โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เจี๊ยบ-โสภิตนภา” มีทุกวันนี้เพราะ “ความพยายาม”

TheHippoThai.com

เผยแพร่ 29 ก.ค. 2562 เวลา 01.00 น. • THE HIPPO | Another Point Of View

ไม่มีใครไม่รู้จักเธอคนนี้ เจี๊ยบ-โสภิตนภา ชุ่มภาณี ผู้หญิงที่ใช้ ความพยายาม เป็นพลังในการทำหน้าที่นักแสดงอย่างเสมอมา อะไรคือจุดเริ่มต้นในวงการของเธอ อะไรความท้อของการทำงาน และอะไรคือสิ่งที่เธอได้เจอเมื่อผันตัวมาเป็นผู้จัดละครเสียเอง ติดตามอ่านได้ด้านล่างนี้

ย้อนกลับไปที่ผลงานชิ้นแรกในภาพยนตร์เรื่อง กุมภาพันธ์ ที่เป็นผลงานแจ้งเกิดของคุณเจี๊ยบ เราคงต้องเรียกว่าเป็นโอกาสที่แล่นเข้ามาในชีวิตของเธอคนนี้ และเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องอย่างหนึ่งในชีวิต ที่คุณเจี๊ยบเลือกที่จะมาเป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์เรื่องนี้

“ถ้าวันนั้นเรียนจบมาแล้ว มีคนยื่นบทให้เราโดยที่ได้ไปนิวยอร์ค ได้เล่นกับคุณชาคริต ถ้ามีคนมาติดต่อด้วยโปรเจกต์แบบนี้ เจี๊ยบเชื่อว่าเด็กทุกคนก็คงอยากทำ”

ในแง่ของการแสดง เธอกล่าวว่าตอนเด็ก ๆ ไม่ได้รักการแสดงด้วยซ้ำ และศาสตร์นี้ไม่ได้เป็นพรสวรรค์ของเธอเลยแม้แต่น้อย “เป็นความพยายามมากกว่าค่ะ ไม่ได้เป็นพรสวรรค์ที่มาถึงแล้วเล่นได้ดีกว่าใคร แต่ถึงวันนี้ต้องขอบคุณนะคะ ขอบคุณผู้ที่เริ่มต้นชักนำเราเข้ามาแสดง และทุกวันนี้มีความสุขที่ได้ทำค่ะ”

หลังจากกุมภาพันธ์และการประกาศอย่างซื่อ ๆ กับสื่อในสมัยนั้นว่า “จะไม่เล่นอีกแล้ว” แต่หลังจากนั้นอีก 6 เดือนเธอก็ตบปากรับแสดงละครเรื่องใหม่ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า “กลืนน้ำลายตัวเอง”

“มันคือความท้าทายใหม่ ๆ ค่ะ” คุณเจี๊ยบตอบ “คุณบอยก็พูดว่าเราได้โอกาสแล้วเราจะไม่ทำเหรอ?” และแม้เสียงในใจเธอจะบอกว่าแสดงไม่ได้ขนาดไหน เสียงจากคุณบอยก็ย้ำเธอเข้าไปอีกว่า “แล้วเธอจะไม่พยายามทำให้มันดีขึ้นเหรอ เธอจะหยุดแค่เรื่องเดียวดังไปเลยแล้วจบไหม? เจี๊ยบเลยเชื่อว่าทุกวันนี้มันเกิดขึ้นจากความพยายามมากกว่าพรสวรรค์ค่ะ”

“จนถึงวันนี้ก็ยังไม่หยุดแสดงเลยค่ะ” เธอหัวเราะ “ก็ต้องบอกว่า ถ้าวันนั้นไม่ได้ทำ วันนี้ก็จะเสียใจมาก ต้องขอบคุณพี่บอยที่ทำให้เราได้สติ และต้องขอบคุณทุกคนที่ให้โอกาสด้วยค่ะ”

ช่วงแรก ๆ ของการทำงาน…คุณเจี๊ยบยอมรับว่าเคย ท้อ เพราะแสดงไม่ได้ ถึงกับต้องคอยโทรปรึกษาคุณ “อ้อม-พิยดา”  ทั้งเรื่องก็มี ว่าเราต้องแสดงยังไง อินเนอร์ต้องออกมายังไง เพราะเธอไม่ได้คุ้นเคยในสายงานแสดงแบบนี้ตั้งแต่แรก

“เคยแสดงไม่ได้จนผู้กำกับต้องไปไหว้ศาลให้เราแสดงได้” เธอเล่า “มันกดดันมาก ฉากต้องร้องไห้ เราก็เล่นไม่ได้ ต้องยกกองไปเลยก็มี”

