โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ลุ้น กม.ลูก พ.ร.ก.คุมคริปโทเคอร์เรนซี จะปิดกั้นžหรือเปิดกว้างžการลงทุน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 21 พ.ค. 2561 เวลา 06.44 น. • เผยแพร่ 21 พ.ค. 2561 เวลา 06.14 น.

สัปดาห์ที่ผ่านมามีประกาศราชกิจจานุเบกษา เรื่องการออกกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ คริปโทเคอร์เรนซีŽ โดยออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) 2 ฉบับ ประกอบด้วย พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล และ พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 19) ซึ่งได้ระบุถึงเรื่องหลักๆ ที่เกี่ยวข้องไว้ 3 เรื่องคือ สินทรัพย์ดิจิทัล ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล และการจัดเก็บภาษี ทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับนักลงทุนและผู้ประกอบธุรกิจ โดยมอบอำนาจให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เป็นผู้ออกหลักเกณฑ์และควบคุมดูแลทั้งหมด
เพราะฉะนั้น หลังจากที่รัฐบาลออก พ.ร.ก.หรือวางกฎหมายแม่บทไว้แล้ว ต้องรอติดตามว่า กฎหมายลูกŽหรือขอบการกำกับดูแลคริปโทเคอร์เรนซีจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร จะปิดกั้นหรือเปิดกว้างการลงทุนในบ้านเรากันแน่

ก.ล.ต.เปิดรับฟังความคิดเห็น
ในขั้นตอนแรกสุด ก.ล.ต.ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้สนใจและผู้ที่เกี่ยวข้องตั้งแต่วันที่ 16-30 พฤษภาคมนี้ เพื่อรวบรวมความคิดเห็นไปออกเกณฑ์กำกับดูแลให้เหมาะสม ก่อนจะออกเป็นกฎหมายลูกเป็นลำดับต่อไป โดยยึดตามวัตถุประสงค์ของกฎหมาย ทั้งการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลสามารถทำธุรกิจได้ถูกกฎหมาย และการคุ้มครองผู้ลงทุนไม่ให้ถูกหลอกหรือถูกเอาเปรียบ ตลอดจนป้องกันปัญหาการฟอกเงินที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โดยผู้ที่ประกอบธุรกิจเหล่านี้อยู่แล้วก่อนวันที่ พ.ร.ก.นี้มีผลใช้บังคับ (14 พฤษภาคม 2561) ต้องยื่นขออนุญาตภายใน 90 วัน หรือภายในวันที่ 14 สิงหาคม 2561

เกณฑ์ดูแลรวมถึงศูนย์ซื้อขาย-นายหน้า
ตามที่ นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ ก.ล.ต. ให้ข้อมูลว่า เกณฑ์การกำกับดูแลธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจะครอบคลุมผู้ประกอบธุรกิจ ได้แก่ 1.ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล 2.นายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล 3.ผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และมีมาตรฐานตามเกณฑ์ที่ ก.ล.ต.กำหนด เช่น มีแหล่งเงินทุนเพียงพอ มีระบบรักษาความปลอดภัยและการบริหารความเสี่ยงจากโจรกรรม มีระบบการพิสูจน์และตรวจสอบข้อเท็จจริงของลูกค้า และมีมาตรการป้องกันการฟอกเงิน โดยผู้ประกอบธุรกิจสามารถจัดให้มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลกับคริปโทเคอร์เรนซีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนดหรือในรูปเงินบาทเท่านั้น

