เลือกโรงไฟฟ้า IPP จากผลประกอบการมั่นคงที่สุด
ทันหุ้น-สู้โควิด-บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ระบุถึง กลุ่มโรงไฟฟ้าว่า ประเมินกำไรปกติกลุ่มโรงไฟฟ้า 1Q20E เติบโตได้ทั้ง YoY (จากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นระหว่างปี และค่าก๊าซธรรมชาติที่ลดลง -5%) และ QoQ (หลังผ่านช่วง low season ของโรงไฟฟ้า IPP-SPP ใน 4Q19)
โดยหุ้นที่เราจัดทำบทวิเคราะห์ ประเมินผลประกอบการปกติใน 1Q20E แยกตามประเภทโรงไฟฟ้าหลักแบ่งได้เป็น IPP – GULF (-3% YoY – 2 plants shutdown, +24% QoQ), RATCH (+1% YoY, +217% QoQ), SPP – BGRIM (+51% YoY, +56% QoQ), GPSC (+77% YoY, +22% QoQ), Renewable energy – GUNKUL (+33% YoY, -42% QoQ – wind farm seasonality), SSP (+13% YoY, +9% QoQ) (Figure 2 – 1Q20E earnings preview)
เนื่องจาก COVID-19เริ่มส่งผลกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจในช่วงปลาย 1Q20E ทำให้จากการสอบถามข้อมูลจากกลุ่มไฟฟ้าพบว่าปริมาณการขายไฟฟ้าไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญสำหรับ 1Q20E ในขณะที่ 2Q20E แม้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าในบางธุรกิจลดลง (เช่น กลุ่ม Automotive) แต่ก็ได้รับการชดเชยบางส่วนจากบางธุรกิจที่กลับมีกิจกรรมมากขึ้นช่วง COVID-19 (เช่น กลุ่ม Packaging) นอกจากนี้สัดส่วนการขายไฟฟ้าโดยตรงให้ลูกค้าในนิคม (IU) จากกำลังการผลิตติดตั้งของโรงไฟฟ้า SPP จะอยู่ที่ราว 20-25% เท่านั้น และมี minimum charge ที่ 65% ของสัญญาลูกค้า IU ทำให้เราประเมินผลกระทบใน 2Q20E
สำหรับผลประกอบการกลุ่มไฟฟ้ามีจำกัดเช่นกัน (การคลายมาตราการ city lock down ช่วงกลาง 2Q20E เป็นอีกหนึ่งปัจจัยทำให้เรามีมุมมองเป็นบวกกับปริมาณการใช้ไฟฟ้าในนิคมจะเริ่มฟื้นกลับมา) ทั้งนี้หุ้นที่เราจัดทำบทวิเคราะห์และมีสัดส่วนรายได้จากลูกค้า IU มากที่สุดคือ GPSC (55%), BGRIM (23%), GULF (11%), RATCH (8%) (ประเมินกลุ่มดังกล่าวมีโอกาสได้รับ negative sentiment ตาม exposure ที่มีกับลูกค้าอุตสาหกรรม
คงประมาณการกำไรปกติปี 2020-21E ของหุ้นโรงไฟฟ้าที่เราจัดทำวิเคราะห์อยู่ โดยบริษัทที่คาดกำไรสุทธิจะเติบโตได้โดดเด่น (CAGR 2019-21E) ประกอบด้วย 1) กลุ่มที่มีปัจจัยเฉพาะตัว GPSC +43% (รับรู้รายได้หลังควบรวมกับ GLOW), CKP +159% (หากไม่เผชิญภัยแล้งในปี 2021E), 2) กลุ่มที่การเติบโตมั่นคงจากการ COD โครงการที่มี PPA รองรับและความเสี่ยงในการล่าช้ามีน้อย ได้แก่ BGRIM +20%, GULF +15%, RATCH +6%, SSP +16%, GUNKUL +13% และ 3) กลุ่มที่ไม่มีการ COD โรงไฟฟ้าเพิ่มเติมในปี 2020-21E - WHAUP +2%
เลือกโรงไฟฟ้า IPP เหนือ SPP จากผลประกอบการที่แข็งแกร่งกว่า โดยได้รับผลกระทบจำกัดจาก COVID-19การขายไฟฟ้าเป็นไปตามสัญญาและขึ้นอยู่กับค่าความพร้อมจ่าย (AP) ไม่ใช่ปริมาณการขายไฟฟ้า เลี่ยงความเสี่ยงจากจากการพึ่งพิงลูกค้าอุตสาหกรรม (IU) ซึ่งยังเผชิญความไม่แน่นอนจาก COVID-19 และเลือก RATCH เป็นหุ้นเด่น จากการมีรายได้ IPP มากที่สุดในกลุ่มโรงไฟฟ้าที่เราจัดทำบทวิเคราะห์ และปัจจุบันเทรดที่ค่าเฉลี่ย PER ย้อนหลัง 3 ปี laggard หุ้นโรงไฟฟ้าใหญ่ซึ่งส่วนใหญ่เทรดอยู่ที่ราวค่าเฉลี่ย PER +1SD
เรายังคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มโรงไฟฟ้า “เท่ากับตลาด” ราคาหุ้น outperform ตลาดมาตลอด 12 เดือนย้อนหลังจากการเป็น defensive sector ซึ่งได้รับผลกระทบจำกัดทั้งจากภาวะเศรษฐกิจและ COVID-19 อย่างไรก็ตาม key challenge ยังอยู่ที่ price momentum อาจไม่ร้อนแรงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิด COVID-19 จาก 1) Key driver เป็น story เดิม คาดไม่สร้าง impact เหมือนครั้งแรกที่ตลาดรับรู้ 2) ตลาดรอดูความคืบหน้าของโครงการที่ได้ประกาศออกมา 3) ปัจจุบัน portfolio ของกลุ่มค่อนข้างใหญ่ การหาโครงการใหม่เพื่อเป็น key catalyst จำเป็นต้องเป็นโครงการที่มีขนาดใหญ่มาก ซึ่งปัจจุบันเริ่มหาได้ยาก
อยากลงทุนสำเร็จ เป็นเพื่อนกับเรา พร้อมรับข่าวสารได้ทุกช่องทางที่
APP ทันหุ้น ANDROID คลิ๊ก https://qrgo.page.link/US6SA
APP ทันหุ้น IOS คลิ๊ก https://qrgo.page.link/QJKT7
LINE@ คลิ๊ก https://lin.ee/uFms4n5
FACEBOOK คลิ๊ก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
YOUTUBE คลิ๊ก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA
TELEGRAM คลิ๊ก https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิ๊ก https://twitter.com/thunhoon1