โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฉก.ทอ.ที่ 9 บินสำรวจพิกัดไฟป่าพรุ ด้านฮ.212 ขึ้นบินแล้ว 3 รอบ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 27 พ.ค. 2563 เวลา 09.11 น. • เผยแพร่ 27 พ.ค. 2563 เวลา 09.11 น.

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม สำหรับความคืบหน้าสถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุในพื้นที่นิคมสหกรณ์บาเจาะ ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ภาคใต้ กองทัพเรือ โดย น.อ.อภิชาติ ทรัพย์ประเสริฐ ผู้บังคับหน่วยฯ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ภาคใต้ กองทัพเรือได้สนับสนุนกำลังพลร่วมดับไฟป่าพรุบาเจาะ ร่วมกับอำเภอ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัครในพื้นที่ระดมเครื่องมือและสรรพกำลังในปฏิบัติการณ์ดับไฟป่าพรุในครั้งนี้อย่างต่อเนื่อง

นายไพศาล ขุนศรี ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.นราธิวาส เปิดเผยว่า จากปฏิบัติการณ์ดับไฟป่าที่เริ่มมาเป็นเวลา 10 วันที่ผ่านมา โดยเมื่อวานนี้ (26 พฤษภาคม) ทาง พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปแบบ 206 จำนวน 1 ลำ เพื่อบินสำรวจและเฝ้าระวังการปะทุของไฟชั้นใต้ผิวดิน ทั้งนี้สรรพกำลังที่เราบูรณาการในการปฏิบัติร่วมกันวันละ 80 นาย แต่จะมีการสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกำลังพลในแต่ละวงรอบ ทำการสูบน้ำโดยเครื่องสูบน้ำระยะไกล เครื่องสูบน้ำพญานาค เครื่องสูบน้ำ 12 นิ้ว รวมทั้งรถดับเพลิง รถบรรทุกน้ำ รถแบคโฮ 4 คันที่ทำการขุดแนวกันไฟ ส่วนฝนหลวงทำไปแล้ว จำนวน 3 ครั้ง

อย่างไรก็ตาม ผลพวงจากสภาวะฝนที่ตกลงมาทำให้สถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุเริ่มมีแนวโน้มดีขึ้นแต่ยังคงคุกรุ่นอยู่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เร่งสูบน้ำเข้าพื้นที่ อีกทั้งกองทัพเรือก็ได้สนับสนุนถุงน้ำดับเพลิง (Bambi bucket) ที่จะใช้ประกอบเข้ากับเฮลิคอปเตอร์เเบบ BELL-212 ขึ้นบินปฏิบัติการณ์ดับไฟป่าในวงกว้างกว่า 2,000 ไร่ในวันนี้แล้วจำนวน 3 รอบ

สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นคือการส่งน้ำเข้าไปดับไฟ โดยในวันนี้ได้มีการขุดลอกคูน้ำเพื่อรองรับน้ำ ผันน้ำจากจุดที่มีแหล่งน้ำ ทำคลองไส้ไก่ไปในพื้นที่ พร้อมทั้งทำแนวกันไฟไม่ให้ไฟลามมาในพื้นที่ส่วนใหญ่ ซึ่งพื้นที่ป่าพรุแห่งนี้มีประมาณ 5,000 ไร่ แต่ในพื้นที่นิคมสหกรณ์บาเจาะมีพื้นที่ 90,000 ไร่ โดยพื้นที่ป่าพรุเมื่อเกิดไฟไหม้จะไม่เหมือนพื้นที่อื่นๆ เนื่องจากจะมีไฟคุกรุ่นอยู่ชั้นใต้ดินที่ต้องใช้น้ำเป็นจำนวนมากในการดับไฟ
“นอกจากนี้ในวันนี้ชุดเฉพาะกิจทหารอากาศที่ 9 จ.ปัตตานี จะนำโดรนขึ้นบินสำรวจพิกัด เพื่อนำภาพถ่ายมาเปรียบเทียบกับภาพถ่ายที่ถ่ายจากเฮลิคอปเตอร์เมื่อวานนี้ ว่าพื้นที่ความเสียหายลดลงหรือเพิ่มมากขึ้น แต่ช่วงเช้ากำลังภาคพื้นดินได้ทำการฉีดน้ำเพื่อสร้างความชุ่มชื้นบริเวณชั้นผิวดินก่อนแล้ว ขณะนี้จากการประเมินวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าคือ สูบน้ำดันเข้าไปในป่าพรุให้เต็มแปลง เพื่อเป็นการป้องกันการปะทุจากชั้นใต้ดิน หรือหากโชคดีฝนตกลงมาอย่างหนัก เชื่อว่าไฟจะมอดในที่สุด” นายไพศาล ปภ.จ.นราธิวาสกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...