เฟสแรกให้สิทธินิติบุคคลตามกม.ไทย
ในเรื่องหลักเกณฑ์การอนุญาตการเสนอขายโทเคนดิจิทัลนั้น ช่วงแรกนี้จะเสนอให้เปิดเฉพาะบริษัทที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด โดย ก.ล.ต.จะพิจารณาจากข้อมูลของบริษัทว่าไม่มีเหตุให้สงสัยว่า ผู้ระดมทุนตั้งใจจะไม่ปฏิบัติตามเกณฑ์การกำกับดูแลหรือต้องการเอาเปรียบผู้ลงทุน รวมถึงการพิจารณาตัวกรรมการและผู้บริหาร จะต้องไม่เป็นผู้ที่มีลักษณะต้องห้าม เป็นต้น ทั้งนี้ผู้เสนอขายโทเคนดิจิทัลจะต้องส่งรายงานเกี่ยวกับผลการดำเนินงานและฐานะการเงิน และข้อมูลที่อาจมีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของผู้ถือโทเคนดิจิทัลหรือต่อการตัดสินใจลงทุน เพื่อให้มีการเปิดเผยข้อมูลต่อประชาชนและผู้ลงทุนด้วยŽ นายรพีกล่าว

จำกัดลงทุนครั้งละไม่เกิน3แสนบาท
สำหรับ หน่วยงานกลางŽ ที่ ก.ล.ต.จะคัดเลือกมาเป็นผู้ช่วยนั้น นายรพีอธิบายว่า ผู้ตรวจสอบความครบถ้วนของข้อมูลในหนังสือชี้ชวน หรือผู้กลั่นกรองโทเคนดิจิทัล (ไอซีโอ พอร์ทอล) ก.ล.ต.ได้กำหนดคุณสมบัติไว้ว่าต้องเป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย และมีทุนจดทะเบียนอย่างน้อย 5 ล้านบาท โดยผู้ถือหุ้น กรรมการและผู้บริหารต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม และองค์ประกอบสำคัญคือ ต้องมีระบบคัดกรองผู้ระดมทุน การตรวจสอบสมาร์ท คอนแทร็ก การพิสูจน์ตัวตนของลูกค้า (เควายซี) รวมถึงการทำแบบประเมินความเหมาะสมในการลงทุนสำหรับผู้ลงทุนรายย่อยด้วย ซึ่งในเบื้องต้นได้กำหนดว่าผู้ลงทุนรายย่อยสามารถลงทุนได้ไม่เกินรายละ3 แสนบาทต่อการเสนอขายในแต่ละครั้ง
การบังคับใช้กฎหมาย หากพบการกระทำอันไม่เป็นธรรมในการซื้อขายแลกเปลี่ยนในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล จะเอาผิดได้เทียบเคียงกับการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ตามกฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เช่น การซื้อขายตัดหน้าลูกค้า การสร้างราคาให้ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด เป็นต้น รวมถึงการเอาผิดหากเสนอขายโทเคนดิจิทัลหรือประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาตŽ นายรพีกล่าว

วิพากษ์หนักโดนเก็บภาษี2เด้ง
ส่วนประเด็นฮอตที่ถูกพูดถึงมากที่สุดและเป็นที่กังวลของผู้ประกอบการที่ต้องการเทรดสกุลเงินดิจิทัล คือการเก็บภาษีคริปโทเคอร์เรนซี ขอแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ 1.ในส่วนของนักลงทุน หากได้กำไรจากการถือครองคริปโทเคอร์เรนซี จะต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายในอัตรา 15% ของเงินได้ และเมื่อสิ้นปีจะต้องนำกำไรหรือผลประโยชน์ที่ได้จากการลงทุนไปคำนวณรวมกับเงินได้พึงประเมินประเภทอื่น เพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วย ซึ่งก็จะขึ้นอยู่กับฐานภาษีของแต่ละคน

