โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

10 เกมที่เคยถูกสร้างเป็นภาพยนตร์แต่คุณอาจไม่เคยรู้

BT Beartai

อัพเดต 12 ธ.ค. 2562 เวลา 13.48 น. • เผยแพร่ 12 ธ.ค. 2562 เวลา 09.43 น.
10 เกมที่เคยถูกสร้างเป็นภาพยนตร์แต่คุณอาจไม่เคยรู้

เมื่อพูดถึงภาพยนตร์ที่ถูกสร้างมาจากเกมเชื่อว่าหลายคนคงจะมีภาพยนตร์ในดวงใจและภาพยนตร์จากเกมที่ไม่ชอบอยู่หลายเรื่อง ซึ่งนับตั้งแต่ที่ภาพยนตร์ที่มาจากเกมเรื่องแรกถูกสร้างขึ้นมาอย่าง Super Mario Bros ในปี 1993 ก็มีภาพยนตร์ที่ถูกสร้างจากเกมมาแล้วมากมาย ซึ่งส่วนมากภาพยนตร์ที่ถูกสร้างจากเกมนั้นมักจะได้รับกระแสตอบรับในทางลบเสียมากกว่า แต่ก็มีอยู่หลายเรื่องที่แม้จะมีกระแสตอบรับในทางลบแต่กลับได้รับการตอบรับจากผู้ชมจนสามารถสร้างภาคต่อออกมามากมาย จึงไม่น่าแปลกใจที่เรายังคงเห็นเกมที่สร้างจากภาพยนตร์ออกมาเรื่อย ๆ และด้วยจำนวนการสร้างภาพยนตร์ที่มาจากเกมที่ค่อนข้างเยอะและบางเรื่องก็อาจจะไม่มีกระแสมีดาราดังจึงทำให้เหล่าเกมเมอร์หลายคนไม่ทราบมาก่อนว่าเกมเหล่านี้เคยถูกสร้างเป็นหนังมาก่อน วันนี้เราเลยรวบรวมเกมที่ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์มาแล้วแต่คุณอาจไม่เคยดูมานำเสนอจะมีเรื่องอะไรบ้างมาดูกันเลย

Future Cops  บัลล็อกผู้ชายทะลุมิติ ปี 1993

Future Cops  บัลล็อกผู้ชายทะลุมิติ

เริ่มต้นเรื่องแรกกับตำนานภาพยนตร์ที่สร้างจากเกมชื่อดังอย่าง Street Fighter ในชื่อ Future Cops หรือชื่อไทยว่า บัลล็อกผู้ชายทะลุมิติ ฉายในปี 1993 ตัวภาพยนตร์นั้นได้ดัดแปลงเรื่องราวจากเกมจนหมดเหลือไว้เพียงแค่ชื่อกับตัวละครเท่านั้น แถมในภาพยนตร์ยังเปลี่ยนตัวเอกของเกมจากริวที่หลายคนรู้จักมาเป็น Balrog ชายสวมหน้ากากกับกงเล็บสุดเท่มาเป็นพระเอกแทน โดยเรื่องราวของ บัลล็อกผู้ชายทะลุมิติ นั้นเริ่มขึ้นในอนาคตปี 2043 The General หัวหน้าปีศาจร้ายพยายามจะยึดครองโลกแต่เขาถูกจับกุมและถูกตัดสินโทษจำคุกทาง The General เลยสั่งลูกน้องอย่าง Kent (Ken), Thai King (Sagat) และ Toyota (E. Honda) ไปฆ่าผู้พิพากษาในอดีตเพื่อแก้ไขอนาคต ส่วนทางตำรวจจึงส่ง Lung (Ryu), Broomhead (Guile), Ti Man/Iron Face (Vega) และ Sing (Dhalsim) ไปขัดขวาง

