โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กำเนิดนโยบายลูกคนเดียวของจีนยุค "เติ้งเสี่ยวผิง" ถึงยุคมีลูกได้ 3 คน ก่อนดราม่าโอลิมปิก

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 23 ก.ค. 2567 เวลา 03.51 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2567 เวลา 17.01 น.
ประชาชนชาวจีนและครอบครัว ขณะเที่ยวชมในบริเวณประตูเทียนอันเหมิน เมื่อเดือนพฤษภาคม 2021 ที่ทางการกำลังจะผ่อนปรนให้คู่สมรสมีบุตรได้ 3 คน (AP Photo/Ng Han Guan, File)

กำเนิด “นโยบายลูกคนเดียว” ของจีนยุค “เติ้งเสี่ยวผิง” ถึงยุคมีลูกได้ 3 คน ก่อนดราม่าโอลิมปิก

กลางศตวรรษที่ 20 ประเทศจีนที่อยู่ในช่วงฟื้นฟูบ้านเมือง กำลังเผชิญกับปัญหาการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1962-1972 เป็นช่วงที่จำนวนประชากรสูงมาก อัตราเฉลี่ยเด็กเกิดใหม่ของจีนอยู่ที่ประมาณ 26.6 ล้านคน/ปี เมื่อรวมยอดแล้วมีการเกิดใหม่สูงถึง 300 ล้านคน ถึงปี ค.ศ. 1969 จำนวนประชากรของจีนมีมากกว่า 800 ล้านคน

ปี ค.ศ. 1979 รัฐบาลจีนโดยการนำของเติ้งเสี่ยวผิงริเริ่ม “นโยบายลูกคนเดียว” เพื่อควบคุมจำนวนประชากรไม่ให้เพิ่มขึ้นมากเกินไป เพราะจีนยังอยู่ในช่วงฟื้นฟูประเทศ และเพิ่งผ่านสงครามภายในและภายนอกประเทศ ทรัพยากรจำนวนมากถูกทำลาย ประชาชนเผชิญกับความอดอยากอย่างรุนแรง

นโยบายลูกคนเดียว อนุญาตให้แต่ละครอบครัวมีลูกได้เพียง 1 คน ยกเว้นครอบครัวในชนบทที่ได้รับอนุญาตให้มีลูก 2 คนได้ในกรณีที่ลูกคนแรกเป็นผู้หญิง และครอบครัวที่เป็นชนกลุ่มน้อยก็สามารถมีลูกมากกว่าหนึ่งคนได้ แม้จะขัดกับความคิดดั้งเดิมของชาวจีนที่นิยมมีลูกมาก แต่ครอบครัวใดฝ่าฝืนก็จะถูกลงโทษตามกฎหมาย ด้วยการปรับเป็นเงินในรูปแบบของค่าบำรุงสังคม, หากเป็นข้าราชการหรือสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ โทษที่รุนแรงอาจถึงไล่ออกจากงาน ฯลฯ

นับตั้งแต่เริ่มนโยบายลูกคนเดียวในปี ค.ศ. 1979 อัตราการเกิดของจีนก็ลดน้อยอย่างต่อเนื่อง การควบคุมจำนวนประชากรดังกล่าวยังช่วยลดปัญหาการขาดแคลนปัจจัยการดำรงชีวิตพื้นฐาน สร้างสังคมที่มีมาตรฐานพออยู่พอกิน

แม้นโยบายลูกคนเดียวจะช่วยลดจำนวนประชากรได้สำเร็จ แต่ก็ได้สร้างปัญหาหลายประการ ยกตัวอย่างเช่น การทำแท้งในเมื่อทราบว่าทารกในครรภ์เป็นเพศหญิง เนื่องจากค่านิยมของชาวจีนตั้งแต่อดีตให้ความสำคัญกับการมีลูกชายมากกว่า เพราะเป็นผู้สืบสกุล นั่นคือผลในระยะสั้นที่เห็นผลแทบทันที

หากยังมีผลในระยะยาวตามมาอีก เช่น ภาวะขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากอัตราการเกิดที่ลดลง ในปี ค.ศ. 2012 มีประชากรวัยทำงานลดลงมากกว่า 3.45 ล้านคน ทั้งมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องและมีความรุนแรงมากขึ้น, การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เนื่องจากสัดส่วนที่ต่างกันมากระหว่างเด็กเกิดใหม่กับผู้สูงอายุ, สัดส่วนประชากรเพศชายมีมากกว่าเพศหญิง ล่าสุดในปี ค.ศ. 2020 ประชากรชายมีมากกว่าประชากรหญิงไปมากถึง 34.9 ล้านคน ฯลฯ

ถึงปี ค.ศ. 2011 รัฐบาลผ่อนผันให้คู่สามีภรรยาที่ต่างเป็นลูกคนเดียวของครอบครัวมีลูก 2 คนได้ในบางพื้นที่ ในปี ค.ศ. 2013 อนุญาตให้คู่สามีหรือภรรยาคนใดคนหนึ่งที่เป็นลูกคนเดียวมีลูก 2 คนได้ และในวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2016 นโยบายลูกคนเดียวก็ยกเลิกการบังคับใช้ทั้งประเทศ

