จะเป็นนักฟุตบอลทีมชาติ เป็นนักฟุตบอลอาชีพ มีเงินเดือนหลักแสน ไปเล่นฟุตบอลอาชีพในต่างประเทศได้เงินเดือนแพงๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ได้ง่ายเหมือนที่ทุกคนคิดและฝัน
เส้นทางการเป็นจะเป็นยอดนักฟุตบอล ปัจจุบันมันเป็นพื้นที่ของคนที่ต้องเรียกว่าสุดยอดเท่านั้น
ประเทศไทยมีจำนวนประชากรคร่าวๆ 70 ล้านคน
มีคนทำงานเป็นหมอประมาน35,000 คน,มีวิศวกร 171,340 คน มีตำรวจ 230,000 คน ซึ่งอาชีพกลุ่มนี้เมื่อได้เป็นแล้ว เป็นตลอดจนกว่าจะเกษียณอายุราชการหรือเลิกเป็นด้วยตัวเอง
แต่นักบอลที่จะเป็นระดับทีมชาติมีได้แค่ 30-50 คน เป็นนักฟุตบอลระดับไทยลีก 480 คน เป็นนักฟุตบอลอาชีพระดับรองลงมาอีกประมาน 2,800 คน
ข้อมูลคร่าวๆ มีนักฟุตบอลที่เป็นระดับโรงเรียนทั่วประเทศกว่า 100,000 คน มีนักฟุตบอลลงแข่งขันในรายการกรมพลศึกษา กว่า 4,000 คน ที่สำคัญการได้เล่นในนามตัวแทนสโมสรในรายการไทยแลนด์ยูธลีกอีกกว่า 7,300 คน รวมๆ แล้ว ในระดับเยาวชน มีจำนวนกว่า 120,000 คน ถึง 150,000 คนต่อไป
มีนักฟุตบอลระดับมหาวิทยาลัยที่ไม่เคยเล่นระดับอาชีพอีกกว่า 2,000-3,000 คน ที่รอคอยจะก้าวขึ้นสู่ระดับอาชีพ
หากเรียนจบหมอปีละหลักพันคน แต่จบแล้วได้ทำงานทันที สอบตำรวจได้ ได้ทำงานทันที แต่นักฟุตบอลเล่น เล่นกันปีละหลักแสนคนกัน แต่มีนักฟุตบอลหน้าใหม่ ที่ต้องขึ้นทะเบียนอาชีพในระบบฟุตบอลอาชีพ ปีละไม่ถึง100 คน นอกนั้นอีก2,000 กว่าคน ก็เป็นคนเก่าที่ย้ายทีมไปมา
ทุกคนคิดถึงเงินเดือนหลักแสน ตามสื่อโซเชี่ยล แต่หลายไม่เคยรับรู้เงินเดือนระดับหลักพัน
หลายคนไม่เคยรู้การที่ได้เงินเดือนบ้าง ไม่ได้บ้าง ค้าง 3 เดือน ค้าง 5 เดือน ต้องเอารถไปจำนำ เอาทองไปขาย ไปกู้ยืมเงินช่วงที่ไม่ได้รับเงินเดือน
ไม่เคยรู้ว่ามีนักฟุตบอลบางกลุ่ม ที่ยังต้องฟ้องศาลเพื่อให้ได้เงินเดือนที่ค้างอยู่ แม้จะใช้เวลาหลายปี
มีนักฟุตบอลจำนวนไม่มากเหมือนที่เห็นหรอก ที่จะได้เงินเดือนสูงๆ มีชีวิตที่สบายๆ
กว่าจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพเงินเดือนหลักแสน และทีมชาตินั้น ต้องมีพรสวรรค์, ความสามารถ, ความแข็งแกร่ง, ความอดทนและระเบียบวินัยที่เหนือมากกว่าคนอื่นและที่สำคัญต้องมีโชคเข้าข้างด้วย