Future Cops  บัลล็อกผู้ชายทะลุมิติ

ตัวหนังบัลล็อกผู้ชายทะลุมิติจะออกไปทางตลกกับฉากต่อสู้ที่ทำออกมาได้ดีมาก ๆ ในยุคนั้นซึ่งใครที่เป็นแฟนเกม Street Fighter ในยุคนั้นแม้จะงุนงงกับสิ่งที่ภาพยนตร์สื่อออกมาแต่ด้วยความแปลกใหม่บวกกับพลังดาราที่ฮ่องกงชื่อดังในยุคนั้นที่เข็นกันมาเต็มที่อย่าง Andy Lau, Jacky Cheung, Aaron Kwok, Chingmy Yau, Dicky Cheung และ Simon Yam ก็ยิ่งสร้างความน่าสนใจให้ภาพยนตร์จนเราแทบลืมไปเลยว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มันถูกอ้างอิงมาจากเกม Street Fighter แต่ข้อดีของเรื่องนี้ก็คือเราจะได้เห็นดาราชื่อดังมาแต่งตัวแปลก ๆ ตลก ๆ ที่เราอาจจะหาดูไม่ได้ในยุคนี้ แถมยังมีตัวละครจากเกม Street Fighter ตัวอื่น ๆ มาแบบครบทุกตัวในเกมตอนนั้นอีกด้วย ใครที่อยากรู้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้สนุกและกาวขนาดไหนก็ลองไปหามาดูรับรองว่าไม่ผิดหวัง

Future Cops  บัลล็อกผู้ชายทะลุมิติ

Far Cry ปี 2008

Far Cry

เมื่อพูดถึงเกม Far Cry เชื่อว่าหลายคนคงจะคิดถึงเกมแนวยิงมุมมองบุคคลที่ 1 ที่มักจะเล่าถึงคนที่ดันไปอยู่ผิดที่ผิดเวลาและกลายเป็นยอดมนุษย์ถล่มฝ่ายตรงข้ามด้วยตัวคนเดียว และด้วยความโด่งดังนั่นเองจึงทำให้ทางผู้กำกับอย่างคุณ Uwe Boll ยื่นขอไปทาง Crytek Ubisoft เพื่อขอสร้างภาพยนตร์จากเกมนี้ โดยเรื่องราวของภาพยนตร์จะกล่าวถึงนักข่าวสาว Valerie Cardinal ที่ได้ข้อมูลจาก Max เกี่ยวกับการทดลองลับที่เกี่ยวกับมนุษย์ดัดแปลงที่ใช้ในการทหารซึ่งตัวของ Valerie ได้ตกลงซื้อขายข้อมูลเกี่ยวกับการทดลองลับนี้บนเกาะ โดย Valerie เธอได้จ้าง Jack Carver เพื่อมาเป็นคนขับเรือไปยังเกาะเพื่อตกลงซื้อขายข้อมูล แต่เมื่อมาถึงทั้งสามคนก็ถูกหน่วยทหารมาลอบฆ่าเพื่อปิดปากและเอาข้อมูลคืน Jack ที่เป็นอดีตนายทหารเก่าจึงต้องช่วยเหลือ Valerie และ Max หนีไปจากเกาะแห่งนี้

Far Cry

ทันทีที่ตัวภาพยนตร์ออกฉายก็ได้รับเสียงตอบรับในเชิงลบทันที ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินเรื่องของตัวภาพยนตร์ที่ค่อนข้างช้า ฉากยิงกันก็เหมือนหนังที่เห็นได้ทั่วไปในตลาดและที่สำคัญที่สุดคือตัวภาพยนตร์ไม่มีความเป็น Far Cry เลยเรียกว่าถ้าไม่แปะชื่อว่า Far Cry ตัวหนังก็ยังคงถูกด่ายับเยินอยู่ดี ใครที่เคยดูมาแล้วน่าจะทราบดีถึงความไม่สนุกของตัวภาพยนตร์และถ้าใครที่ติดตามข่าววงการเกมมาตลอดจะรู้จักชื่อของ Uwe Boll ดีว่าเป็นหนึ่งในผู้กำกับภาพยนตร์ที่สร้างมาจากเกมเยอะมาก ๆ และส่วนมาก(ทั้งหมด) ที่เขาสร้างจะไม่สนุกจนพี่แกโมโหเคยท้าเหล่านักวิจารณ์มาชกกับแกว่าอย่าดีแต่เขียนด่ามาชกกันดีกว่า โดยคุณ Uwe Boll จะออกค่าเครื่องบินค่ารถให้เพื่อให้เหล่านักวิจารณ์ภาพยนตร์จากที่ต่าง ๆ มาชกกับแกและก็มีคนรับคำท้าจริง ๆ ผลคือลุง Uwe Boll ชกชนะทุกคนจนสลบ และต่อไปจากนี้คุณจะได้เห็นผลงานของคุณ Uwe Boll ในบทความนี้อีกหลายเรื่อง