ทางการหวังว่าจากนี้จำนวนประชากรจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้น เพื่อแก้วิกฤตขาดแคลนแรงงานและวิกฤติผู้สูงอายุที่สะสมมาหลายสิบปี หากในความเป็นจริงอัตราเด็กเกิดใหม่ยังไม่เพิ่มขึ้นเท่าที่ควร คู่สามีภรรยาจำนวนมากเห็นว่า หากมีลูกอีกคนจะเลี้ยงให้ดีไม่ไหวในสภาวะที่เศรษฐกิจและค่าครองชีพสูงเช่นนี้

จากนโยบายลูกคนที่ 2 ปัจจุบันรัฐบาลได้เริ่ม “นโยบายลูก 3 คน”

วันที่ 31 พฤษภาคม ปี ค.ศ. 2021 รัฐบาลจีนประกาศนโยบาย “ลูก 3 คน” จากเดิมที่อนุญาตคู่สามี-ภรรยาชาวจีนสามารถมีลูกได้เพียง 2 โดยการอนุมัติของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง

เนื่องจากผลสำรวจจำนวนประชากรที่จะทำขึ้นทุก ๆ 10 ปี ซึ่งพบว่าการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรจีนนั้นอยู่ในระดับที่ช้ามากที่สุดในรอบ 10 ปีเลยทีเดียว ทั่วประเทศมีเด็กเกิดใหม่ในปี ค.ศ. 2020 เพียง 12 ล้านคนเท่านั้น นับเป็นการลดจำนวนลงอย่างมากนับจากปี ค.ศ. 2016 ที่มีเด็กเกิดใหม่ทั่วประเทศจำนวน 18 ล้านคน ที่จะทำให้จีนกลายเป็นสังคมที่มีผู้สูงอายุที่ใช้งบประมาณด้านสุขภาพและบริการสังคมให้สูงขึ้นเป็นเงาตามตัว แต่ขาดแคลนคนหนุ่มสาวอายุที่เป็นแรงงานหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

และในปี ค.ศ. 2021 ผลกระทบจากมาตรการนโยบายลูกคนเดียวถูกหยิบยกกลับมาพูดถึงอีกครั้ง เมื่อแม็กกี้ แม็กนีล นักว่ายน้ำทีมชาติแคนาดาคว้าเหรียญทองโอลิมปิก เมื่อมาดูภูมิหลังของเธอแล้วก็พบว่าเดิมทีแล้วเธอมีเชื้อสายจีนโดยกำเนิด เธอเกิดในจีนเมื่อปี ค.ศ. 2000 แต่บิดามารดาของเธอเลือกไม่เลี้ยงเธอและนำเธอและน้องสาวไปสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า สืบเนื่องมาจากนโยบายลูกคนเดียวของทางการจีน

ภายหลังนักว่ายน้ำสาวเชื้อสายจีนและน้องสาวได้รับอุปการะจากครอบครัวแม็กนีล และย้ายถิ่นฐานไปที่แคนาดา ซึ่งเธอก็ถือสัญชาติแคนาดานับตั้งแต่นั้นมา กระทั่งมาประสบความสำเร็จคว้าเหรียญทองในโอลิมปิกให้แคนาดา

เรื่องนี้กลายเป็นข้อถกเถียงในโลกออนไลน์ถึงสาเหตุต้นทางที่ทำให้จีนพลาดเหรียญและมีข้อถกเถียงว่าแท้จริงแล้วเหรียญทองของแม็กนีล ควรยกให้เป็นความสำเร็จจากจีนต้นทางตามที่สื่อท้องถิ่นยกมาเอ่ยถึงหรือไม่

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

ข้อมูลจาก :

สิรีธร โกวิทวีรธรรม แปลและเรียบเรียง. “ผลกระทบจากนโยบายลูกคนเดียวกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ” ใน, ข่าวจีนศึกษา ปีที่ 17 ฉบับที่ 2 เม.ย. – มิ.ย. พ.ศ. 2559, ศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คอลัมน์ต่างประเทศ “จากนโยบาย ‘ลูกคนเดียว’ สู่นโยบาย ‘ลูก 3 คน’ ของจีน” ใน, มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 4 – 10 มิถุนายน 2564

Ziyu Zhang. “Tokyo Olympics: Adopted from China, Canada’s Maggie MacNeil wins gold and Chinese social media laments its one-child policy”. South China Morning Post. Online. Published 27 JUL 2021. Access 29 JUL 2021.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 29 กรกฎาคม 2564

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กำเนิดนโยบายลูกคนเดียวของจีนยุค “เติ้งเสี่ยวผิง” ถึงยุคมีลูกได้ 3 คน ก่อนดราม่าโอลิมปิก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...