โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กองทุนบัวหลวง ชี้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และสุขภาพมีแนวโน้มดี

ทันหุ้น

อัพเดต 18 พ.ค. 2563 เวลา 08.07 น. • เผยแพร่ 18 พ.ค. 2563 เวลา 08.07 น.

กองทุนบัวหลวงเชื่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและสุขภาพน่าสนใจลงทุน เพราะได้รับผลกระทบจากวิกฤติ โควิด-19 ไม่มาก และยังอาจได้ผลบวกจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในอนาคต พร้อมนำเสนอกองทุน B-INNOTECH และ B-CARE เป็นทางเลือกในการลงทุนระยะยาว

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด หรือ กองทุนบัวหลวง เปิดเผยว่า กองทุนรวมเปิดบัวหลวงโกลบอลอินโนเวชั่นและเทคโนโลยี (B-INNOTECH) และกองทุนเปิดบัวหลวงโกลบอลอินโนเวชั่นและเทคโนโลยีเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-INNOTECHRMF) ที่ลงทุนในกองทุนหลัก Fidelity Funds - Global Technology Fund ซึ่งมีนโยบายลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยหุ้นกลุ่มนี้ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของดัชนีหุ้นทั่วโลก เมื่อพิจารณาจากผลตอบแทนของดัชนี MSCI ACWI Information Technology ตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนเมษายน 2563 ที่ผ่านมา 

(ข้อมูลจาก MSCI : ดัชนี MSCI ACWI Index ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นทั่วโลก อันประกอบด้วยหุ้นขนาดใหญ่และขนาดกลางในตลาดหุ้นประเทศพัฒนาแล้ว 23 ประเทศ และตลาดเกิดใหม่ 26 ประเทศ ณ วันที่ 1 ม.ค. - 30 เม.ย. 2563 มีผลตอบแทนอยู่ที่ -12.78% ขณะที่ดัชนี MSCI ACWI Information Technology ซึ่งรวมเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่และขนาดกลางจากกลุ่มตลาดเดียวกัน ให้ผลตอบแทนตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 30เม.ย. 2563 อยู่ที่ -2.17% ซึ่งปรับตัวลดลงน้อยกว่าดัชนี MSCI ACWI อย่างมีนัยสำคัญ)

ทั้งนี้ สาเหตุที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าหุ้นโดยรวม เนื่องจากความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์และบริการด้านเทคโนโลยีในภาพรวมไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19  ไม่ว่าจะเป็นทั้งฝั่งภาคธุรกิจหรือฟากผู้บริโภค ทั้งสถานการณ์ในช่วงที่ผ่านมายังเอื้อประโยชน์ต่อสินค้าหรือบริการด้านเทคโนโลยีบางกลุ่มอีกด้วย 

เช่น ในภาคธุรกิจ มีความต้องการใช้โครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีรองรับการให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน หรือ Work From Home ด้วย ส่วนผู้บริโภคก็มีการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งการปรับพฤติกรรมของผู้บริโภคจะมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของตลาดอี-คอมเมิร์ซให้เร่งตัวได้หลังจากนี้ เช่นเดียวกับ บริการด้านความบันเทิงออนไลน์ ทั้งเกมส์ และวิดีโอสตรีมมิ่ง ที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน

สำหรับ หุ้นเทคโนโลยีที่กองทุนหลักลงทุนและให้ผลตอบแทนเชิงบวก ได้แก่ กลุ่มสื่อและบริการสามารถโต้ตอบกับผู้ใช้งานได้(Interactive Media and Services) สัดส่วน 10.3% กลุ่มความบันเทิง 6.2% ทั้ง 2 กลุ่มนี้ได้รับประโยชน์จากการทำงานจากที่บ้านและ Social Distancing 

อย่างไรก็ดี กองทุนหลักให้น้ำหนักลงทุนในหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กมากกว่าหุ้นขนาดใหญ่ เพราะมองว่ามีจุดเด่นเรื่องความสามารถในการสร้างรายได้ในรูปกระแสเงินสดที่สูง มีงบการเงินแข็งแกร่ง และหนี้สินต่ำ ซึ่งราคาหุ้นยังไม่ได้ตอบสนองปัจจัยด้านพื้นฐานเท่าที่ควร เพราะก่อนหน้านี้นักลงทุนเน้นซื้อหุ้นที่มีมูลค่าตลาดขนาดใหญ่มากกว่า เนื่องจากมองว่าเป็นหุ้นที่ปลอดภัยกว่า