Far Cry

Need for Speed ปี 2014

Need for Speed

มาต่อกันที่เกมแข่งรถที่ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์กันบ้างกับ Need for Speed โดยเรื่องราวในภาพยนตร์นั้นจะถูกสร้างขึ้นมาใหม่บนพื้นฐานของซีรีส์วิดีโอเกมจาก Electronic Arts อย่าง Need for Speed ที่เล่าถึง Tobey Marshall นักขับรถแข่งชื่อดังถูกจับเข้าคุกในข้อหาที่เขาไม่ได้ก่อจากการถูกใส่ร้ายจากอดีตเพื่อน เมื่อออกมาจากคุก Tobey ได้กลับมาอู่และเริ่มอาชีพนักแต่งรถและมีคนยื่นข้อเสนอให้เขาปรับแต่งรถ Ford Shelby Mustang กับส่วนแบ่ง 25% ถ้าเขาสามารถแสดงให้คนที่มาซื้อเห็นว่ารถคันนี้สามารถทำความเร็วได้ 230 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ Tobey จึงอาสาจะลงแข่ง De Leon การแข่งรถลึกลับที่โด่งดังในหมู่นักแข่ง โดยเขาต้องขับรถข้ามประเทศเพื่อไปให้ได้รับการยอมรับจากผู้จัดงานแข่งจนสามารถลงแข่งได้ แต่ระหว่างทางก็ถูกคนที่ไม่หวังดีมาขัดขวางการเดินทางไปแข่งขันครั้งนี้และนั่นคือความสนุกของภาพยนตร์เรื่องนี้

Need for Speed

ตัวบทหนังช่วงแรกอาจจะดูน่าเบื่อเล็กน้อยกับการเล่าเรื่องราวของ Tobey ว่าเขาต้องเจออะไรมาบ้างก่อนจะเข้าสู่เนื้อหาการเดินทางที่เริ่มจะสนุกเพราะฉากไล่ล่าของคนที่มาขวางการเดินทางของ Tobey กับฉากขับรถหนีที่ดูสนุกลุ้นมาก ๆ แต่ตัวภาพยนตร์ก็มีข้อเสียคือไม่ว่าจะดูมุมไหนมันก็ไม่มีความเป็น Need for Speed จากเกมเลยนอกจากการแข่งขันรถบนถนนที่มีตำรวจขับรถไล่ตามกับรถที่มาจากในเกมเท่านั้น แต่โดยรวมถ้าคุณไม่คิดมากและอยากดูหนังแข่งรถสนุก ๆ มีรถสวย ๆ ให้ดูตลอดทั้งเรื่องก็อาจจะชอบ แต่ถ้าใครทนเห็นรถสวย  ๆ ราคาหลายล้านมาคว่ำจนเป็นเศษเหล็กไม่ได้ก็ขอให้ข้ามไปเพราะเรื่องนี้เอารถมาทำพังมากกว่าในซีรีส์ Fast & Furious บางภาคเสียอีก

Need for Speed

The King of Fighters ปี 2010

The King of Fighters

เมื่อพูดถึงเกม The King of Fighters  เชื่อว่านักเล่นเกมหลายคนคงน่าจะเคยเล่นและเสียเงินหยอดเหรียญโชว์คอมโบเทพกับการรัวปุ่มในเกมตู้ให้คนที่มายืนดูอึ้งทึ่งงงกันมาแล้ว แต่เมื่อวันเวลาผ่านเลยไปซีรีส์ที่เคยยิ่งใหญ่อย่าง The King of Fighters ก็ค่อย ๆ เสื่อมความนิยมจนสุดท้ายก็หายไปจากตลาด และถึงแม้จะมีภาคต่อออกมาเพื่อกู้ชื่อเสียงแต่มันก็ไม่เป็นกระแสที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับในอดีต จนมาถึงปี 2010 ทางค่ายหนังก็ซื้อลิขสิทธิ์ชื่อ The King of Fighters มาสร้างเป็นภาพยนตร์ ซึ่งวินาทีแรกที่คุณได้เห็นโปสเตอร์โปรโมตพร้อมชื่อหนังที่แปะอยู่เราก็คงไม่มีทางรู้เลยว่านี่คือภาพยนตร์เรื่อง The King of Fighters เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่มีในเกม The King of Fighters ไม่มีในภาพยนตร์เรื่องนี้เลยนอกจากชื่อเกม