รอชงครม.เคาะเว้น-ลดเก็บภาษี
สำหรับเรื่องนี้อาจจะต้องลุ้นว่าสุดท้ายคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะใจดีลดภาษีลงหรือไม่ สอดคล้องกับรายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง แจ้งว่า เพื่อบรรเทาภาระให้กับนักลงทุนรายย่อยที่ซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัล ผ่านศูนย์ซื้อขายที่ได้รับอนุญาต กรมสรรพากรเตรียมเสนอกฎหมายยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มต่อ ครม. ขณะเดียวกันก็อยู่ระหว่างหารือกับ ก.ล.ต.เพื่อพิจารณาเรื่องการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายด้วย เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ทำธุรกรรมเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล และ 2.ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจะต้องเสียภาษีนิติบุคคลตามอัตราที่กำหนดไว้ เช่น หากมีกำไรสุทธิมากกว่า 3 ล้านบาท ต้องเสียภาษีในอัตรา 20% ในส่วนนี้ทางกรมสรรพากรก็อยู่ระหว่างการเสนอแก้กฎกระทรวงต่อ ครม.ด้วยว่าอาจจะลดลงมาเก็บในอัตรา 15% หรือไม่อย่างไรแน่นอนว่าเรื่องภาษีมีผลกับตลาดคริปโทเคอร์เรนซีมาก ต้องมาฟังเสียงจากภาคเอกชนหรือผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลว่ามองเรื่องนี้อย่างไรกันบ้าง

เอกชนมองรัฐบาลเก็บภาษีโหดเกิน
นายธนวัฒน์ เลิศวัฒนารักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เวนเจอรส์ จำกัด หรือเจวีซี กล่าวว่าดีใจที่มีกฎหมายออกมา โดยมองว่า พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เป็นการสร้างมาตรฐานเรื่องการออกกฎหมายสกุลเงินดิจิทัลให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งอย่างน้อยสามารถแยกได้ว่าอะไรถูกอะไรผิด
การเก็บภาษีมองว่าอาจจะยังโหดไป อย่างการเก็บภาษีจากบริษัท เจมาร์ทจ่ายแวต (ภาษีมูลค่าเพิ่ม) 7% หรือประมาณ 40 ล้านบาท ไปตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตามที่กรมสรรพากรแจ้งว่าแท็กพอยต์เกิดเดือนนั้น ก็ต้องจ่ายเลย ทั้งๆ ที่ไม่ทราบว่ากฎหมายระบุให้เป็นสินทรัพย์อะไร นอกจากนี้ก็จ่ายภาษีคอร์ปอเรตไปแล้ว 20% หรือประมาณ 120 ล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งหมด 180 ล้านบาท จากเงินที่ได้จากการเปิดระดมทุนประมาณ 600 ล้านบาทเพราะฉะนั้นจึงอาจจะมีคำถามจากผู้ถือเหรียญว่าแฟร์หรือไม่Ž นายธนวัฒน์กล่าว

แนะรัฐออกสิทธิประโยชน์แลกจ่ายภาษี
นายธนวัฒน์กล่าวว่า อย่างไรก็ตามเจมาร์ทต้องการทำเป็นตัวอย่างว่าเงินการลงทุนทั้งหมดอยู่ในไทย และทำถูกต้องทุกอย่างตามกฎหมาย แม้ว่าจะเสียภาษีก็ยินดีที่จะจ่าย ทั้งนี้ก็มีข้อเสนอแนะว่ารัฐบาลควรจะออกสิทธิประโยชน์ เช่น ไอซีโอ พรีวิลเลจ เป็นข้อแลกเปลี่ยน ไม่เช่นนั้นจะเหมือนกับการระดมทุนรูปแบบอื่น เช่น คราวด์ฟันดิ้ง ที่สุดท้ายนักลงทุนตัดสินใจไปลงทุนต่างประเทศมากกว่า
นายธนวัฒน์กล่าวว่า ส่วนประเด็นการเก็บภาษีของผู้ถือเหรียญหรือโทเคน มองว่าขึ้นอยู่กับความคาดหวังของคนว่าคาดหวังจะได้เท่าไหร่อย่างคริปโทเคอร์เรนซีมีแคปปิตอล เกนจำนวนมาก การจ่ายภาษี 15% จึงอาจจะไม่ใช่เม็ดเงินที่มากแต่นักลงทุนจะสับสนมากกว่ารัฐบาลจะมีวิธีการเก็บภาษีอย่างไร ในเมื่อความยากของคริปโทเคอร์เรนซีคือ สามารถเทรดได้หลายประเทศ ซื้อที่นี่ ขายที่โน่น ไม่จบกระบวนการ