วินัยในการฝึกซ้อมและการใช้ชีวิตเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ หากอยากเป็นยอดนักบอลต้องซ้อมมากกกว่าคนอื่น เหนื่อยกว่าคนอื่น เพื่อนซ้อมเสร็จ ต้องซ้อมเพิ่มเติมเพื่อตัวเอง ดูแลร่างกายตัวเองอย่างดี จึงจะแตกต่างจากคนอื่น ถ้าซ้อมหรือใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา คุณก็จะได้เป็นแค่นักฟุตบอลธรรมดาๆ เท่านั้น
เช่นเดียวกันกับชีวิตนอกสนาม การอยู่ในหอพักนักกีฬา มีทั้งเพื่อนดีและเลว หรือการที่ได้ออกจากบ้านมาดูแลตัวเอง มีเรื่องราวมากมายให้ต้องผ่าน มีเพื่อนขึ้ขโมย มียามีเพื่อนชวนเที่ยว มียาเสพติด มีสิ่งไม่ดีมากมาย เราจะเอาตัวรอดจากสิ่งพวกนี้ได้ยังไง ถ้าใจแข็งมุ่งมั่นก็รอด ใจกระจอกก็แพ้ (ซึ่งก็แพ้กันมาเยอะ)
นอกจากในสนาม-นอกสนาม โลกภายนอกก็สำคัญ โซเชียล วันนี้สำคัญมากเป็นดาบสองคม ทัศนคติต่างๆถูกส่งผ่านทางเฟสบุ๊ค นักบอลเก่งๆหลายชีวิตต้องพังเพราะอ่อนไหวไปกับเสียงวิพากย์วิจารณ์บนโลก ออนไลน์บ้าง โพสในสิ่งที่ไม่สมควรบ้าง มันจะเป็นทั้งกำลังใจและแรงบั่นทอนจิตใจ
การจะเดินทางไปสู่จุดสุดยอดของนักฟุตบอลปัจจัยต่างๆ เหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญถ้าทำสำเร็จก็ถือว่าเป็นโชคดีของตัวเองและครอบครัว
นักกีฬาอาชีพ คืออาชีพเสี่ยง พร้อมที่จะจบเส้นทางและดนปลดระวางได้ทุกวินาที ไม่ใช่อาชีพที่มีบำนาญ ไม่มีความแน่นอนรองรับ
ฟุตบอลไม่ได้มีแค่การฝึก การซ้อม แต่อาศัยปัจจัยหลายอย่าง เส้นทางที่ไป คนที่คอยแนะนำ
แล้วถ้าไม่สำเร็จกับการเป็นนักฟุตบอลอาชีพแล้วจะเป็นยังไง…จะทำอะไรต่อ หลายๆ คน หลายๆ ครอบครัวมองข้ามจุดนี้ไป เพราะมองไปที่ปลายทางอย่างเดียว ว่าต้องสำเร็จในการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ เป็นทีมชาติ แต่ไม่ได้มองว่าระหว่างการเดินทาง ได้วางแผนไว้บ้างรึป่าว ว่าต้องทำอย่างไร ถ้าไปไม่ถึงฝัน
ฟุตบอลอาชีพสวยงามเสมอ แต่ไม่ใช่สิ่งที่ง่าย จนใครๆจะไปถึงได้ทุกคน แล้วถ้าไปไม่ถึงละ ครอบครัวจะทำอย่างไร เด็กๆจะทำอย่างไร มีการวางแผนรึป่าว
สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะมุ่งมั่นหรือถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะลุบเพื่อนักเตะอาชีพได้หรือไม่ ก็อย่าเพิ่งทิ้งการเรียนให้เรียนควบคู่กันไป เพราะการศึกษาสำคัญสำหรับตัวเราเสมอ
เพราะไปไม่ถึงฝันก็ยังมีความรู้ที่จะไปทำอย่างอื่นให้ชีวิตดำเนินต่อไปได้นะครับ
ปล โม้ไปเรื่อย