The King of Fighters

เรื่องราวจะเล่าถึงเครื่องรางสามชิ้นที่ถูก Rugal Bernstein ขโมยไปจากพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งในบอสตันเพื่อปลุก Orochi ที่จะมอบพลังที่ไร้ขีดจำกัดให้ผู้ที่ปลุกมันขึ้นมาโดยเนื้อเรื่องจะเล่าผ่าน Mai Shiranui ที่ต้องตามเอาเครื่องรางทั้งสามชิ้นนั้นคืนมากับการต่อสู้ที่ไม่มีอะไรเหมือนกับในเกมเลยแม้แต่ชุดหน้าตาท่าทางของตัวละครในเรื่อง จะมีเพียงแค่ชื่อตัวละครเท่านั้นที่ตรงกับในเกมส่วนฉากต่อสู้ในเกมนั้นก็ดูธรรมดาไม่มีอะไรน่าสนใจแถมตัวภาพยนตร์ก็ไม่ได้ฉายในโรงหนังแต่ขายในแบบ DVD ผ่าน Vivendi Home Entertainment ขณะที่นักวิจารณ์ภาพยนตร์บอกว่าเป็นการเสียเวลาที่ต้องมาดูภาพยนตร์เรื่องนี้และแถมท้ายด้วยว่านี่คืออีกหนึ่งเกมระดับตำนานยุค 90 ที่ถูกฆ่าไปอีกหนึ่งเกมด้วยการสร้างเป็นภาพยนตร์ ใครที่อยากรู้ว่าเรื่องนี้สนุกขนาดไหนก็วางเรื่องความเหมือนในเกมออกไปและดูในฐานะหนังต่อสู้คุณอาจจะค้นพบความสนุกจากภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ได้

The King of Fighters

House of the Dead ปี 2003

House of the Dead

เชื่อว่านักเล่นเกมหลายคนคงจะรู้จักเกมตู้ยิงผีชื่อดังอย่างเกม House of the Dead ที่ครั้งหนึ่งตามห้างใหญ่ ๆ เกือบทุกที่ในบ้านเราจะมีเกมนี้ให้เราได้เล่นกัน ด้วยความสนุกของการรัวจอยปืนในการยิงเหล่าซอมบี้และสัตว์ประหลาดที่ดาหน้าเข้ามาแบบต่อเนื่องซึ่งเราแทบไม่รู้เลยว่าเนื้อเรื่องในเกมนี้มันเล่าเกี่ยวกับอะไรหรือแม้แต่ตัวเราคือใคร ซึ่งในแต่ละภาคของเกมซีรีส์ House of the Dead นั้นก็จะมีเนื้อเรื่องที่ต่างกันไป และด้วยความโด่งดังของเกมจึงถูกทาง Lionsgate ซื้อลิขสิทธิ์ไปสร้างเป็นภาพยนตร์และมีคุณ Uwe Boll เจ้าเก่ามาเป็นผู้กำกับ โดยเรื่องราวในภาพยนตร์นั้นจะเล่าถึงกลุ่มวัยรุ่นที่มาเที่ยวจัดงานปาร์ตี้บนเกาะ Isla del Morte ซึ่งกว่าที่พวกตัวเอกจะมาที่เกาะทุกอย่างก็พังพินาศไปหมดแล้วจนทุกคนต้องค้นหาความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนในงาน

House of the Dead

ตัวภาพยนตร์ดำเนินเนื้อเรื่องไม่น่าสนใจ ตัวหนังขาดจุดเด่นทั้งในแง่ของภาพยนตร์ที่สร้างมาจากเกม House of the Dead ที่ไม่ว่าจะดูมุมไหนส่วนใดในเรื่องนี้ที่มีความเกี่ยวเนื่องอะไรกับเกมเลย เรียกว่าเอาชื่อเกม House of the Dead มาหลอกคนเล่นเกมให้เข้ามาดูมากกว่า(ผู้เขียนคือคนหนึ่งในตอนนั้นที่ไปดูเพราะชื่อเรื่อง) มันเหมือนหนังซอมบี้เกรด B ที่แม้เรื่องนี้ไปอยู่ในหมวดหมู่หนังซอมบี้ก็ยังโดนด่า และด้วยความสนุกสุดยอดของ House of the Dead จึงติดอันดับภาพยนตร์ที่เลวร้ายที่สุดในยุค 2000 อันดับที่ 41 บนเว็บไซต์ RottenTomatoes และในปี 2009 ทางนิตยสาร Time ได้จัดอันดับให้ House of the Dead เป็นภาพยนตร์ที่สร้างจากเกมที่แย่ที่สุดตลอดกาลไปครอบครอง แต่ถึงแบบนั้นตัวภาพยนตร์ก็มีภาค 2 ออกมาที่เป็นเรื่องราวต่อจากภาคแรกไม่นาน ซึ่งถ้าใครอยากดูเรื่องนี้แนะนำให้หาภาค 2 มาดูดีกว่าสนุกและน่าสนใจกว่าภาคแรกมาก