คอยน์ แอสเซทหวั่นนักลงทุนหนีไปนอก
ขณะที่ นายณัฐพล อัศวชมพูนุช กรรมการสมาคมไทยบล็อกเชน และกรรมการบริษัท คอยน์ แอสเซท จำกัด ผู้ให้บริการกระดานเทรดสกุลเงินดิจิทัลในไทย ให้ความเห็นไปในทางเดียวกันว่า การจัดเก็บภาษีคริปโทเคอร์เรนซีเป็นประเด็นที่ตลาดให้ความสนใจมากว่าจะมีวิธีการจัดเก็บอย่างไร ในเมื่อคริปโทเคอร์เรนซีไม่มีราคากลางที่ใช้อ้างอิง ขณะเดียวกันผู้ให้บริการกระดานซื้อขายหรือกระดานเทรดก็ไม่สามารถบังคับนักลงทุนให้ขายเงินสกุลดิจิทัล เพื่อแลกเป็นเงินสดแล้วนำมาจ่ายเป็นภาษีได้ จึงทำให้นักลงทุนเป็นกังวล เนื่องจากยังไม่มีแนวปฏิบัติที่ชัดเจน

พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเป็น กรอบกฎหมายกว้างๆ ในการออกกฎหมาย จะต้องรอดูเกณฑ์ของ ก.ล.ต.ก่อนอีกครั้งว่า แนวทางที่ออกมาจะเข้มงวดหรือผ่อนคลาย โดยประเมินว่าหากเกณฑ์เข้มงวดเกินไป อาจจะทำให้นักลงทุนหันไปลงทุนในต่างประเทศได้ เนื่องจากมีความน่าสนใจมากกว่า เช่น สิงคโปร์ เก็บค่าธรรมเนียมการเทรดไม่ถึง 1% และไม่มีการเก็บภาษีจากแคปปิตอล ขณะที่บางประเทศรัฐบาลให้การสนับสนุน โดยออกเป็นมาตรการไฟแนนเชียล ซัพพอร์ท เพื่อดึงดูดการลงทุนเข้าประเทศŽ นายณัฐพลกล่าว
นายณัฐพลกล่าวว่า ทั้งนี้เข้าใจว่าภาครัฐเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของนักลงทุน เช่น การฟอกเงิน หรือเส้นทางการลงทุนที่อาจจะตรวจสอบได้ยากจึงอยากให้ออกเป็นมาตรการเตือนนักลงทุนแยกออกมาโดยเฉพาะจะดีกว่า หากวิธีการเก็บภาษีไม่ชัดเจน ไอซีโอจะไม่เกิด

คริปโตเวชั่นชี้ไทยออกกม.ล้ำกว่าสิงคโปร์
นายพลเดช อนันชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คริปโตเวชั่น จำกัด ระบุว่า พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล สะท้อนว่าไทยเป็นประเทศแรกที่มีกฎหมายด้านการกำกับคริปโทเคอร์เรนซีก้าวหน้าที่สุดในอาเซียน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับสิงคโปร์ที่นักลงทุนนิยมไปลงทุนกันนั้น ยังไม่ได้ออกเป็นกฎหมายฉบับเต็ม ออกเป็นแนวปฏิบัติหรือแอค ส่วนเรื่องของการเก็บภาษีจากผลกำไร 15% นายพลเดชกล่าวว่า การเก็บภาษีในไทยไม่ได้เรียกเก็บในอัตราที่สูงมาก ยังน้อยกว่าญี่ปุ่นที่มีการเก็บภาษีจากผลกำไรถึง 55%