“คือเจี๊ยบเป็นคนที่คุณพ่อเสียตั้งแต่เด็ก ซึ่งจริง ๆ เราควรเศร้าเพราะเราสูญเสียถูกไหมคะ แต่ทุกคนพยายามทำให้เรามีความสุขไม่กระทบกระเทือน เพราะฉะนั้นเราจะไม่ร้องไห้ รู้ว่าคุณพ่อเสีย น้องเสีย เป็นคนที่มีความเข้มแข็งในจิตใจค่อนข้างสูง เราก็เลยไม่รู้จะเอาอินเนอร์ของความช้ำใจมาจากไหน โดนแฟนทิ้งเหรอ ก็ทิ้งไปสิ บทนี้พ่อตาย..เอ้าพ่อเราก็ตายไปแล้วทำให้เวลาแสดงเราไม่อ่อนไหว ตะโกนด่าเราก็อยากจะตะโกนด่ากลับ เลยทำให้เราไม่ค่อยเสียใจกับอะไร”

“แต่พอมีลูกเท่านั้นเอง…ร้องไห้เป็นเผาเต่าเลย เพราะมันเริ่มรู้แล้วว่าเราสูญเสียจะเป็นยังไง พอโตขึ้นก็เลยมีประสบการณ์เยอะขึ้น ไม่ได้บอกว่าดีที่สุดนะคะ แต่เล่นได้ มีความเซนซิทีฟกับอะไรมากขึ้น”

“พอมาเป็นผู้จัดเองร้องไห้ทั้งวันเลยค่ะ” คุณเจี๊ยบตอบปนหัวเราะเมื่อเราเข้าประเด็นเรื่องการเป็นผู้จัดละครเอง “เหมือนกรรมตามสนองเลยค่ะ อะไรที่เราทำกับกองไว้ กับพี่บอยไว้เจอหมด”

“เจี๊ยบเจอทุกอย่างที่ตัวเองเคยทำจริง ๆ” เธอยกตัวอย่างเหตุการณ์ว่าในสมัยก่อนนั้น ตัวเองเคยต้องตื่นเช้ามาเพื่อถ่ายสองซีนแล้วรอถึงกลางคืนเพื่อถ่ายต่อ เธอก็จะเริ่มอารมณ์เสียด้วย ซึ่งปัจจุบันในฐานะผู้จัด…เธอจะอธิบายถึงเหตุผลต่าง ๆ และหาทางออกให้นักแสดง เช่นให้ออกไปช็อปปิ้งหรือหาอะไรทำเพื่อรอถ่ายต่อ “แต่บางทีก็ไม่รอดนะคะ” เธอหัวเราะอีกครั้ง “ก็ต้องขอโทษเขาไปค่ะ”

คุณเจี๊ยบเล่าว่านอกจากการทำเบื้องหลังแล้วงานเบื้องหน้าเธอก็ยังไม่ทิ้งเสียทีเดียวยังคงมีละคร “เพลิงเสน่หา” และ “พรหมพิศวาส” ที่เรื่องหลังนี้ทั้งเป็นผู้จัดเองและเล่นเองด้วย

“สิ่งหนึ่งที่ยังกลับมาเล่นละครอยู่คือ ‘กองถ่าย’ ค่ะ” คุณเจี๊ยบเล่าถึงเหตุผลที่ยังไม่ทิ้งงานการแสดง “มันเป็นความสุขที่เราได้วิ่งเล่นอยู่ในกอง นอกจากชื่อเสียงเงินทองบทละครดี ๆ ที่ได้รับแล้ว การได้อยู่กับคนสี่สิบห้าสิบคนนี้ มันเป็นความสุขของเราค่ะ”

ละครก็ต้องเล่น ธุรกิจก็ต้องทำ ครอบครัวก็ต้องดูแล….ผู้หญิงคนนี้ไม่เคยทิ้งความเป็นนักธุรกิจของตัวเอง เธอยังคงบริหารจัดการเวลาได้อย่างดีเยี่ยมแม้ต้องทำหลายหน้าที่ที่กล่าวมา

“ตั้งแต่เข้าวงการวันแรกถึงวันนี้ เจี๊ยบไม่เคยหยุดทำธุรกิจอื่น ๆ เลย นำเข้าแบรนด์เสื้อผ้าก็เคย ร้านอาหารก็ยังมี ตอนนี้ก็มีธุรกิจที่เกี่ยวกับสุขภาพและความสวยความงานที่ค่อนข้างจะครบวงจร เป็นร้านความสวยความงาม มีคาเฟ่ แล้วก็มีแบรนด์ของตัวเองที่จะขยายให้ใหญ่ขึ้นไปอีกด้วย”

“ด้วยความที่ทำธุรกิจมาตั้งแต่เด็ก ปัจจุบันเราอายุมากพอที่จะมีอาณาจักรของเราเอง ที่จะมีน้อง ๆ และผู้ร่วมงานจำนวนมาก มีทีมงานที่เราไม่ต้องทำอะไรคนเดียวอีกต่อไป ด้วยอายุและเม็ดเงินที่มากขึ้นเลยไม่ต้องทำอะไร หรือคิดอะไรคนเดียว ซึ่งเป็นคนที่เราล้มลุกคลุกคลานผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกันจนเราไว้ใจค่ะ”

เรียกได้ว่าผู้หญิงที่ชื่อ “เจี๊ยบ-โสภิตนภา ชุ่มภาณี” จะไม่หายไปจากวงการบันเทิงง่าย ๆ อย่างแน่นอน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...