House of the Dead

Street Fighter  ปี 1994

Street Fighter

ย้อนกลับไปในปี 1994 คุณ Jean-Claude Van Damme คือดาราชื่อดังที่ใครหลายคนในยุคนั้นต่างชื่นชอบในฝีมือการแสดงและฉากต่อสู้ที่ดูมีพลังที่เพียงแค่แปะชื่อเขาคนก็พร้อมใจจะซื้อตั๋ว เช่าวิดีโอไปดูกันทันที ขณะที่ในวงการเกม Street Fighter ll ก็กำลังสร้างความโด่งดังไปทั่วโลกกับความสนุกของระบบต่อสู้ 2D ที่นักเล่นเกมหลายคนในยุคนั้นต้องรู้จัก และเมื่อทั้งสองสิ่งมาเจอกันเราก็ได้เห็นภาพยนตร์  Street Fighter  หนังจากเกมที่สนุกที่สุดในตอนนั้นออกมา แต่ต้องบอกก่อนว่าความสนุกนี้มันคือความสนุกของคนในยุค 90s ไม่ใช่ตอนนี้ เพราะสิ่งที่คุณหวังจะได้เห็นในภาพยนตร์ Street Fighter เรื่องนี้มันจะไม่มีในเกมเลยหรือพูดง่าย ๆ คือมันคือการเอามาเพียงชื่อตัวละครกับชุดที่เหมือนในเกมมาเท่านั้นเหมือนเรื่อง Future Cops  บัลล็อกผู้ชายทะลุมิติที่ฉายในปี 1993 ซึ่งครั้งนี้เราจะได้  Guile มาเป็นพระเอกโดยมีคุณ Jean-Claude Van Damme เป็นแม่เหล็กและได้ Capcom มาช่วยดูแลการสร้างกับฉากต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่แบบระเบิดภูเขาเผากระท่อมกระทืบเหล่าร้ายยิงกันกระสุนเป็นกองแต่พระเอกไม่มีเลือดออกแม้แต่หยดเดียวตามแบบอเมริกันฮีโรที่นิยมในยุคนั้น

Street Fighter

ซึ่งทุกสิ่งที่กล่าวมานั้นมันคือสิ่งดีที่ถ้าภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่เอาชื่อ Street Fighter กับชุดตัวละครที่เหมือนในเกมมาใส่ในภาพยนตร์ เพราะภายในเรื่องแทบไม่มีกลิ่นอายหรือความเป็น Street Fighter เลยโดยเรื่องจะกล่าวถึงองค์กรที่ชั่วร้าย Shadaloo ที่ต้องการสร้างกองทัพนักรบที่ถูกสร้างมาจากเซลล์ของนักสู้ทั่วโลกมาเป็นกองกำลังแต่ก็ต้องถูก Guile และเพื่อน ๆ ร่วมมือกันทำลายแผนนี้ เนื้อเรื่องหลัก ๆ มีเท่านี้จริง ๆ ที่เหลือคือการต่อสู้ของตัวละครที่ยัดเข้ามาแบบงง ๆ แต่ถึงตัวหนังจะถูกต่อว่าในฐานะภาพยนตร์ที่สร้างจากเกมแต่ในแง่ของภาพยนตร์แล้ว Street Fighter กลับได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากจากคนดูทั้งยอดตั๋วและการผลิตเป็นวิดีโอออกจำหน่ายเพราะพลังดาราของคุณ Van Damme กับฝีมือการแสดงของคุณ Raúl Juliá นักแสดงที่รับบท M. Bison ก็ได้เสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมในงาน Saturn Awards ใครชอบภาพยนตร์แอ็กชันอเมริกันฮีโรควรหามาดูเพราะสนุกมาก ๆ แต่ถ้าคุณต้องการดูเรื่องนี้เพราะชื่อ Street Fighter แนะนำให้ข้ามไปดูบัลล็อกผู้ชายทะลุมิติจะดีกว่าหรือทางที่ดีก็ไม่ต้องดูทั้งสองเรื่องดีที่สุด