ก.ล.ต.เรียกเอกชนรับฟังเฮียริ่ง
ด้าน นายกษมพัทธ์ วิธานวัฒนา ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีมายน์ โฮลดิ้ง ลิมิเต็ด ผู้ประกอบธุรกิจขุดเหรียญดิจิทัล เปิดเผยว่า วันที่ 21 พฤษภาคมนี้ ทางรัฐบาลนัดผู้ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไปปรึกษาหารือเพื่อเสนอความคิดเห็น (เฮียริ่ง) เรื่องแนวทางการกำกับดูแลคริปโทเคอร์เรนซี ส่วนการออกไอซีโอในช่วงนี้ก็จะต้องหยุดไว้ก่อน เพื่อรอความชัดเจนของกฎหมาย หลังสามารถสรุปผลการแสดงความคิดเห็นในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้ อย่างไรก็ตามนักลงทุนต้องไม่ลืมว่าการลงทุนมีความเสี่ยง ควรจะศึกษาความรู้ก่อนตัดสินใจลงทุน เช่น ดูว่าธุรกิจที่เตรียมจะออกไอซีโอมีความเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน ผู้ประกอบธุรกิจมีใบอนุญาตหรือไม่ ทั้งนี้จะต้องเข้าใจสภาพตลาดว่ามีความผันผวนสูง มีการเปลี่ยนมือยาก รวมถึงการรับประกันความสำเร็จหรือผลตอบแทนที่แน่นอน ตามที่ น.ส.อาจารีย์ ศุภพิโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมเทคโนโลยีทางการเงิน (ฟินเทค) ก.ล.ต.ย้ำว่า การลงทุนมีความเสี่ยงสูง นักลงทุนจะต้องทำความเข้าใจก่อนลงทุน ทั้งเรื่องสภาพคล่อง ความผันผวนของราคา การแฮ็กหรือการโจรกรรมข้อมูลที่อาจจะเกิดขึ้นได้ และต้องเข้าใจว่า พ.ร.ก.ฉบับนี้ไม่ได้ครอบคลุมการลงทุนในต่างประเทศ

ชวนนักลงทุนร่วมฟีดแบ๊กกม.
คริปโทเคอร์เรนซี-ไอซีโอเป็นเหมือนสึนามิระลอกใหม่ที่หลายๆ ประเทศโดนพร้อมๆ กัน เพราะฉะนั้นในช่วงแรกการออกกฎหมายยังไม่เพอร์เฟ็กต์ (สมบูรณ์) รัฐบาลก็พยายามสร้างความชัดเจนขึ้นมาและเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน เพราะฉะนั้นในช่วงนี้จึงอยากชวนนักลงทุนและผู้ที่สนใจมาร่วมแสดงความคิดเห็นหรือให้ฟีดแบ๊กในช่วงเวลาที่เหลืออีก 2 สัปดาห์ก่อนที่จะปิดเฮียริ่ง ส่วนเรื่องแนวทางการจัดเก็บภาษีที่หลายๆ คนโฟกัส เข้าใจว่าทางกระทรวงการคลังก็กำลังพิจารณาเรื่องนี้ใหม่Ž น.ส.อาจารีย์กล่าว
และนอกจากการออกไอซีโอทั่วๆ ไปแล้ว ปัจจุบันนี้ยังมี คริปโทเคอร์เรนซีทางเลือกŽ เช่น โทเคนที่ใช้สำหรับทำบุญ หรือโทเคนที่ใช้ซื้อสินค้าในวิสาหกิจชุมชนด้วย ดังนั้นนอกจากรอเกณฑ์ที่ชัดๆ จากฝ่ายกำกับของรัฐบาลแล้ว ก็ต้องรอดูกันว่าการลงทุนเงินดิจิทัลในไทยจะเป็นแบบไหน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...