ส่วนหุ้นเทคโนโลยีที่กองทุนหลักลงทุนแล้วให้ผลตอบแทนในเชิงลบ ได้แก่ กลุ่มซอฟต์แวร์ มีสัดส่วน 17.1% ของพอร์ตลงทุน เป็นซอฟต์แวร์ธุรกิจ โดยในช่วงโควิด-19 ระบาด ได้รับผลกระทบระยะสั้นจากการที่บริษัทต่างๆ ชะลอการใช้งบลงทุนและพัฒนาด้านไอทีไปบ้าง และยังคงมีความไม่แน่นอนสูงในช่วงที่เหลือของปี แต่แนวโน้มระยะยาวยังคงเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโต

ขณะที่ กองทุนเปิดบัวหลวงโกลบอลเฮลธ์แคร์ (BCARE) และกองทุนเปิดบัวหลวงโกลบอลเฮลธ์แคร์เพื่อการเลี้ยงชีพ (BCARERMF) ซึ่งลงทุนในกองทุนหลัก Wellington Global Health Care Equity Portfolio นำเสนอข้อมูลล่าสุดว่า เหตุการณ์โควิด-19 แพร่ระบาด ทำให้เทคโนโลยีเทเลเมดิซีน หรือการสื่อสารโต้ตอบแบบเรียลไทม์ระหว่างผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ มีแนวโน้มที่จะนำมาใช้มากขึ้น สำหรับกองทุนหลักลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทางการแพทย์มากที่สุดถึง 31% ของพอร์ตลงทุน มากกว่าเกณฑ์มาตรฐาน เพราะมองเห็นความสำคัญของการนำเทคโนโลยีมาใช้ทางการแพทย์

ในระยะสั้น กองทุนหลักมีมุมมองเชิงบวกแบบระมัดระวังต่อหุ้นกลุ่มสุขภาพในสหรัฐฯ เพราะยังมีประเด็นการเมืองและการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นปัจจัยที่รบกวนอยู่บ้าง แต่เชื่อว่าการปฏิรูปราคายาของสหรัฐฯ หรือโอกาสที่จะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพในสหรัฐฯ จากระบบเดิมไปสู่ระบบใหม่ที่ดำเนินการโดยรัฐหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีปีนี้ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เนื่องจากใช้งบประมาณของประเทศสูงเกินกว่าที่รัฐบาลจะแบกรับไหว

กองทุนหลักมองว่า หุ้นกลุ่มสุขภาพทั่วโลกยังเป็นกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าหุ้นกลุ่มอื่น เพราะเป็นหุ้นปลอดภัยที่ได้รับแรงสนับสนุนจากปัจจัยเชิงโครงสร้างประชากรในระยะยาว และความต้องการสินค้าในกลุ่มยานั้นได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดน้อยมาก

ในขณะที่ประเด็นการคิดค้นยารักษา รวมทั้งวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 นั้น ผู้จัดการกองทุนหลัก เชื่อว่าการพัฒนายาต้องใช้เวลา เพราะการรักษาใหม่ๆ ผู้วิจัยต้องประเมินให้ยามีผลข้างเคียงน้อยที่สุด มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับประชากรโดยรวม 

ส่วนการพัฒนาวัคซีนน่าจะใช้เวลามากกว่ายา โดยในอดีต กระบวนการพัฒนาวัคซีนใช้เวลานานเป็น 10 ปี เพราะแต่ละบริษัทไม่ได้มีการให้ความร่วมมือกัน แต่ในสถานการณ์โควิด-19 ระบาด อาจใช้เวลาในแต่ละขั้นตอนน้อยลง เพราะทุกฝ่ายเปิดกว้าง ทั้งร่วมมือกันแบ่งปันข้อมูลสารพันธุกรรมและสารออกฤทธิ์ อีกทั้งภาครัฐยังสนับสนุนให้กระบวนการทดลองยาและแจกจ่ายสู่ตลาดมีขั้นตอนที่สั้นลง

ทั้งนี้ โดยภาพรวมแล้ว หุ้นเทคโนโลยีและหุ้นสุขภาพเป็นกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ ในช่วง 4 เดือนแรกที่ผ่านมา โดยจากข้อมูลที่นำเสนอแสดงให้เห็นว่า ในสภาวะที่มีโรคระบาดทำให้เห็นความน่าลงทุนของหุ้นทั้ง 2กลุ่มนี้มากขึ้น ซึ่งกองทุนบัวหลวงก็มีทั้งกองทุน B-INNOTECH และ B-INNOTECHRMF สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีระยะยาว รวมไปถึงกองทุน BCARE และ BCARERMF สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนในหุ้นกลุ่มสุขภาพระยะยาว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...