Street Fighter

Tekken ปี 2009

Tekken

อีกหนึ่งเกมที่ถูกสร้างออกมาเป็นภาพยนตร์ที่เราได้ชมกันกับ Tekken ที่เข้าฉายในปี 2009 กับเรื่องราวการเดินทางของ Jin Kazama ที่พยายามเข้าสู่วงการต่อสู้กำปั้นเหล็กเพื่อหาคนที่ฆ่าแม่ของเขาและเบาะแสเดียวที่ Jin มีคือคนที่ฆ่าแม่ของเขาคือคนที่เข้าแข่ง Iron Fist Tournament และในการแข่งขันนี้ Jin ได้พบกับ Kazuya Mishima ผู้เป็นพ่อและ Heihachi Mishima ผู้เป็นปู่ในการแข่งขันครั้งนี้ด้วย ตัวของภาพยนตร์พยายามใส่และอ้างอิงเรื่องราวในเกม Tekken ลงไปพร้อมกับตัวละครที่มาจากเกมอย่างครบครันแต่ด้วยเนื้อเรื่องที่ไม่น่าสนใจกับฉากต่อสู้ที่ไม่สนุกแถมยังไม่มีกลิ่นอายความเป็น Tekken แบบที่แฟน ๆ ต้องการ ที่แม้จะมองในแง่ของภาพยนตร์แนวต่อสู้มันก็ไม่สุดแบบที่ต้องการจนทางเว็บไซต์ Rotten Tomatoes ให้คะแนน 2.68/10 ได้มะเขือเน่าไปแบบน่าผิดหวัง

Tekken

ที่หนักกว่านั้นตัวภาพยนตร์ยังถูกคุณ Katsuhiro Harada ผู้ให้กำเนิดเกมซีรีส์ Tekken วิจารณ์แบบรุนแรงว่า Tekken ฉบับ Hollywood นั้นทำออกมาแย่มาก ๆ มันทำร้ายจิตใจผมและผมไม่สนใจจะดูหนังเรื่องนี้อีกเป็นครั้งที่สอง ขณะที่ทีมพัฒนาของเกม Tekken ต่างก็ออกมาแสดงความเห็นในเชิงลบว่าภาพยนตร์เรื่องนี้แย่ถึงแน่มาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบตัวละครเนื้อเรื่องบทบาทรวมถึงการต่อสู้ของตัวละครในเกมที่ไม่ได้อ้างอิงอะไรมาจากในเกมเลย เรียกว่าโดนด่ายับเยินใครที่อยากรู้ว่าตัวภาพยนตร์เป็นอย่างไรก็ขอให้ทำใจเปิดมุมมองกว้าง ๆ และอย่ายึดติดเรื่องราวในเกมตอนดูเพราะมันไม่มีอะไรที่เหมือนในเกมเลยส่วนใครที่อยากดูภาพยนตร์ต่อสู้สนุก ๆ เรื่องนี้ก็พอจะทำให้คุณแก้เบื่อได้ดีทีเดียว

Tekken

Alone in the Dark ปี 2005

Alone in the Dark

เมื่อพูดถึงเกมสยองขวัญที่เป็นต้นแบบเกมแนว Horror Adventure ที่เป็นแนวหลอนสยองขวัญแต่เราสามารถต่อสู้เพื่อเอาตัวรอดได้ และเมื่อวันเวลาผ่านเลยมาเกม Alone in the Dark ก็ค่อย ๆ เสื่อมความนิยมด้วยแนวเกมที่ถูกพัฒนาออกมาได้ไม่ถูกใจแฟน ๆ จนสุดท้ายเกมชื่อนี้ก็ค่อย ๆ หายไปในตลาด แต่เมื่อปี 2005 คุณ Uwe Boll เจ้าเก่าที่เคยฝากผลงานการสร้างภาพยนตร์ที่มาจากเกมมากมายได้เอาเกม Alone in the Dark มาปัดฝุ่นและสร้างเป็นภาพยนตร์แนวสยองขวัญที่เล่าถึง Edward Carnby นักสืบเหนือธรรมชาติผู้มีความเชี่ยวชาญในเรื่องลึกลับและวิชาอาถรรพณ์ที่เขาต้องสืบเรื่องราวที่เกี่ยวกับ Bureau 713 องค์กรลับของรัฐบาลที่พยายามปกป้องโลกจากอันตรายเหนือธรรมชาติ อ่านมาถึงตรงนี้คุณคงกำลังคิดถึงภาพยนตร์ที่สนุกตื่นเต้นกับฉาก CG สัตว์ประหลาดที่ออกไปทางโทนสยองขวัญแบบในเกม Alone in the Dark ในเกม แต่ความจริงแล้วทุกอย่างที่คุณคิดนั้นมันแทบไม่มีในภาพยนตร์เลยและแน่นอนว่ามันไม่มีอะไรที่ตรงกับในเกมนอกจากชื่อตัวละครเท่านั้น

