เทศกาล "สงกรานต์" วัฒนธรรมร่วมอุษาคเนย์ ไม่ได้มาจากเทศกาลสาดสีของอินเดีย
ประเพณีสงกรานต์เป็นวัฒนธรรมร่วมรากอุษาคเนย์ พบได้ทั้งที่ไทย กัมพูชา พม่า ลาว และยังพบในบางกลุ่มชนในเขตจีนตอนใต้ หลายคนเข้าใจว่า ประเพณีสงกรานต์นี้เป็นประเพณีที่มาจากเทศกาลโฮลี สาดสี ของอินเดีย แต่ในงานเสวนา “สาดน้ำสงกรานต์ วัฒนธรรมร่วมรากเอเชีย” เมื่อปี 2559 อ.กิตติพงศ์ บุญเกิด อาจารย์ประจำวิชาภาษาตะวันออก คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เทศกาลโฮลีกับเทศกาลสกรานต์ไม่เกี่ยวกัน
อ.กิตติพงศ์ บุญเกิด กล่าวว่า ในอินเดียมีเทศกาลใหญ่สำคัญคือ เทศกาลโฮลี มีลักษณะคล้ายสงกรานต์ จึงเป็นธรรมดาที่คนไทยไปเห็นแล้วจะบอกว่านี่คือสงกรานต์ของไทย โฮลีจะอยู่ราวปลายเดือนมีนาคม มีการเผาหุ่นนางโหลิกา และสาดสี บางครั้งมีสีผสมน้ำ นัยยะของเทศกาลโฮลีคือการเปลี่ยนฤดูกาล จึงเอาวันที่เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ สู่ปฏิทินรอบใหม่ จึงมีคติต้องขจัดความชั่วร้าย มีการเล่นสาดสีในวันปีใหม่
“ในบริบทปัจจุบัน โฮลีถูกมองว่าเป็นเทศกาลคืนดี คนเกลียดชังกันกลับมากอดคอกัน แต่วัฒนธรรมฮินดูมีวรรณะ จึงเชื่อว่าโฮลีเข้ามาหลังอิสลามเข้ามา เพราะอิสลามทำลายเรื่องวรรณะ พบหลักฐานภาพที่พูดถึงบทเพลงแห่งฤดูใบไม้ผลิ ภาพในศตวรรษที่ 16 เมื่ออิสลามเข้ามาแล้ว เป็นภาพคนนั่งบนชิงช้ามีคนใช้ปืนฉีดน้ำโบราณทำจากไม้ไผ่ ฉีดน้ำผสมสีใส่เจ้าหญิง เล่นในราชสำนัก ในภาพมีต้นมะม่วงเกี่ยวข้องกับฤดูกาล ช่วงฤดูใบไม้ผลิ
ทั้งหมดนี้ไม่ใช่สงกรานต์ ตำนานวันโฮลีไม่เกี่ยวกับสงกรานต์ไทย แต่วันสงกรานต์ของไทยตรงกับวันปีใหม่ของอินเดียใต้ที่ใช้ปฏิทินสุริยคติ เรียกว่า ปุตตาณฏุ ปีใหม่ในอินเดียใต้ต่างจากอินเดียเหนือ ไม่สาดน้ำหรือสาดสี แต่บูชาพระ นำผลไม้ใส่ถาดพร้อมกระจกตอนกลางคืน เช้ามาเห็นถาดถือเป็นสิริมงคล นำของไปบูชาพระเจ้า นิยมบูชาพระแม่ บูชาสตรี จึงมีกระจก และเพื่อความเป็นสิริมงคลจะทำ รังโคลี เอาสีผง ดอกไม้ ประดับเป็นรูปทรงเลขาคณิตหรือสัญลักษณ์มงคลประดับที่ประตู รังโคลีทำกันได้ทุกวันเพื่อเป็นสิริมงคล” กิตติพงศ์กล่าว