วิกฤตมะพร้าวสมุย พื้นที่ปลูกลด ชี้หากไม่แก้ไขอีก 60 ปี หมดเกาะ !!
สมุย เกาะที่มีขนาดใหญ่อันดับ 3 ของประเทศไทย แต่เดิมเป็นเกาะที่มีมะพร้าวมากที่สุดในประเทศ ถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญ และเป็นเสมือนสัญลักษณ์คู่เกาะสมุยมาอย่างยาวนาน
แต่ทว่าช่วงหลังที่สมุย เปลี่ยนแปลงเกาะให้เปิดรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้พืชเศรษฐกิจที่เคยทำเงินให้กับชาวสวนเป็นจำนวนมาก เริ่มหายไปจากสมุย ประกอบกับเหตุผลที่การปลูกมะพร้าวขยายไปทั่วพื้นที่ รวมถึงการนำเข้ามะพร้าวจากต่างประเทศ ทำให้รายได้ชาวสวนถดถอย ส่วนหนึ่งหันไปทำงานด้านบริการ บางส่วนขายสวนมะพร้าวเพื่อทำเป็นธุรกิจบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยว
นายไพชนม์ แย้มบาน อดีตเกษตรอำเภอเกาะสมุย คนเกาะสมุยโดยกำเนิด สะท้อนปัญหามะพร้าวบนเกาะสมุยว่า น่าเป็นห่วงมากในอนาคตมะพร้าวอาจจะสูญพันธุ์ไปจากเกาะสมุย เนื่องจากพื้นที่ปลูกมะพร้าวมีปริมาณลดลงทุกปี โดยข้อมูลเกษตรกรที่มาลงทะเบียนในปี 2548 มีพื้นที่ปลูกมะพร้าว 9.8 หมื่นไร่ ผ่านไป 8 ปี ในปี 2556 พื้นที่ปลูกมะพร้าวลดลงเหลือประมาณ 6 หมื่นไร่ ซึ่งลดลงถึง 1 ใน 3 ทีเดียว
“ในอนาคตหากไม่มีการแก้ปัญหาเชื่อว่าต้นมะพร้าวบนเกาะสมุยจะหายไปภายใน 60 ปี เหตุผลที่ทำให้เกษตรกรเลิกทำสวนมะพร้าวมีปัจจัยหลัก คือ การเปลี่ยนการถือครองที่ดินคืนมีนายทุนจากข้างนอกมาซื้อ และการนำที่ดินไปใช้สร้างบ้านอยู่อาศัยและการสร้างโรงแรม รวมถึงสภาพสังคมที่คนรุ่นใหม่หันไปทำอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวแทนการทำสวน”นายไพชนม์ กล่าว
นายไพชนม์ กล่าวต่อว่า ชาวสวนบนเกาะสมุยเคยพยายามร่วมกันแก้ปัญหา โดยส่งเสริมให้มีการปลูกมะพร้าวแถวแรกเสริมในพื้นที่ชายหาดและพื้นที่สาธารณะ และปลูกเสริมในสวนเพื่อทดแทนต้นเก่า แต่ก็ทำได้ไม่เต็มที่เพราะอาชีพทำสวนในปัจจุบันไม่คุ้มค่าในเชิงเศรษฐกิจ คนรุ่นใหม่จึงเลือกไปประกอบอาชีพที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวแทน แต่ตนอยากบอกว่าต้นมะพร้าวมีคุณค่าต่อการท่องเที่ยวของเกาะสมุย เพราะถือเป็นจุดกำเนิดของการท่องเที่ยวทั้งหมด ดังนั้นจึงอยากเห็นทุกคนช่วยกันเพิ่มปริมาณต้นมะพร้าว โดยการเริ่มปลูกมะพร้าวในที่สาธารณะและในสวนที่เหลืออยู่
“ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวซึ่งได้ประโยชน์จากมะพร้าวไปเต็มๆ เพราะมะพร้าวคือจุดขายเห็นได้จากการประชาสัมพันธ์ท่องเที่ยวเกาะสมุยก็มักมีต้นมะพร้าวเป็นโลโก้ ก็ควรออกมาสนับสนุนการปลูกและร่วมดูแลต้นมะพร้าว นักท่องเที่ยวทั่วโลกเดินทางมาที่เกาะสมุย เพื่อมาสัมผัสเกาะแห่งมะพร้าวหรือโคโคนัทไอส์แลนด์”นายไพชนม์ กล่าว
นายธนิต พงเพชร เจ้าของสวนมะพร้าว กล่าวว่า ตนเองมีสวนมะพร้าวประมาณ 100 ไร่ แต่ทุกวันนี้ไม่ได้เข้าไปดูแลสวนแล้ว เพราะการทำสวนมะพร้าวไม่ได้ให้ผลตอบแทนที่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตในปัจจุบัน และยังมีปัญหาราคาตกต่ำ สวนมะพร้าวที่เหลือส่วนใหญ่เป็นต้นแก่ ขาดการบำรุงรักษา จึงถูกโค่นเพื่อขายเป็นไม้ ทำให้จำนวนต้นมะพร้าวลดลงทุกปีโดยไม่มีการปลูกทดแทน ทุกวันนี้อาชีพทำสวนมะพร้าวจึงเป็นเพียงอาชีพเสริมเท่านั้น
ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นบนสมุย เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ อ.ประมวล เพ็งจันทร์ นักปรัชญาซึ่งเกิดที่สมุย และใช้การเดินค้นหาความหมายของชีวิต ออกเดินรอบเกาะสมุย ในกิจกรรม “เดินตามครู” “เดินกินห่อ สาวย่าน ตำนานสมุย”
อ.ประมวล กล่าวว่า ผมฝันว่าการเดินครั้งจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง แม้ไม่อาจเปลี่ยนแปลงในชั่วพริบตา ผมไม่สามารถบอกได้ว่าฝันของผมจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ แต่อย่างน้อยเราก็ได้บอกความฝันของเรา เขาได้บอกความฝันของเขา ซึ่งจะได้รับรู้ว่าเป็นฝันเดียวกันหรือไม่ โดยในอดีตงป่าไม้ที่เป็นแหล่งต้นน้ำของเกาะสมุย มีความอุดมสมบูรณ์มาก และเกาะสมุยมีปริมาณน้ำฝนในแต่ละปีมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย โดยมีป่าเป็นแหล่งกักเก็บน้ำเหมือนกับพระแม่ธรณีบีบมวยผม
“ต้นไม้ทุกต้นเหมือนกับเส้นผมที่ค่อยๆปล่อยน้ำออกมากลายเป็นลำน้ำไหลลงโดยรอบเกาะสมุย แต่เมื่อป่าไม้ลดหายไปมากก็เกรงว่าจะทำให้เกิดพิบัติภัยในอนาคต ดังนั้นหากทุกคนกลับมาช่วยกันรักษาธรรมชาติให้กลับคืนมาก็จะช่วยให้ไม่ขาดแคลนน้ำและไม่เกิดพิบัติภัย”นักปรัชญาเล่าถึงเรื่องราวในอดีต
ขณะที่การท่องเที่ยวเติบโต และนำพาให้ผู้คนออกเดินจากวิถีชาวสวน มีผู้คนกลุ่มหนึ่งออกเดินเท้า เพื่อบอกเล่าปัญหาสิ่งแวดล้อม ที่เริ่มส่งผลกระทบต่อสมุย
ความหวังอย่างหนึ่งของกลุ่มคนที่ออกเดิน คือการส่งเสียงถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ให้ผู้คนตื่นตัว และหันกลับมามองปัญหาสิ่งแวดล้อมของสมุย อย่างจริงจัง