Alone in the Dark

ตัวภาพยนตร์ Alone in the Dark ก็เหมือนกับเรื่องอื่น ๆ ที่คุณ Uwe Boll กำกับคือมันไม่สนุก เนื้อเรื่องดำเนินไปได้อืดเชื่องช้าไม่มีความน่าสนใจตัว CG สัตว์ประหลาดก็ทำออกมาได้แย่ และมีแค่ตัวเดียวตลอดทั้งเรื่อง และไม่ว่าจะมองในแง่ของภาพยนตร์ ไม่ต้องมองในเรื่องภาพยนตร์ที่สร้างจากเกม แต่มองในแง่ของหนังสยองขวัญ Alone in the Dark ยังสอบตกขนาดนักวิจารณ์ต่างเทคะแนน 9/100 แบบไม่ชอบอย่างท่วมท้นให้ แถมยังได้รางวัลภาพยนตร์ Stinkers Bad สาขา Worst Picture อีกด้วย ส่วนเว็บไซต์ RottenTomatoes ในตอนนั้นให้คะแนน F กับภาพยนตร์เรื่องนี้ใครอยากรู้ว่า Alone in the Dark สนุกขนาดไหนก็เตรียมหมอนผ้าห่มเอาไว้ตอนดูเพราะคุณจะหลับก่อนที่ภาพยนตร์จะจบแน่นอน

Alone in the Dark

Street Fighter The Legend of Chun-Li ปี 2009

Street Fighter The Legend of Chun-Li

ยังคงอยู่กับเกม Street Fighter ที่ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 (ในยุคนั้น) ของการพยายามสร้างภาพยนตร์ที่มาจากชื่อ Street Fighter ซึ่งเราไม่ขอนับฉากต่อสู้ในภาพยนตร์เรื่อง ใหญ่ไม่ใหญ่ข้าก็ใหญ่ City Hunter ในปี 1990 ซึ่งนั่นมีความเป็น Street Fighter มากกว่าภาพยนตร์ทั้งสามเรื่องนี้รวมกันเสียอีก ก่อนจะนอกเรื่องไปไกลเรากลับมาที่ภาพยนตร์เรื่อง Street Fighter The Legend of Chun-Li ที่ตัวภาพยนตร์จะเล่าเรื่องราวของ Chun-Li ที่ถูกเขียนและสร้างขึ้นมาใหม่ให้สมจริงเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของ Chun-Li ก่อนจะเข้าสู่ในเกม  Street Fighter ที่เล่าถึงการเดินทางแก้แค้นให้พ่อของเธอที่เป็นนักธุรกิจจนพาเธอเข้าสู่การเดินทางฝึกฝนวิชาเพื่อการแก้แค้น ซึ่งเอาเข้าจริง ๆ เรื่องราวในภาพยนตร์นั้นไม่มีอะไรตรงกับในเกมเลยเหมือนเป็นเรื่องใหม่ที่ใช้ชื่อ Street Fighter แบบภาพยนตร์เรื่องอื่น ๆ ที่ผ่านมา

Street Fighter The Legend of Chun-Li

ตัวภาพยนตร์จะเน้นที่การเล่าเรื่องผ่าน  Chun-Li เป็นหลักกับการเติบโตของเธอผ่านการต่อสู้กับตัวละครต่าง ๆ ในเกม Street Fighter ที่ถ้าไม่บอกว่าคนนี้ชื่ออะไรเราคงไม่รู้เพราะตัวละครในเรื่องนั้นไม่ได้สวมชุดแบบในเกม(นั่นคือเรื่องดี) แถมบางคนยังเปลี่ยนอายุจนงงกันเลยทีเดียว ตัวภาพยนตร์นั้นได้รับเสียงตอบรับจากผู้ชมในระดับกลาง ๆ แต่เสียงจากนักวิจารณ์ส่วนมากจะเป็นไปทางลบ เว็บไซต์ RottenTomatoes ได้ให้มะเขือเทศเน่ากับคะแนน 5% และติดอันดับที่ 44 ภาพยนตร์ที่ได้มะเขือเน่าในปี 2000 ซึ่งถ้าเราเอาเรื่อง  Street Fighter The Legend of Chun-Li มาเทียบกับภาพยนตร์ที่สร้างจากเกมมาเทียบกัน Street Fighter The Legend of Chun-Li ถือว่าสอบผ่านทั้งการเล่าเรื่องที่แม้จะไม่ได้อ้างอิงมาจากในเกมแต่ก็ยังมีกลิ่นอายจาง ๆ จากเกมให้เราได้สัมผัสและถือว่าดีมาก ๆ เมื่อเทียบกับอีก 8 เรื่องที่ผ่านมาใครที่ไม่เคยดูขอแนะนำให้ไปดูสนุกจริง ๆ เรื่องนี้

