SMKอวดงบไตรมาสแรก กำไร-รายได้รวมยังเติบโต
ทันหุ้น –สู้โควิด: SMK สินมั่นคงประกันภัย เปิดงบไตรมาสแรก กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 34.66% อยู่ที่ 191.68 ล้านบาท ขณะที่เบี้ยประกันภัยลดลงเล็กน้อยด้วยเบี้ยรวมที่ 2,788.8 ล้านบาท ลดลง1.99%โดยงานหลักยังเป็นประกันภัยรถยนต์ ซึ่งมีเบี้ยราว 1,852.42 ล้านบาท
นายเรืองเดช ดุษฎีสุรพจน์ ประธานกรรมการบริหาร และ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ SMK แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2563 บริษัทมีกำไรสุทธิ 191.68ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.66 %เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งกำไรสุทธิ 142.35ล้านบาท
ทั้งนี้ SMK มีรายได้รวมอยู่ที่ 2,807.2 ล้านบาท เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีรายได้รวม 2,711.3ล้านบาท เพิ่มขึ้น 95.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.54% เนื่องจากเบี้ยประกันภัยรับในไตรมาสนี้อยู่ที่ 2,788.8 ล้านบาท ลดลง 56.6 ล้านบาท คิดเป็น 1.99%โดยเบี้ยประกันภัยรับหดตัวลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกันกับปีก่อนที่มีอัตราเติบโตสูงถึง 10 % จึงทำให้เบี้ยประกันที่ถือเป็นรายได้เพิ่มขึ้น 107.9 ล้านบาท คิดเป็น 4.06%
บริษัทมีรายได้ค่าจ้าง และค่าบำเหน็จ เท่ากับ 53.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.9 ล้านบาท คิดเป็น 220% เนื่องจากบริษัท มีการทำประกันภัยต่อเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามรายได้ และกำไรจากการลงทุนเท่ากับ 53.1 ล้านบาท ลดลง 38.5 ล้านบาท ลดลง 42.04 % เกิดจากขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมเพิ่มขึ้น 41.9 ล้านบาท คิดเป็น 6,745.58%เนื่องจากค่าเงินบาทอ่อนค่ามากในไตรมาสที่ 1 ปี 2563
ทั้งนี้เบี้ยประกันภัย ไตรมาสแรกปีนี้ที่ 2,788.8 ล้านบาท เป็นจากประกันภัยรถยนต์ 1,852.42 ล้านบาท ประกันภัยเบ็ดเตล็ด 883.02 ล้านบาท ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง 6.37 ล้านบาท และประกันอัคคีภัย 46.99 ล้านบาท
ในส่วนของค่าใช้จ่ายรวมเท่ากับ 2,575.1 ล้านบาท เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีค่าใช้จ่ายรวม 2,538.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.5 ล้านบาท คิดเป็นอัตรา 1.44% เนื่องจาก มีค่าสินไหมทดแทนในไตรมาส 1 ปี 2563 เท่ากับ 1,744.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 126.7 ล้านบาท คิดเป็น 7.83% เนื่องจากสินไหมรถยนต์เพิ่มขึ้นตามยอดขายและปริมาณกรมธรรม์ที่เพิ่มขึ้นในปี 2562
ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยอื่นเท่ากับ 85.9 ล้านบาท ลดลง 26.7 ล้านบาท จากไตรมาส 1 ปี 2562 คิดเป็น23.75% เป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายเงินสมทบบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยที่ลดลง และค่าใช้จ่ายดำเนินงานเท่ากับ 308.3 ล้านบาท ลดลง 65.0 ล้านบาท จากไตรมาส 1 ปี 2562 คิดเป็นอัตราลดลงมากถึง 17.41%สาเหตุหลักเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายที่ลดลง