Street Fighter The Legend of Chun-Li

 Dead Rising Watchtower ปี 2015

Dead Rising Watchtower

ปิดท้ายด้วยภาพยนตร์ที่สร้างมาจากเกมอย่าง Dead Rising ในชื่อ Dead Rising  Watchtower โดยตัวภาพยนตร์นั้นจะเป็นการเล่าเรื่องหลังเกม Dead Rising 2 และก่อนเริ่มเรื่องราวใน  Dead Rising 3 ไม่กี่วันกับเรื่องราวของ Chase Carter นักข่าวออนไลน์และช่างภาพชาวจอร์แดนที่พยายามเปิดโปงความลับของรัฐบาลเกี่ยวกับการปกปิดการแพร่กระจายของซอมบี้ที่กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนตอนนี้ซอมบี้เริ่มแพร่กระจายอย่างรวดเร็วจนยาต้านไวรัส Zombrex มีไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้คน ชาวบ้านจึงพยายามเอาตัวรอดจากเหตุการณ์นี้กันเองนั่นโดยการสร้างดัดแปลงอาวุธเพื่อฆ่าซอมบี้ตามแบบในเกม Dead Rising ภาค 2

Dead Rising Watchtower

ตัวภาพยนตร์แม้จะเล่าเรื่องโดยอ้างอิงเรื่องราวจากในเกม Dead Rising แต่คนที่ไม่รู้เนื้อเรื่องหรือไม่เคยเล่นเกม Dead Rising มาก่อนก็สามารถดูเรื่องนี้ได้รู้เรื่อง เพราะตัว Dead Rising Watchtower นั้นจัดเป็นหนังซอมบี้ที่ดูสนุกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว แต่ถ้าใครที่เป็นแฟนเกมหรือเคยเล่นเกม Dead Rising มาก่อนจะอินมากกว่าคนที่ไม่เคยเล่นเกมอยู่มาก เรียกว่าทำเอาใจแฟนเกมกันก็ว่าได้ เพราะเราจะได้เห็น Frank West ตัวเอกจากเกมภาคแรกมาปรากฏตัวเพื่อบอกให้เราทราบว่าเรื่องราวใน Dead Rising Watchtower คือเรื่องราวเดียวกันกับเกม และตอนจบเรื่องนี้ก็คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวในเกม Dead Rising 3 ตัวภาพยนตร์แม้จะไม่ได้ฉายในโรง แต่ถูกฉายทางดิจิตอลใครสนใจก็ไปหามาดูกันได้ตัวภาพยนตร์สนุกใช้ได้เลยพอดูจบก็ดู Dead Rising Endgame ต่อเลยเพราะเนื้อเรื่องต่อกันรับรองไม่ผิดหวัง

Dead Rising Watchtower

ก็จบกันไปแล้วกับ 10 ภาพยนตร์ที่สร้างมาจากเกมที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนซึ่งนอกจาก 10 เกมที่เราเอามานำเสนอแล้วยังมีภาพยนตร์อีกหลายเรื่องแต่เราขอคัดเรื่องที่ใหม่ ๆ กับเกมที่หลายคนน่าจะรู้จักมานำเสนอ เพื่อว่าใครที่สนใจอยากดูจะได้ไปหามาดูกันได้ส่วนคำวิจารณ์นั้นเราได้อ้างอิงจากข้อมูลตามเว็บไซต์ต่าง ๆ กับคำวิจารณ์จากผู้เขียนที่เคยดูมาแล้วซึ่งมันไม่ใช่ตัวบ่งชี้ว่าหนังเรื่องนี้ดีหรือไม่ดีคุณคนที่เป็นคนดูเองต่างหากที่เป็นตัวตัดสินว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ดีหรือไม่ และถ้าใครมีภาพยนตร์จากเกมเรื่องไหนที่น่าสนใจอีกก็บอกกันมาได้ส่วนคราวหน้าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรก็ติดตามกันได้ที่นี่ที่เดียว

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

แชร์โพสนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...